โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ตร.ขอนแก่น รวบเดนคุก แก็งปลอมทอง ป่วนทั่วอีสาน สูญเกือบ 8 ล้านบาท

Khaosod

อัพเดต 21 ม.ค. 2563 เวลา 11.46 น. • เผยแพร่ 21 ม.ค. 2563 เวลา 11.46 น.

ตร.ขอนแก่น รวบเดนคุก แก็งปลอมทอง ป่วนทั่วอีสาน สูญเกือบ 8 ล้านบาท

แก็งปลอมทอง  /  เมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 21 ม.ค. 2562 ที่ กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 4 จ.ขอนแก่น พล.ต.ท.เจริญวิทย์ ศรีวนิชย์ ผบช.ภ.4 พร้อมด้วย พล.ต.ต.ยรรยง เวชโอสถ รอง ผบช.ภ.4, พล.ต.ต.สุภากร คำสิงห์นอก รอง ผบช.ภ.4 ,พล.ต.ต.พุฒิพงศ์ มุสิกูล ผบก.ภ.ว.ขอนแก่น และ พ.ต.อ.ปรีชา เก่งสารกิจ ผกก.สภ.เมืองขอนแก่น

ร่วมกันแถลงผลการจับกุมตัวนางสุภาพ ดำดิน อายุ 42 ปี ชาว ต.เวียงคำ อ.กุมภวาปี จ.อุดรธานี , นายปกรณ์ คำลือ อายุ 41 ปี ชาว แขวงท่าข้าม เขตบางขุนเทียน กรุงเทพฯ และนายธนากร ทองอ้น อายุ 30 ปี ชาว ต.แจนแวน อ.ศรีณรงค์ จ.สุรินทร์

พร้อมของกลาง รถยนต์ฮอนด้าซีอาร์วี สีดำ ทะเบียน ขข-2289 อุดรธานี , รถยนต์มิตซูบิชิ แลนเซอร์ สีม่วง ทะเบียน ขม-6933 ขอนแก่น , บัตรประชาชน 7 ใบ , เงินสด 65,000 บาท ใบรับจำนำทอรูปพรรณ 70 ใบ ,

แก็งปลอมทอง

สร้อยคอทองคำรูปพรรณ , สมุดบัญชีธนาคาร และสมุดบันทึกการจำนำทองรูปพรรณอีกรวมหลายรายการ หลังถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองขอนแก่น จับกุมตัวได้ ภายในบ้านพักเลขที่ 76 ม.21 บ.โคกฟันโปง ต.บ้านเป็ด อ.เมือง จ.ขอนแก่น

พล.ต.ท.เจริญวิทย์ กล่าวว่า ผู้ต้องหาทั้งหมดอยู่ในขบวนการปลอมทองที่ตำรวจแกะรอยและเฝ้าติดตามพฤติกรรมมาอย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งได้รับแจ้งจากร้านจำหน่ายทองคำรูปพรรณ ว่านายธนากร ได้นำทองคำรูปพรรณมาจำนำในลักษณะต้องสงสัย และมาจำนำทองคำรูปพรรณ น้ำหนักเท่ากันและลายเดียวกันบ่อยครั้ง

แก็งปลอมทอง

เมื่อนำทองคำไปตรวจสอบก็พบว่าเป็นทองปลอม จึงประสานงานให้เจ้าหน้าที่ตำรวจมาทำการจับกุมและควบคุมตัวมาสอบสวน ซึ่งนายธนากร ให้การรับสารภาพว่า ได้รับทองมาจากนางสุภาพ และนายปกรณ์ เพื่อนำมาจำนำเท่านั้น

กำลังตำรวจจึงแกะรอยคนร้ายตามที่นายธนากร ให้การ ก่อนเข้าทำการจับกุมนายปกรณ์และนางสุภาพได้ภายในห้องเช่าในเขต บ.โคกฟันโปง พร้อมของกลาง สร้อยคอทองคำรูปพรรณ จำนวนมาก ในลักษณ์ลายที่คล้ายๆกันน้ำหนักตั้งแต่เส้นละ 1 บาท ถึง 5 บาท

แก็งปลอมทอง

รวมทั้งตรวจยึดอุปกรณ์การทำทองปลอมชุดใหญ่แบบครบชุดและของกลางต่างๆทั้งหมด ซึ่งนายปกรณ์ให้การว่า เดิมมีอาชีพทำทองที่ กรุงเทพฯ ซึ่งได้เรียนรู้วีการทำทองและชุบทอง รวมทั้งการปลอมแปลงทอง มาสมัยทำงานที่ร้านทองที่กรุงเทพฯ

