โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

7 เรื่องแรกของ Ghibli Studio พร้อมแล้วบน Netflix ตั้งแต่วันนี้

BT Beartai

อัพเดต 01 ก.พ. 2563 เวลา 05.42 น. • เผยแพร่ 31 ม.ค. 2563 เวลา 18.08 น.
7 เรื่องแรกของ Ghibli Studio พร้อมแล้วบน Netflix ตั้งแต่วันนี้

นับเป็นกระแสที่่ถูกพูดถึงอย่างมากสำหรับคอหนังโดยเฉพาะคอหนังญี่ปุ่นและคอหนังแอนิเมชันคลาสสิก ที่หนังจำนวน 21 เรื่องจากทั้งหมด 22 เรื่อง (ขาดเรื่องสุสานหิ่งห้อย) ของสตูดิโอแอนิเมชันอันดับหนึ่งของญี่ปุ่นอย่าง Ghibli ที่มีผลงานมาตั้งแต่ปี 1985 จนถึงปี 2013 ที่ได้มีการแถลงข่าวยุติการสร้างผลงานถาวร (ในเวลานั้น) ก่อนที่จะกลับมาเริ่มสร้างภาพยตร์แอนิเมชันกันใหม่อีกครั้งแล้วในตอนนี้ ต้องขอบคุณ “โทชิโอะ ซูซูกิ” ผู้ก่อตั้งสตูดิโอร่วมกับ “ฮายาโอะ มิยาซากิ” (นักวาดผู้กำกับและนักเขียนบทผู้โด่งดัง ผู้ก่อตั้งสตูดิโออีกคน) ที่ผลักดันให้หนังได้สตรีมมิงบน Netflix ในที่สุด

หลายคนเติบโตมากับหนังแอนิเมชันของ Ghibli สตูดิโอที่คนรุ่นใหม่อาจจะนึกถึงชื่อชั้นเทียบเท่ากับ Pixar Studios ของฮอลลีวูด ความโด่งดังที่สุดของ Ghibli ในดินแดนอเมริกา คือการพา Spirited Away (2001) ไปคว้ารางวัลออสการ์แอนิเมชันยอดเยี่ยมในปี 2002 (ซึ่งในปีนั้นก็ไม่ได้มีแอนิเมชันที่เนื้อหากินใจอย่างหนังของ Pixar ร่วมเข้าชิง) รวมถึงเป็นยังเป็นหนังที่ครองสถิติแอนิเมชันทำเงินสูงสุดตลอดกาลมายาวนานที่ 346 ล้านเหรียญดอลลาร์สหรัฐ ก่อนที่จะถูก Your Name (2016) โค่นไปเมื่อไม่กี่ปีมานี้

หนังทั้ง 21 เรื่องจะทยอยขึ้นบนสตรีมมิงเรียงกันไปทุกวันที่ 1 ของเดือนกุมภาพันธ์ มีนาคม และเมษายน เป็นล็อต ๆ ละ 7-8 เรื่อง โดยยังไม่มีกำหนดว่าจะถอดออกจากโปรแกรมเมื่อไร (แต่โอกาสดีขนาดนี้ สำหรับคอหนังที่ยังไม่เคยดูหรืออยากย้อนความทรงจำก็อย่าผัดวันไปเลย) วันนี้ What The Fact ขอแนะนำภาพยนตร์ 7 เรื่องแรกของ Ghibli Studio ที่จะได้ชมกันตั้งแต่วันแรกของเดือนกุมภาพันธ์ เดือนแห่งความรัก ว่ามีเรื่องอะไรบ้าง

Laputa: Castle in the Sky

ลาพิวตา พลิกตำนานเหนือเวหา (1986)

