โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

มีผลแล้ว! ฝาก-รับโอนเงิน 3,000 ครั้งต่อปี สถาบันการเงินต้องรายงานสรรพากร

TODAY

อัพเดต 25 ธ.ค. 2562 เวลา 10.15 น. • เผยแพร่ 25 ธ.ค. 2562 เวลา 07.34 น. • Workpoint News

ราชกิจจาฯ ประกาศกฎกระทรวง ให้สถาบันการเงินรายงานธุรกรรมการเงินลูกค้า ต่อสรรพากร หากรับโอนตั้งแต่ 3 พันครั้งขึ้นไป หรือฝาก/รับโอนเงินทุกบัญชีรวมกันตั้งแต่400 ครั้ง รวมเงิน 2 ล้านบาทขึ้นไป/ปี/ธนาคาร เริ่มครั้งแรกในวันที่ 31 มี.ค.63 สำหรับข้อมูลการฝากหรือรับโอนเงินที่เกิดขึ้น ตั้งแต่วันถัดจากวันที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา หรือตั้งแต่วันที่ 24 ธ.ค.2562 เป็นต้นไป

 

เมื่อวันที่ 23 ธ.ค.2562เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศกฎกระทรวง ฉบับที่ 355 (พ.ศ. 2562) ออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการรายงานข้อมูลเกี่ยวกับบุคคลที่มีธุรกรรมลักษณะเฉพาะ ระบุว่า

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 3 สัตตรส วรรคสาม แห่งประมวลรัษฎากร ซึ่งแก้ไข เพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ 48) พ.ศ. 2562 และมาตรา 4 แห่งประมวลรัษฎากร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้

 

ข้อ 1 ในกฎกระทรวงนี้

“ผู้มีหน้าที่รายงาน” หมายความว่า สถาบันการเงินตามกฎหมายว่าด้วยธุรกิจสถาบันการเงิน สถาบันการเงินของรัฐที่มีกฎหมายเฉพาะจัดตั้งขึ้น และผู้ให้บริการเงินอิเล็กทรอนิกส์ตามกฎหมายว่าด้วย ระบบการชำระเงิน

 

“บัญชี” หมายความว่า บัญชีที่ใช้สำหรับการฝากหรือรับโอนเงินของบุคคลใดที่อยู่ใน ความครอบครองของผู้มีหน้าที่รายงาน โดยอาจกระทำในนามของบุคคลคนเดียวหรือหลายคน

 

“รับโอนเงิน” หมายความว่า การที่บุคคลที่มีชื่อเป็นเจ้าของบัญชีได้รับเงินหรือสิทธิเรียกร้อง เงินในบัญชี

 

ข้อ 2 ให้ผู้มีหน้าที่รายงานจัดทำรายงานข้อมูลเกี่ยวกับบุคคลที่มีธุรกรรมลักษณะเฉพาะ ซึ่งอยู่ในความครอบครองตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม ถึงวันที่ 31 ธันวาคม ของปีที่ล่วงมา โดยต้องมี รายการดังต่อไปนี้

(1) เลขประจำตัวประชาชน เลขที่หนังสือเดินทาง เลขทะเบียนนิติบุคคล เลขประจำตัว ผู้เสียภาษีอากร หรือสิ่งอื่นที่ใช้ในการระบุตัวบุคคลของบุคคลที่มีธุรกรรมลักษณะเฉพาะ

(2) ชื่อและชื่อสกุลของบุคคลธรรมดา ชื่อของห้างหุ้นส่วนสามัญ ชื่อของคณะบุคคลที่มิใช่ นิติบุคคล หรือชื่อนิติบุคคล

(3) จำนวนครั้งของการฝากหรือรับโอนเงินทุกบัญชีรวมกัน

(4) จำนวนเงินที่ฝากหรือรับโอนเงินทุกบัญชีรวมกัน

(5) เลขที่บัญชีทุกบัญชีที่มีการฝากหรือรับโอนเงิน

 

ข้อ 3 ในการรายงานข้อมูลเกี่ยวกับบุคคลที่มีธุรกรรมลักษณะเฉพาะ ให้ผู้มีหน้าที่รายงาน นำส่งข้อมูลเกี่ยวกับบุคคลที่มีธุรกรรมลักษณะเฉพาะตามข้อ 2 ผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ของกรมสรรพากร ตามรูปแบบการรายงานข้อมูลที่อธิบดีประกาศกำหนด

 

ข้อ 4 การรายงานข้อมูลเกี่ยวกับจำนวนครั้งและจำนวนเงินของการฝากหรือรับโอนเงิน ตามข้อ 2 (3) และ (4) ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้

 

(1) การฝากหรือรับโอนเงินเข้าบัญชีของบุคคลที่มีชื่อเป็นเจ้าของบัญชี ให้นับจำนวนครั้ง และจำนวนเงินทุกครั้งที่มีการฝากหรือรับโอนเงินเข้าไปในบัญชีของบุคคลที่มีชื่อเป็นเจ้าของบัญชี โดยไม่ต้องคำนึงถึงข้อกำหนดวิธีการนำเงินเข้าบัญชีที่ผู้มีหน้าที่รายงานได้กำหนดไว้แต่อย่างใด

