อ่าน Fund Fact Sheet อย่างไร ให้เข้าใจภายใน 10 นาที
ปฏิเสธไม่ได้ว่าก่อนตัดสินใจลงทุนกองทุนรวม ผู้ลงทุนต้องอ่านข้อมูลหนังสือชี้ชวนส่วนสรุปข้อมูลสำคัญของกองทุนรวม หรือเรียกว่า Fund Fact Sheet ซึ่งจะแสดงข้อมูลเกี่ยวกับนโยบายการลงทุน ลักษณะผลตอบแทน ความเสี่ยง เงื่อนไขต่างๆ ของกองทุนรวม และข้อมูลสำคัญที่ควรทราบทั้งหมดในกองทุนรวม
คำแนะนำสำหรับการอ่าน Fund Fact Sheet
คุณกำลังจะลงทุนในอะไร
เพื่อให้ทราบว่ากองทุนรวมนี้เป็นกองทุนประเภทอะไร เช่น กองทุนรวมตราสารทุน กองทุนรวมตราสารหนี้ กองทุนรวมผสม อีกทั้งเพื่อให้ทราบว่ากองทุนรวมนี้มีกลยุทธ์การบริหารกองทุนแบบเชิงรุก หรือเชิงรับ
กองทุนรวมนี้เหมาะกับใคร
ข้อมูลส่วนนี้จะบอกว่ากองทุนรวมนี้ “เหมาะกับใคร” และ “ไม่เหมาะกับใคร” เพื่อให้ผู้ลงทุนได้ประเมินตัวเองก่อนตัดสินใจลงทุนว่ากองทุนนั้นเหมาะกับตัวเองหรือไม่
คุณต้องระวังอะไรเป็นพิเศษ
บอกถึงคำเตือนที่สำคัญต่างๆ เช่น กองทุนรวมนี้อาจลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าทำให้กองทุนมีความเสี่ยงมากกว่ากองทุนที่ลงทุนในหลักทรัพย์อ้างอิงโดยตรง, หน่วยลงทุนนี้จะนำไปจำหน่าย จ่าย โอน จำนำ หรือนำไปเป็นประกันไม่ได้ เป็นต้น
คะแนนความเสี่ยงกองทุน
ระดับความเสี่ยงของกองทุนรวมมีตั้งแต่ระดับ 1 ถึง 8 โดยความเสี่ยงระดับ 1 มีความเสี่ยงต่ำ และความเสี่ยงระดับ 8 จะมีความเสี่ยงสูง เช่น หากระดับความเสี่ยงที่รับได้ของผู้ลงทุนอยู่ที่ระดับ 4 แสดงว่าสามารถลงทุนในกองทุนที่มีระดับคะแนนตั้งแต่ 1 - 4 และถ้าต้องการลงทุนความเสี่ยงระดับ 5 ขึ้นไป แสดงว่าจะลงทุนในสินทรัพย์ที่เสี่ยงเกินกว่าความสามารถในการรับความเสี่ยงของตัวเอง
ปัจจัยความเสี่ยงที่สำคัญ
เป็นข้อมูลความเสี่ยงที่บอกถึงความเสี่ยงของกองทุนรวม ถ้ากองทุนรวมมีความเสี่ยงสูงจะมีค่ามาก เช่น ความเสี่ยงจากการกระจุกตัวลงทุนในผู้ออกรายใดรายหนึ่ง หากมีค่ามากแสดงว่า มีการกระจุกตัวในผู้ออกมาก กองทุนรวมมีความเสี่ยงมาก
สัดส่วนของประเภทสินทรัพย์ที่ลงทุน
เป็นข้อมูลแสดงรายละเอียดของกองทุนรวมว่าลงทุนในตราสารใดบ้าง โดยส่วนใหญ่จะแบ่งเป็นกลุ่มอุตสาหกรรมที่ลงทุน และหลักทรัพย์หรือตราสารที่ไปลงทุนที่มีมูลค่าการลงทุนสูงสุด 5 อันดับแรก
ค่าธรรมเนียม
ข้อมูลนี้จะแสดงค่าใช้จ่ายทั้งหมดที่เกี่ยวข้องในการบริหารกองทุน แบ่งเป็น