Laputa: Castle in the Sky

Laputa: Castle in the Sky

แอนิเมชันเรื่องแรกของ Ghibli (ก่อนหน้านั้น ทีมนี้เคยสร้าง”เนาซิกะ มหาสงครามหุบเขาแห่งสายลม (1984) มาก่อนแต่เป็นการสร้างภายใต้ชื่อสตูดิโออื่น) เล่าถึงบรรยากาศยุคปฏิวัติอุตสาหกรรมของโลกในปี 1830s (ฉากหลังเดียวกับนิยาย Oliver Twist ที่กลายเป็นหนังหลายครั้ง) ตัวละครหลักคือ “ปาซู” เด็กชายที่ทำงานในเหมืองแร่อย่างยากลำบาก วันหนึ่งเขาได้พบกับ “ชีตา” (หมายถึงแสงสว่าง รากคำเดียวกับ Lucita) เด็กสาววัยเดียวกับเขาที่ลอยตกลงมาจากฟากฟ้า ปาซูช่วยเหลือเธอไว้และชีตาเล่าว่าเธอหนีมาจากกลุ่มโจรสลัดโดลาบนเมืองลอยฟ้า “ลาพิวตา” เมืองที่มนุษย์ที่พื้นดินไม่เคยขึ้นไปถึง ปาซูเล่าว่า พ่อของเขาเคยถ่ายภาพเมืองลอยฟ้าไว้ได้ แต่ไม่มีใครในเมืองเชื่อ จนพ่อของเขากลายเป็นจอมโกหกและตายจากไป ชีตาแย่งชิงจี้คริสตัลมาจากกลุ่มโจรสลัดก่อนหนีออกมา “มุสกา” ทหารของรัฐก็ตามล่าเธอด้วยอีกกลุ่มหนึ่ง ปาซูและชีตาจึงต้องหนีเอาตัวรอด และในตอนท้ายหนังก็เปิดเผยความลับบางอย่างที่จะเปลี่ยนแปลงเมืองลาพิวตาไปตลอดกาล

Laputa: Castle in the Sky

Laputa: Castle in the Sky

Laputa ได้แฝงนัยยะไว้อย่างแยบคายเกี่ยวกับการใช้พลังอำนาจ ที่ย่อมจะต่างไปอย่างลิบลับระว่างการอยู่ในมือของคนดีหรือคนชั่ว โดยมีหุ่นยนต์ในเรื่องเป็นตัวแทนของการใช้พลังอำนาจ (เช่นเดียวกับแหวนในThe Lord of the Rings หรือ Force ขุมพลังใน Star Wars) โดยหนังยังให้แรงบันดาลใจกับคนรุ่นใหม่ ในการเป็น “ความหวัง” เลือกใช้พลังนั้นไปในทางที่ถูกหรือทางที่ทำร้ายผู้อื่น นอกจากนั้น “ลาพิวตา” ยังเป็นตัวแทนของประเทศญี่ปุ่นในปี 1868 ช่วงเกิดศึกอุเอโนะในสงครามโบชิง ที่มีการล้มล้างระบบศักดินาของโชกุนเพื่อคืนอำนาจให้กับจักพรรดิญี่ปุ่น อันนำมาซึ่งการสิ้นสุดยุคเอโดะและก่อเกิดราชวงศ์เมจิ ซึ่งในหนังก็สะท้อนเรื่องราวนี้ไว้ด้วย

ฮายาโอะ มิยาซากิ กำกับและเขียนบทหนังเรื่องนี้เอง โดยได้รับแรงบันดาลใจมาจากหนังสือนิยาย Gulliver’s Travels หรือการผจญภัยของกัลลิเวอร์ รวมถึงหนังก็ยังมีฉากหลังคล้ายกับแคว้นเวลส์ (Wales) เมืองที่เขาเดินทางไปตอนหาแรงบันดาลใจสร้างหนังเรื่องนี้ในปี 1984 Laputa ยังแฝงแนวคิดของการอนุรักษ์ธรรมชาติ ให้เห็นถึงความละโมบของมนุษย์ที่ตักตวงใช้ทรัพยากรเพื่อประโยชน์ของอุตสาหกรรมและสงคราม

My Neighbor Totoro

โทโทโรเพื่อนรัก (1988)

