โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

The Livin Ramkhamhaeng บนทำเลศักยภาพแห่งใหม่ NEW EBD

TERRABKK

อัพเดต 02 พ.ย. 2563 เวลา 03.04 น. • เผยแพร่ 12 ต.ค. 2563 เวลา 06.23 น. • TERRABKK
The Livin Ramkhamhaeng บนทำเลศักยภาพแห่งใหม่ NEW EBD

               ด้วยความที่พื้นที่ CBD หรือย่านเศรษฐกิจอย่างโซนสีลม สาทร สุขุมวิท เริ่มมีความหนาแน่นทำให้มีการกระจายตัวออกจากใจกลางเมืองไปสู่ทำเลอื่นๆ รวมถึงทำเลกรุงเทพฯ ฝั่งตะวันออกอย่าง“รามคำแหง” ทำเลอนาคตว่าที่“NEW EBD” (Extended Business District) หรือพื้นที่ส่วนต่อขยายย่านธุรกิจที่รองรับการขยายตัวของเมือง ในอดีตที่ย่านนี้เป็นที่อยู่อาศัยแต่ดั้งเดิม ปัจจุบันทำเลนี้กำลังจะเปลี่ยนไป แล้วอะไรที่ทำให้รามคำแหงกลายเป็น New EBD เราขอเรียบเรียงดังนี้

“รามคำแหง” ทำเลไร้ขีดจำกัดในการเดินทางด้วย Interchange รถไฟฟ้า

               รามคำแหงเป็นทำเลที่มีการเติบโตอย่างรวดเร็วจากการเข้ามาของรถไฟฟ้าที่ช่วยดันศักยภาพในทำเลนี้ ซึ่งปัจจุบันมีรถไฟฟ้าสายใหม่ 2 สายที่กำลังก่อสร้างอยู่ ได้แก่ รถไฟฟ้าสายสีส้ม(บางขุนนนท์ – มีนบุรี) ที่มีแนวเส้นทางที่รองรับการเดินทางเชื่อมกรุงเทพฯฝั่งตะวันตก-ตะวันออก โดยแบ่งเป็น 2 ช่วง ได้แก่ช่วงบางขุนนนท์-ศูนย์วัฒนธรรมฯ ที่อยู่ในช่วงเชิญชวนเอกชนให้ทำสัญญาร่วมลงทุน คาดว่าจะเปิดให้บริการในปี 2569 และช่วงศูนย์วัฒนธรรมฯ-มีนบุรี(สุวินทวงศ์) มีการก่อสร้างคืบหน้าแล้วกว่า 60% ซึ่งจะเปิดให้บริการในปี 2567 อีกทั้งยังมีรถไฟฟ้าสายสีเหลือง(ลาดพร้าว-สำโรง) ที่ก่อสร้างไปแล้วเกือบ 60% และจะเปิดให้บริการในปี 2565 นอกจากนี้ในบริเวณรามคำแหงยังมีรถไฟแอร์พอร์ตลิ้ง (พญาไท-สนามบินสุวรรณภูมิ)ที่สถานีรามคำแหง

               ในอนาคตทำเลรามคำแหงยังมีรถไฟฟ้าเข้ามาอีกสายก็คือรถไฟฟ้าสายสีน้ำตาล(แคราย-ลำสาลี) ซึ่งปัจจุบันอยู่ในช่วงปรึกษาหารือและเตรียมจัดทำ EIA ครั้งที่ 2 หากรถไฟฟ้าสายสีน้ำตาลเตรียมก่อสร้างหรือสร้างเสร็จจะทำให้ทำเลรามคำแหงและสถานีลำสาลีกลายเป็นจุด Interchange ที่เชื่อมต่อรถไฟฟ้าทั้ง 3 สายด้วยเส้นทางที่ครอบคลุมและหลากหลายทำให้การเดินทางของผู้คนในย่านนี้มีความสะดวกมากขึ้นสามารถเดินทางเข้าสู่ใจกลางเมืองหรือออกนอกเมืองได้อย่างรวดเร็ว