กดติดตามไลน์ ข่าวสด official account ได้ที่นี่

เพิ่มเพื่อน

แต่ก็ถูกจับกุมในคดีปลอมทองที่ จ.ศรีษะเกษ และเพิ่งที่จะพ้นโทษมาเมื่อปี 2561 จึงกลับมาร่วมกับพวกรวม 7 คนตั้งแก๊งปลอมทองร่วมกัน โดยจะซื้อทองคำรูปพรรณของจริงน้ำหนักเส้นละ 1 บาทจากร้านขายทองที่มีชื่อเสียง จากนั้นมาเข้าสู่ขบวนการหลอมทองตามขั้นทอง คู่กับส่วนผสมที่เรียนมา

ซึ่งเมื่อหลอมรวมกันแล้วก็นำมายืด พิมพ์ลายและชุบทองอีกครั้งให้มีลักษณะเท่ากับของจริง ซึ่งในการตรวจยึดอุปกรณ์นั้นพบว่าทั้งหมดถูกสั่งซื้อมาจากร้านเครื่องมือช่างและร้านจำหน่ายทองคำ จึงสามารถที่จะทำทองปลอมได้เหมือนกับทองจริงอย่างมาก ซึ่งทอง 1 บาทที่คนร้ายซื้อมานั้น สามารถทำทองปลอมได้ 2 บาท

แก็งปลอมทอง

พล.ต.ท.เจริญวิทย์ กล่าวต่ออีกว่า เมื่อได้ทองคำรูปพรรณที่เป็นทองปลอมแล้วก็จะมีหน้ามา ที่ร่วมขบวนการ ตัวหลักคือนายธนากร ตระเวนนำทองไปจำนำตามร้านทองในเขต จ.ขอนแก่น ศรีษะเกษ และ อุดรธานี โดยใช้บัตรประชาชนของผู้ร่วมขบวนการ และเน้นในร้านที่มีการตรวจสอบไม่ค่อยละเอียดหรือมีเครื่องมือที่ไม่ได้มาตรฐาน

โดยเมื่อได้เงินมาแล้วนั้น จะมีการแบ่งออกเป็น 3 ส่วน คือ ค่าจ้างในการทำทองเส้นละ 1,000 บาท ที่เหลือจะมาแบ่งเป็น 2 ส่วน ส่วนแรก ใช้ในการลงทุนซื้อทองจริงในครั้งต่อไปและอีกครึ่งหนึ่ง มาแบ่งผู้ร่วมขบวนการที่มีด้วยกันอยู่ทั้งหมด 7 คน

จากการตรวจสอบประวัติพบว่านางสุภาพ นั้นเพิ่งพ้นโทษในคดีเดียวกันที่ จ.ภูเก็ต เมื่อปี 2560 และนายปกรณ์พ้นโทษ ในคดีเดียวกันมาเมื่อปี 2561 จึงมารวมตัวกันตั้งแก๊งผลิตทองปลอมจำนำในร้านทองคำต่างๆ เฉพาะขอนแก่น ตกเป็นเหยื่อแล้ว 4 ร้าน

แก็งปลอมทอง

ขณะที่จากการตรวจสอบพบว่าผู้ต้องหาทั้งหมดค้าทองปลอมมาแล้วรวม 76 ครั้ง คิดเป็นมูลค่าความเสียหายรวมไม่น้อยกว่า 7,600,000 บาท ซึ่งนายปกรณ์และนางสุภาพ สารภาพว่าเงินที่ได้จากการขายทองนั้นจะนำไปใช้หนี้ที่ยืมมาโดยเฉพาะ หนี้ ธกส.ของครอบครัว

ผบช.ภ.4 กล่าวในตอนท้าย ว่าขอฝากไปถึงร้านทองทุกร้าน ต้องตรวจสอบทองคำทุกเส้นอย่างละเอียดและตรวจสอบบัตรประชาชนที่ผู้นำทองไปจำนำหรือนำไปจำหน่ายอย่างละเอียด เพราะอาจะตกเป็นเหยื่อของกลุ่มมิจฉาชีพที่อาจจะก่อเหตุในลักษณะดังกล่าวนี้ได้

ขณะที่จากการสอบสวนผู้ต้องหายังคงระบุว่าทองคำปลอมที่นำไปจำนำนั้นจะทำขึ้นเป็นลายเดียวกันทั้งหมด แต่ก็พบว่าลายเดียวกันแต่เป็นขบวนการอื่นที่ทำ จึงสืบสวนขยายผลเพิ่มเติมเพื่อดำเนินการจับกุมผู้ต้องหาที่หลบหนีอีก 4 ราย รวมทั้งขบวนการปลอมทองในภาคอีสานอย่างเร่งด่วนต่อไป

ทั้งนี้จากการสอบสวนผู้ต้องหาให้การรับสารภาพตลอดทุกข้อกล่าวหา จึงตั้งข้อกล่าวหว่า ร่มกันฉ้อโกงโดยแสดงตนเป็นคนอื่นฯ ก่อนทำการควบคุมตัวผู้ต้องหาและของกลางทั้งหมดนำส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองขอนแก่น เพื่อดำนเนิคดีตามกฎหมายต่อไป

 

 

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...