My Neighbor Totoro

My Neighbor Totoro

เรื่องราวที่เล่าอย่างใสซื่อและไม่ต้องอาศัยการตีความมากนัก นอกจะใช้ความน่ารักในหัวใจนำทางไป บอกเล่าเรื่องราวของครอบครัวคุซาคาเบะ ที่เพิ่งย้ายเข้ามาอยู่ในบ้านใหม่แต่สภาพเก่าซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความรุ่งเรืองของญี่ปุ่นที่ผ่านไปแล้วหลังเผชิญหน้ากับสงคราม “ซัทซึกิ” (ภาษาญี่ปุ่น หมายถึงเดือนพฤษภาคม) เด็กหญิงวัย 8 ขวบต้องโตเร็วกว่าวัยเพื่อช่วยพ่อดูแลบ้าน ในยามที่แม่ล้มป่วยอยู่โรงพยาบาล (เหมือนในชีวิตจริงของฮายาโอะ มิยาซากิที่แม่ป่วยเป็นวัณโรค) และดูและน้อง “เม” (May) วัย 4 ขวบ ด้วยความกังวลว่าจะต้องสูญเสียแม่ไป ทำให้ซัทซึกิต้องรับมือปัญหาของผู้ใหญ่แบบเด็ก ๆ ที่ชวนให้น่าสงสารกับภาระที่ต้องแบกรับ (เช่น การที่อยู่ ๆ น้องเมก็หายไปจนต้องช่วยกันตามหาทั้งหมู้บ้าน) ซัทซึกิและเมมีเพื่อนบ้านเป็นภูติและเพื่อนในจินตนาการ “โทโทโร” (ตัวเล็กและตัวใหญ่ที่รูปร่างคล้ายกระต่ายผสมแมว เมออกเสียงเพี๊ยนมาจากโทะโระรุ ที่หมายถึงโทรลหรือภูติตามตำนานตะวันตกที่เธอเคยเห็นในนิทาน) รวมถึงแมวรถเมล์สีส้มที่กลายเป็นเอกลักษณ์ของ Ghibli มาจนถึงทุกวันนี้

My Neighbor Totoro

My Neighbor Totoro

เหตุการณ์ที่เมได้เห็นเหล่าผองเพื่อนภูติทั้งหลาย เห็นได้เลยว่าได้รับอิทธิพลมาจาก Alice in the Wonderland โดยแฝงเรื่องของมิตรภาพที่มาพร้อมกับความรักธรรมชาติด้วย มากไปกว่านั้นคือความโอบอ้อมอารีที่มีต่อเพื่อนร่วมโลกไม่ว่าจะเป็นคนด้วยกันอย่างเราหรือไม่ก็ตาม ฮายาโอะได้ปลูกป่าในใจคนและปลูกฝังจิตใจที่ดีงามเรื่องความรับผิดชอบต่อตัวเองและสังคมกับเด็ก ๆ ผ่านหนังเรื่องนี้

นอกจากนั้นเขายังสนับสนุนให้เกิดป่าโทโทโรขึ้นมาจริง ๆ ในเขาซายามะในเมืองโตเกียว และเมืองโทโรซาวะ จังหวัดไซตามะ ซึ่งเป็นสถานที่ที่ฮายาโอะเคยใช้ชีวิตอยู่ช่วงหนึ่ง นอกจากนี้เบื้องหลังที่มาที่นักวิเคราะห์ภาพยนตร์ของญี่ปุ่นหลายคนมองว่า หนังเรื่องนี้น่าจะมีที่มาที่ไปจากเหตุการณ์แสนสะเทือนใจ (ต่างจากหน้าหนังที่น่ารัก) กล่าวถึงเหตุการณ์ในเดือนพฤษภาคมของปีหนึ่งในเขตซายามะ ที่เกิดเหตุฆาตกรรมสะเทือนขวัญ เด็กน้อยคนหนึ่งถูกลักพาตัวไปข่มขืนแล้วฆ่า เมื่อพี่สาวได้พบศพน้องสาวจึงเสียสติและบอกคนอื่นว่าตนเองเห็นทานุกิยักษ์ (ปิศาจตามความเชื่อญี่ปุ่น) และปิศาจแมว ท้ายที่สุดพี่สาวก็ฆ่าตัวตายตามน้องสาวไป อย่างที่ฮายาโอะอาจแฝงนัยยะไว้ในเรื่องถึงการขึ้นรถบัสแมวไปสู่โลกแห่งความตายตามน้องสาว

Kiki’s Delivery Service

แม่มดน้อยกิกิ (1989)