(2) การฝากหรือรับโอนเงินเข้าบัญชีซึ่งกระทำผ่านอุปกรณ์รับชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ ภาพรหัสคิวอาร์ หรือวิธีการรับชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์อื่น ให้นับจำนวนครั้งและจำนวนเงินที่ได้ กระทำผ่านอุปกรณ์หรือวิธีการเช่นว่านั้นทุกครั้ง โดยไม่ต้องคำนึงถึงข้อกำหนดวิธีการนำเงินเข้าบัญชี ที่ผู้มีหน้าที่รายงานได้กำหนดไว้แต่อย่างใด ในกรณีที่การฝากหรือรับโอนเงินตามวรรคหนึ่งเป็นการฝากหรือรับโอนเงินด้วยเงินตราต่างประเทศ ให้คำนวณค่าหรือราคาของเงินตราต่างประเทศเป็นเงินตราไทยตามอัตราถัวเฉลี่ย ณ วันสิ้นปีที่ธนาคารพาณิชย์รับซื้อซึ่งธนาคารแห่งประเทศไทยได้คำนวณไว้ก่อนรายงานข้อมูล

 

ข้อ 5 การรายงานข้อมูลการฝากหรือรับโอนเงินในครั้งแรกซึ่งต้องรายงานภายในวันที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2563 ให้ผู้มีหน้าที่รายงานรายงานข้อมูลในปีที่ล่วงมาเฉพาะข้อมูลการฝากหรือ รับโอนเงินที่เกิดขึ้นตั้งแต่วันถัดจากวันที่กฎกระทรวงนี้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา

 

ให้ไว้ ณ วันที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2562

 

อุตตม สาวนายน

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง

 

หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่มาตรา 3 สัตตรส แห่งประมวลรัษฎากร ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ 48) พ.ศ. 2562 กำหนดให้สถาบันการเงินตามกฎหมายว่าด้วยธุรกิจสถาบันการเงิน สถาบันการเงินของรัฐที่มีกฎหมายเฉพาะจัดตั้งขึ้น และผู้ให้บริการเงินอิเล็กทรอนิกส์ตามกฎหมายว่าด้วยระบบการชำระเงิน มีหน้าที่รายงานข้อมูลเกี่ยวกับบุคคล ที่มีธุรกรรมลักษณะเฉพาะในปีที่ล่วงมา โดยรายการข้อมูลเกี่ยวกับบุคคลที่มีธุรกรรมลักษณะเฉพาะ ที่ต้องรายงาน และวิธีการรายงานให้เป็นไปตามที่กำหนดในกฎกระทรวง จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้

 

 

การปรับปรุงกำหนดระยะเวลาในการเก็บรวบรวมข้อมูลธุรกรรมลักษณะเฉพาะ

สำหรับ กฎกระทรวง ฉบับที่ 355 (พ.ศ. 2562) ออกตามความในประมวลรัษฎากร เพื่อกำหนดรายการข้อมูลเกี่ยวกับบุคคลที่มีธุรกรรมลักษณะเฉพาะที่ต้องรายงานและวิธีการรายงานได้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 23 ธันวาคม 2562 เป็นต้นไป โดยได้กำหนดวันในการเริ่มเก็บและรวบรวมข้อมูลการฝากหรือรับโอนของบุคคลที่มีธุรกรรมลักษณะเฉพาะตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา ซึ่งคือตั้งแต่วันที่  24 ธันวาคม 2562 เป็นต้นไป

โดยผู้มีหน้าที่รายงานข้อมูลต้องรายงานข้อมูลบุคคลที่มีธุรกรรมลักษณะเฉพาะของปี 2562 (ข้อมูลระหว่างวันที่   24 – 31 ธันวาคม 2562) ภายในวันที่ 31 มีนาคม 2563 โดยกฎกระทรวงดังกล่าวมีรายละเอียดการรายงานข้อมูลเกี่ยวกับบุคคลที่มีธุรกรรมลักษณะเฉพาะ (มีการฝากหรือรับโอนเงินทุกบัญชีรวมกันตั้งแต่ 3,000 ครั้งขึ้นไป หรือ มีการฝากหรือรับโอนเงินทุกบัญชีรวมกันตั้งแต่ 400 ครั้งและมียอดเงินรวมกันตั้งแต่ 2,000,000 บาทขึ้นไป) ที่ต้องรายงานและวิธีการรายงานตามกฎกระทรวงตามมาตรา 3 สัตตรสแห่งประมวลรัษฎากร ดังนี้

  • กำหนดให้การจัดทำรายการข้อมูลเกี่ยวกับบุคคลที่มีธุรกรรมลักษณะเฉพาะ ต้องมีรายการอย่างน้อยดังต่อไปนี้

(1) เลขประจำตัวประชาชน หรือเลขทะเบียนนิติบุคคล

(2) ชื่อ-สกุล ของบุคคลธรรมดา หรือชื่อนิติบุคคล ที่มีธุรกรรมลักษณะเฉพาะ

(3) จำนวนครั้งของการฝากหรือรับโอนเงินทุกบัญชีรวมกัน

(4) จำนวนเงินที่ฝากหรือรับโอนเงินทุกบัญชี

(5) เลขที่บัญชีที่มีการฝากหรือรับโอนเงิน

(6) ข้อความอื่นที่อธิบดีกำหนด

  • กำหนดให้นำส่งข้อมูลเกี่ยวกับบุคคลที่มีธุรกรรมลักษณะเฉพาะข้างต้นตามรูปแบบข้อมูล (Format) และมีฟิลด์ข้อมูล (Data Field) ตามที่อธิบดีประกาศกำหนด และอาจดำเนินการจัดทำและนำส่งเป็นภาษาอังกฤษ หรือด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ก็ได้

 

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...