โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

Sam Rivers มือเบส Limp Bizkit เผยถึงสาเหตุที่ลาออกจากวงในปี 2015 เพราะป่วยเป็นโรคตับแข็งจากการดื่มจัด

Tero Radio

อัพเดต 09 ม.ค. 2563 เวลา 09.41 น. • เผยแพร่ 09 ม.ค. 2563 เวลา 08.14 น. • rockonradio.fm
Sam Rivers มือเบส Limp Bizkit เผยถึงสาเหตุที่ลาออกจากวงในปี 2015 เพราะป่วยเป็นโรคตับแข็งจากการดื่มจัด

Sam Rivers มือเบสแห่งวงนูเมทัลสัญชาติอเมริกันอย่าง Limp Bizkit ได้ออกเปิดเผยถึงสาเหตุที่ทำให้เขาเคยลาออกจากวงเป็นการชั่วคราว เนื่องจากการป่วยเป็นโรคตับแข็ง อันเป็นผลมาจากการ “ดื่มมากเกินไป”
โดย Rivers ตัดสินใจแยกทางกับ Limp Bizkit ไปเมื่อปี 2015 ก่อนที่จะกลับมารับตำแหน่งมือเบสวงอีกครั้งในปี 2018 โดยขณะนั้น เขาให้เหตุผลสำหรับการลาออกว่าเป็นเพราะหมอนรองกระดูกสันหลังเสื่อม
 

ในหนังสือเล่มใหม่ของนักเขียนในแวดวงดนตรีร็อกอย่าง Jon Wiederhorn ที่มีชื่อว่า ‘Raising Hell: Backstage Tales From The Lives Of Metal Legends’ มือเบสวัย 42 ปี ได้เปิดใจเกี่ยวกับสาเหตุที่แท้จริงที่ทำให้เขาต้องวางมือไปนานร่วมสามปีว่า
“ผมป่วยเป็นโรคตับแข็งเนื่องจากการดื่มจัดครับ” Rivers เขียน โดยบอกว่าเขาได้รับการวินิจฉัยครั้งแรกในปี 2011 “ผมไม่เข้าใจเลยจริงๆว่ามันเกิดอะไรขึ้นในตอนนั้น ผมหยุดดื่มและต้องต่อสู้กับภาวะตับแข็งอยู่ช่วงหนึ่ง”
จากนั้น Rivers ก็ได้อธิบายว่าเขาหยุดดื่มไปประมาณ 9 ถึง 10 เดือน ก่อนที่จะกลับไปเข้าร่วม Limp Bizkit อีกครั้ง อย่างไรก็ตาม อาการของเขากลับมากำเริบจนทำให้ต้องหยุดพักจากการเล่นดนตรีในวง เพื่อเข้ารับการรักษาอย่างจริงจัง
“ผมคลีนสุดๆ แต่ชีวิตในบ้านของผมไม่ค่อยดีนักในเวลานั้น และทันทีที่ผมออกทัวร์ ผมก็เริ่มกลับไปดื่มมากขึ้น” เขากล่าวเสริม “ผมกลับกลายเป็นไอ้ขี้เมาที่น่ากลัวอีกครั้ง”
 

Rivers เล่าถึงการตัดสินใจถอยห่างจากวงในครั้งนั้นว่า “ผมลาออกจาก Limp Bizkit ในปี 2015 เพราะผมรู้สึกแย่มากๆ และไม่กี่เดือนหลังจากนั้น ผมก็รู้ว่าตัวผมต้องเปลี่ยนแปลงทุกอย่าง เพราะโรคตับแข็งที่มันเลวร้ายจริงๆ”
 

 

ที่มา NME
เรียบเรียงโดย RockOnRadio Team

ติดตามเราได้ที่นี่
website : http://www.rockonradio.fm
facebook : https://www.facebook.com/RockOnRadio
instagram : https://www.instagram.com/rockonradiofm
twitter : https://twitter.com/RockOnRadiofm

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...