- ค่าธรรมเนียมที่เรียกเก็บจากตัวกองทุนรวม (Total Expense Ratio) เป็นค่าใช้จ่ายคิดเป็น % ต่อปีของ NAV โดยจะถูกคำนวณแล้วหักออกทุกวัน ก่อนจะมาเป็น NAV ให้ซื้อขายกัน ส่วนใหญ่ที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานของกองทุนรวม ได้แก่ ค่าธรรมเนียมการจัดการ (Management Fee) ค่าธรรมเนียมผู้ดูแลผลประโยชน์ (Trustee Fee) ค่านายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ ค่านายทะเบียนหน่วยลงทุน ค่าโฆษณาประชาสัมพันธ์กองทุน ค่าผู้สอบบัญชี ค่าใช้จ่ายในการจัดทำและแจกจ่ายหนังสือชี้ชวน เป็นต้น
- ค่าธรรมเนียมเก็บจากนักลงทุนโดยตรง เป็นค่าธรรมเนียมที่เกิดจากการทำรายการต่างๆ ของผู้ถือหน่วยลงทุน เช่น ค่าธรรมเนียมจากการขายหน่วยลงทุน (Front-end-fee) จะถูกบวกเข้าไปกับมูลค่าหน่วยลงทุนเมื่อซื้อหน่วยลงทุน และค่าธรรมเนียมรับซื้อคืนหน่วยลงทุน (Back-end-fee) เป็นค่าธรรมเนียมที่ถูกเรียกเก็บเมื่อขายหน่วยลงทุนคืนให้ บลจ. โดยจะถูกหักจากเงินที่ได้รับจากการขายคืนหน่วยลงทุน และค่าธรรมเนียมสับเปลี่ยนหน่วยลงทุน จะถูกเก็บเมื่อมีการสับเปลี่ยนกองทุนทั้งใน บลจ. เดียวกัน หรือต่าง บลจ.
ผลการดำเนินงาน
เป็นข้อมูลที่แสดงผลการดำเนินงานย้อนหลังที่ผ่านมาของกองทุนรวมเทียบกับดัชนีชี้วัด ซึ่งจะแสดงผลตอบแทนย้อนหลัง 3 เดือน, 6 เดือน, 1 ปี, 3 ปี, 5 ปี, 10 ปี และตั้งแต่จัดตั้งกองทุน โดยการเปรียบเทียบกองทุนรวมว่ากองทุนรวมไหนมีผลการดำเนินงานที่ผ่านมาดีกว่านั้น ต้องเทียบกองทุนรวมที่มีนโยบายการลงทุนแบบเดียวกันและช่วงเวลาเดียวกัน
โดยใน Fund Fact Sheet จะบอกวันที่คำนวณผลตอบแทนย้อนหลังเอาไว้ เช่น ผลการดำเนินงานย้อนหลังแบบปักหมุด ณ วันที่ 30 กันยายน 2562
ที่สำคัญผลการดำเนินงานในอดีตไม่ได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต
ข้อมูลอื่นๆ
แสดงรายการที่เกี่ยวข้อง เช่น นโยบายการจ่ายเงินปันผล จำนวนขั้นต่ำในการซื้อขาย เวลาเปิดและปิดทำการการทำรายการซื้อ ขาย สับเปลี่ยนหน่วยลงทุน รายชื่อผู้จัดการกองทุน และข้อมูลเพื่อติดต่อสอบถาม เป็นต้น
ก่อนตัดสินใจลงทุนกองทุนรวม ควรอ่านและศึกษาข้อมูลกองทุนรวมใน Fund Fact Sheet ก่อนทุกครั้ง และทำความเข้าใจให้ถ่องแท้ ซึ่งจะว่าไปแล้วใช้เวลาไม่กี่อึดใจก็เห็นภาพรวมของกองทุนนั้นได้ เมื่อทำการอ่านข้อมูลเสร็จ ก็สามารถตัดสินใจได้ว่าควรลงทุนกองทุนนั้นหรือไม่
หมายเหตุ: บทความนี้เพื่อใช้สำหรับศึกษาเบื้องต้นเท่านั้น มิได้มีเจตนาในการชี้นำการลงทุนแต่อย่างใด ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมก่อนตัดสินใจลงทุน
กชพร คะสุวรรณ AFPTTM
กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ
อ่านบทความอื่นๆ ต่อได้ที่ >> https://setga.page.link/ds4rghK8pyNH5ZUZ6