Kiki's Delivery Service

Kiki’s Delivery Service

ดัดแปลงมาจากบทประพันธ์ชื่อเดียวกันของเอโกะ คาโดโนะ เล่าเรื่องของ “กิกิ” แม่มดวัย 13 ปีที่ตามธรรมเนียมของแม่มดในวันแรกสาว จะต้องออกจากบ้านไปฝึกงานที่ต่างเมืองเป็นเวลาหนึ่งปี ครอบครัวกิกิต่างลุกขึ้นมาจัดแจงเตรียมตัวให้กิกิออกไปฝึกงาน (แฝงสัญญะของการเตรียมตัวเข้าสู่ช่วงเลือกสายการเรียนของเด็กญี่ปุ่น และการเริ่มเข้าสู่วัยเจริญพันธุ์) กิกิจะมีแมวหนึ่งตัวชื่อ “จิจิ” ที่เป็นเสมือนวิทยุทางจิตของกิกิที่สะท้อนความคิดลึก ๆ ของกิกิออกมา ความเชื่อเรื่องสัตว์นำทางจิตวิญญาณนี้เป็นความเชื่อของหลายชาติเช่น ในนิยาย The Golden Compass หรือมังกรมูซูใน Mulan) เมื่อกิกิเดินทางสู่เมืองใหญ่ เธอเลือกอาชีพบริการส่งของที่เธอถนัดจะใช้ไม้กวาดบินไปส่งองและทำได้ดี กิกิได้รู้จักกับ “ทอมโบะ” หนุ่มเฉิ่มที่ในทีแรกกิกิไม่ชอบเลยด้วยบุคลิกที่ดูไม่เป็นคนเมือง แต่นานเข้าเธอก็ได้เห็นจิตใจที่อ่อนโยนและดีงามของทอมโบะมากขึ้นเรื่อย ๆ

Kiki's Delivery Service

Kiki’s Delivery Service

แม่มดน้อยกิกิเป็นแอนิเมชันที่เด็กดูได้ ผู้ใหญ่ดูดี เพราะให้ทั้งความสนุกสนานแบบเบาสมองก็ได้ หรือแง่คิดสำหรับผู้ใหญ่ไว้ตั้งคำถามกับตัวเอง เรื่องการเลือกเส้นทางชีวิตก็ได้เช่นกัน รวมถึงการก้าวข้ามผ่านพ้นวัยหรือ Coming of Age ของเด็กสาววัย 13 ที่ต้องเรียนรู้กับความอยากได้อยากมีและยึดติดในรูปลักษณ์ภายนอกของผู้คนที่ผ่านเข้ามาในชีวิต จนสูญเสียความมั่นใจในการเป็นตัวเอง และอาจจะเผลอพลาดมิตรภาพดี ๆ ไปเมื่อสายเกิน

รวมถึงความอยากที่จะเปลี่ยนแปลงเป็นคนอื่นจนลืมข้อดีและความเป็นตัวของตัวเอง (ในเหตุการณ์ที่เธอสูญเสียพลังในการบินไป คุยกับจิจิก็ไม่รู้เรื่องแล้ว และยังทำไม้กวาดที่แม่ให้มาหักเสียอีก ทั้งหมดเพราะไม่เชื่อมั่นในตัวเอง (เหมือนSpider-Man ภาค 2 ของไตรภาคแรกสุด) แต่กิกิก็เรียกความมั่นใจกลับมาได้อีกครั้งเพราะความเชื่อมัน และตั้งใจอยากดีอยากจะช่วยชีวิตทอมโบะในเหตุการณ์ร้ายของเรื่อง) ในเนื้อหาส่วนนี้ก็เกิดดรามาระหว่างเอโกะ คาโดโนะ ผู้เขียนนิยายและฮายาโอะ ที่เธอกล่าวว่า เขาดัดแปลงเรื่องราวไปจากหนังสือโดยเพิ่มความยากลำบากของชีวิตที่กิกิต้องพบเจอมากเกินไป ซึ่งฮายาโอะก็บอกว่า นั่นแหละคือความหมายของชีวิตที่หนังกิกิควรจะต้องบอกไว้ ท้ายที่สุดวีรกรรมของเธอทำให้กิกิกลายเป็นแบบอย่างที่ดี กิกิได้เห็นเด็กน้อยในเมืองแต่งชุดตามเธอ และเธอก็ยังได้ทำงานที่เธอรัก ส่งมอบพลังบวกให้กับผู้คนอีกมากมาย

Only Yesterday

ในความทรงจำที่ไม่มีวันจาง (1991)

Only Yesterday

Only Yesterday

ผลงานกำกับของอิซาโอะ ทาคาฮาตะ ที่เคยกำกับ Grave of the Firefiles (1988) สุสานหิ่งห้อย-เรื่องเดียวที่ไม่ได้ลงฉายใน Netflix ของ Ghibli รอบนี้ บอกเล่าเรื่องราวอันแสนเรียบง่ายของ “ทาเอโกะ” สาวหัวสมัยใหม่จากโตเกียวที่เตรียมตัวลาหยุดงานไปพักร้อนที่บ้านพี่เขยที่จังหวัดยากามะ เธอคาดหวังจะได้มีประสบการณ์พักผ่อนดี ๆ ตามประสาคนเมืองไปพักผ่อนต่างจังหวัด เธอได้เจอกับ “โทชิโอะ” ชายหนุ่ยลูกพี่น้องลูกน้องของพี่เขยที่พาเธอไปทดลองใช้ชีวิตในไร่เพื่อเก็บเกี่ยวพืชผล ขับรถแทรกเตอร์ เรียนรู้การทำฟาร์ม ทำให้ทาเอโกะคิดว่าเธอหลงรักวิถีชีวิตธรรมชาติเข้าแล้ว

Only Yesterday

Only Yesterday

จุดพลิกผันของเรื่องอยู่ที่เมื่อคุณย่าของโทชิโอะ ขอให้ทาเอโกะแต่งงานกับหลานชายตัวเอง เธอรู้สึกสับสนที่แม้เธอจะสัมผัสได้ว่าชื่นชอบชีวิตชนบทมากเพียง แต่สาวคนเมืองอย่างเธอก็ยังไม่พร้อมจะมาใช้ชีวิตเป็นเมียชาวนา รวมถึงเหตุการณ์ในวัยเด็กที่เธอต้องทำเป็นเพื่อนกับเพื่อนลูกชาวนายากจนคนหนึ่งที่เข้ามาเรียนร่วมชั้น เธอแกล้งทำดีกับเพื่อนคนนั้น ก่อนที่จะมารู้เอาในตอนท้ายว่าเพื่อนคนนั้นก็รู้ว่าเธอเสแสร้งและไม่จริงใจ ทาเอโกะจึงต้องเผชิญกับคำถามในชีวิตที่ว่า ทั้งโทชิโอะและชีวิตชนบทคือสิ่งที่เธอรักจริงหรือแค่หลอกตัวเองว่ารัก Only Yesterday เป็นผลงานที่ผู้สร้างไปเก็บภาพความงามของจังหวัดยามากาตะมาไว้ในเรื่องจริง ๆ และยังเต็มไปด้วยบรรยากาศถวิลหาอดีต (Nostalgia) ไปถึงญี่ปุ่นในยุค 60s ตอนย้อนไปดูทาเอโกะสมัยเด็ก

Porco Rosso

พอร์โค รอสโซ สลัดอากาศประจัญบาน (1992)

Porco Rosso

Porco Rosso

เทียบได้กับ Beauty and the Beast หรือโฉมงานกับเจ้าชายอสูรของ Disney (Porco Rosso เข้าฉายไล่หลังกันปีเดียว) “ปอร์โก” นักล่าเงินรางวัลฝีมือฉกาจแห่งท้องทะเลเอเดรียติก ถูกร้องขอให้ไปช่วยเหลือเรือบรรทุกคนงานเหมืองแร่และเด็กเรียนหญิงที่โดยสารติดเรือมาด้วย ซึ่งอย่างหลังนี่เองที่จูงใจปอร์โกมากกว่า ปอร์โกออกไปเผชิญหน้ากับกลุ่มโจรสลัด “มัมมา ยูโต้” เมื่อทำภารกิจสำเร็จปอร์โกก็มักจะมาพบกับ “จีน่า” เจ้าของและนักร้องประจำบาร์ ปอร์โกออกผจญภัยต่อไปในเหตุที่จวนเจียนจะพลาดท่าหลายครั้งแต่ก็ยังไม่ตาย เขาลากซากเครื่องบินไปซ่อมที่เมืองมิลาน ประเทศอิตาลี ความจริงแต่หนหลังค่อย ๆ ปรากฎว่า เขาออกจากกองทัพอิตาลีเพราะประเทศถูกปกครองด้วยระบอบเผด็จการฟาสซิสต์

Porco Rosso

Porco Rosso

ในตอนสุดท้ายของเรื่อง ปอร์โกต้องดวลกับครูปรับคนสำคัญอย่างนักบินรับจ้างชาวอเมริกันนามว่า “เคอร์ติส” ซึ่งการต่อสู้ครั้งนี้ ก็ทำให้ปอร์โกได้รู้ซึ้งถึงความหมายของความเป็นมนุษย์ ปลดปล่อยตังเองจากคำสาปและความผิดบาปแต่หนหลังที่ยังฝังใจ และความรักที่แท้จริงของจีน่า หนังที่มีฉากหลังระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 1 กับ 2 ที่เศรษฐกิจทั่วโลกฝืดเคืองอย่างหนักเรื่องนี้ เต็มไปด้วยสัญลักษณ์ที่สื่อไปถึงความชื่นชอบของฮายาโอะ มิยาซากิทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็นเครื่องบินที่เขาชอบมากเพราะเติบโตมาในช่วงสงครามหมู (ที่ปอร์โกเป็น) และประเทศอิตาลี (เหตุเกิดที่เมืองมิลาน)

เดิมทีฮายาโอะจะทำ Porco Rosso ตั้งแต่ทำ Laputa: Castle in the Sky โดยมอบหมายให้ผู้กำกับรุ่นน้องมากำกับแทน แต่รุ่นน้องกลับปฏิเสธในภายหลังว่า หนังไม่น่าเชื่อถือมากไปจนเขาต้องมากำกับเองในที่สุด และเดิมทีเขากำหนดให้เนื้อเรื่องส่วนใหญ่เกิดประเทศโครเอเชียในปี 1992 ที่สรา้งหนังเกิดสงครามกลางเมืองในยูโกสลาเวียพอดี เขาเลยเปลี่ยนเป็นเกิดในทะเลอาเดรียติก (Adriatic Sea) แทน

Ocean Waves

สองหัวใจ รักหนึ่งเดียว (1993)

Ocean Waves

Ocean Waves

ภาพยนตร์ขนาดยาวเรื่องแรกของ Ghibli ที่สร้างเพื่อออกฉายทางโทรทัศน์โดยเฉพาะ และยังเป็นภาพยนตร์เรื่องแรกที่ไม่ได้กำกับโดยฮายาโอะ มิยาซากิ และอิซาโอะ ทาคาฮาตะ แต่เป็นงานกำกับของโทโมมิ โมชิซูกิ ผู้กำกับรุ่นใหม่ของ Ghibli ในเวลานั้นที่ทั้งกองถ่ายของเรื่องนี้จะมีทีมงานอายุ 20-30 ปี ไม่เกินนี้เท่านั้นเพื่อเน้นทำงานอย่างรวดเร็วและประหยัด หนังดัดแปลงจากนิยายของฮิมุโระ ซาเอโกะ นักเขียนนิยายสำหรับผู้หญิงชื่อดัง หนังเป็นเรื่องราวของ “ทาคุ” ที่กำลังขึ้นเครื่องบินกลับไปงานเลี้ยงรุ่น ทำให้หวนย้อนถึงเรื่องราวเมื่อ 2 ปีก่อน ตอนที่เขาและเพื่อนสนิท “มัตสึโนะ” ได้พบกับ “ริคาโกะ” นักเรียนสาวแสนสวยที่เพิ่งย้ายมาใหม่ครั้งแรก  มัตสึโนะชอบริคาโกะตั้งแต่แรกเห็น แต่ทาคุเลือกจะเก็บซ่อนความรู้สึกนั้นไว้ ส่วนริคาโกะนั้นเก็บตัวและไม่ยอมเป็นเพื่อนกับใครนอกจากเพื่อนสนิทของเธออย่าง “โคฮะมะ”

Ocean Waves

Ocean Waves

วันหนึ่งด้วยความตกกระไดพลอยโจน โคฮะมะโทรมาตามให้ทาคุช่วยห้ามปรามไม่ให้ริคาโกะขึ้นเครื่องบินไปหาพ่อที่โตเกียว สุดท้ายทาคุเลยอาสาไปโตเกียวกับริคาโกะซึ่งก็ทำให้เขาได้สัมผัสกับความอ่อนแอของเธอที่ไม่เคยเห็นมาก่อน เมื่อกลับมาเกิดข่าวลือที่ทำให้ริคาโกะเสียชื่อว่าไปโตเกียวกับทาคุสองต่อสอง ริคาโกะก็โกรธทาคุ และตามสไตล์ละครช่อง one (ฮา) มัตสึโนะเข้าใจผิดและต่อยทาคุ ทั้งสองผิดใจกันเพราะเรื่องผู้หญิงและไม่คุยกันอีกตั้งแต่นั้น การกลับมางานเลี้ยงรุ่นครั้งนี้ อาจจะทำให้ทาคุได้ปรับความเข้าใจกับเพื่อนและอาจจะได้เจอกับคนที่เขารักมาตลอดอีกครั้ง… เกร็ดเล็ก ๆ น้อย ๆ อีกอย่างก็คือ Ocean Waves เป็นหนังญี่ปุ่นไม่กี่เรื่องที่ Ghibli เป็นผู้ตั้งชื่อภาษาอังกฤษสำหรับขายตลาดต่างประเทศด้วยตัวเอง

Tales from Earthsea

ศึกเทพมังกร พิภพสมุทร (2006)

Tales from Earthsea

Tales from Earthsea

ผลงานกำกับของโกโร มิยาซากิ ลูกชายคนโตของฮายะโอะ มิยาซากิ ดัดแปลงมาจากหนังสือเล่มที่ 3 ของนิยายชุด Earthsea ชื่อเล่มว่า The Farthest Shore ของนักเขียนชาวอเมริกัน Ursula K. Le Guin ซึ่งจริง ๆ แล้ว ฮายาโอะอยากนำนวนิยายเรื่องนี้มาสร้างตั้งแต่ยุค 80s แล้ว แต่ Le Guin ปฏิเสธไม่ให้สร้าง เพราะ “ไม่รู้จักสตูดิโอ Ghibli” (เธอให้สัมภาษณ์ไว้ว่า เธอรู้จักแต่ Disney และก็ไม่ชอบ Disney ด้วย) ต่อมาภายหลังจากที่ Spirited Away คว้ารางวัลออสการ์ภาพยนตร์แอนิเมชันยอดเยี่ยม Le Guin ก็เลยเป็นฝ่ายกลับกันที่ง้ออยากให้ฮายาโอะเอานิยายของเธอไปสร้าง แต่เนื่องจากเขาติดกำกับ Howl’s Moving Castle อยู่ เลยเสนอให้ลูกชายคนโตมากำกับแทน

Tales from Earthsea

Tales from Earthsea

Tales from Earthsea เล่าเรื่องราวแฟนตาซีอย่างเต็มขั้น เกี่ยวกับ “เจ้าชายอาร์เรน” ลอบปลงพระชนม์พระราชา และได้ “พ่อมดเหยี่ยวนกเขา” ช่วยเอาไว้ ทั้งคู่เดินทางต่อไปยังเมืองฮอร์ตและได้เห็นโลกของการค้าทาส อาร์เรนช่วยหญิงสาวที่กำลังถูกจับนามว่า “เทรุ” แต่เธอกลับไม่ขอบคุณเขาแถมยังเดินหนีไปเสียอย่างนั้น ต่อมา “พ่อมดค้อบ” ตัวร้ายของเรื่องชักจูงอาร์เรนเข้าสู่ด้านมืดสำเร็จ (นี่มัน Star Wars หรือเปล่า?) เหยี่ยวนกเขาต่อสู้กับอาร์เรนจนกว่าจะสร่าง อาร์เรนก็สู้กับพ่อมดค้อบต่ออีกที อาร์เรนหลุดพ้นจากด้านมืดในที่สุดแต่ก็ไม่ทันช่วยชีวิตเทรุจากพ่อมดค้อป ทันใดนั้นก็ได้เกิดเหตุมหัศจรรย์ขึ้นจนค้อบพ่ายแพ้ไป.

หนังไม่เป็นที่ถูกใจแฟน Ghibli รวมถึงคอหนังทั่วไปเท่าที่ควร (อ่านจากเนื้อเรื่องก็พอเดาออก ว่าไม่ใช่สไตล์ที่คนญี่ปุ่นจะชอบได้เลย) ถึงขนาดถูกเสนอชื่อในรางวัล Grand Prize จาก Bunshun Kiichigo Awards หรือรางวัลยอดแย่ราซซี่อวอร์ดในสาขาภาพยนตร์ยอดแย่แห่งปีนั้นเลยทีเดียว

เรียบเรียงจาก 

  • Starpics ฉบับ “Everything about Ghibli Story” (3rd Edition) โดย เกรียงไกร พัฒนกุลโกเมธ
  • “เข้าใจจิบลิ” โดย อริสา พิสิฐโสธรานนท์ (สำนักพิมพ์สวนเงินมีมา)

พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัส

แชร์โพสนี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...