               จากการขยายตัวของแนวรถไฟฟ้าและเป็นจุด Interchange สำคัญในการเดินทางของกรุงเทพฯฝั่งตะวันออกทำให้เกิดการพัฒนาโครงการต่างๆทั้งจากภาครัฐและภาคเอกชนมากขึ้น ทำให้ความเจริญเข้ามาสู่ในพื้นที่อย่างต่อเนื่องและด้วยความที่มีการคมนาคมที่สามารถเข้าสู่ย่านแหล่งธุรกิจสำคัญต่างๆ เช่น อโศก สุขุมวิท สีลม สยาม และสาทร ได้อย่างสะดวก“รามคำแหง” ในตอนนี้จึงเป็นทำเลศักยภาพที่รองรับการขยายของเมือง

               ทำเลรามคำแหงมีการเดินทางที่หลากหลายเชื่อมต่อทั้ง รถ เรือ ราง สามารถเดินทางเข้าเมืองได้อย่างสะดวก โดยมีถนนรามคำแหงซึ่งเป็นถนนสายหลักของเมืองที่เชื่อมต่อถนนเส้นสำคัญที่ไปยังทำเลอื่นๆ เช่น ถนนพระราม 9, ถนนกรุงเทพฯ-กรีฑา, ถนนศรีนครินทร์, ถนนพัฒนาการ ฯ หรือสามารถใช้ทางด่วนพิเศษฉลองรัช (รามอินทรา-อาจณรงค์)หรือทางหลวงพิเศษ(มอเตอร์เวย์) หมาย 9 เชื่อมกับถนนวงแหวนรอบนอกตะวันออก นอกจากนี้ยังสามารถเดินทางด้วยเรือในคลองแสนแสบ ซึ่งช่วยประหยัดเวลาในการเดินทางเข้าเมืองได้มากขึ้น ด้วยการเดินทางที่หลากหลายผู้คนในย่านนี้่จึงมีความสะดวกมากขึ้นสามารถเดินทางเข้า-ออกเมือง ไปยังทำเลอื่นได้อย่างสะดวก

“รามคำแหง” ทำเลที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกที่ครบครัน

               ด้วยศักยภาพของทำเลจึงดึงดูดการลงทุนจากภาคเอกชนซึ่งล่าสุด The Mall Group เจ้าตลาดศูนย์การค้าในทำเลรามคำแหงที่มาปักหมุดเดอะมอลล์ในทำเลนี้แต่เนิ่นนานได้มีการปรับโฉมครั้งใหญ่กับศูนย์การค้าเดอะมอลล์รามคำแหง 2 ที่เปลี่ยนเป็น MIxed-Use Complex บนพื้นที่กว่า 200,000 ตารางเมตร โดยคาดว่าจะเสร็จในปี 2564 นอกจากนี้ Major Development ยังเข้ามาพัฒนาโครงการ Makor Tower Rama9 - Ramkhamhaeng โครงการ Mixed-use ที่มีพื้นที่สำนักงานเกรดเอและพื้นที่รีเทลการเข้ามาของโครงการต่างๆ ทำให้ย่านนี้มีความหลากหลายเพิ่มขึ้น พร้อมรองรับการใช้งานของผู้คนที่มากขึ้น

               นอกจากนี้ยังมีสิ่งอำนวยความสะดวกแหล่งไลฟ์สไตล์ที่ตอบโจทย์การอยู่อาศัยไม่ว่าจะเป็นศูนย์การค้า Community Mall ร้านค้า ร้านอาหารมากมายและย่านนี้เต็มไปด้วยสถาบันศึกษาชั้นนำ เช่น ม.รามคำแหง, ม.อัสสัมชัญ, รร.บดินทรเดชา, รร.อุดมศึกษา ฯลฯ และอุ่นใจด้วยโรงพยาบาลมากมายที่รองรับผู้คนในทำเลนี้

ทำเลแห่งการอยู่อาศัยกับ Demand ที่หลากหลาย

               แต่เดิมทำเลรามคำแหงเป็นย่านที่อยู่อาศัยหนาแน่นแต่ดั้งเดิมเพราะเป็นย่านการศึกษาที่มีมหาวิทยาลัยรามคำแหงเป็นจุดศูนย์กลางและดึงดูดให้นักศึกษาและคนค้าขายเข้ามาอยู่อาศัยในทำเลนี้เป็นจำนวนมาก ย่านนี้จึงเต็มไปด้วยอาคารพาณิชย์ที่เป็นร้านค้า ร้านอาหาร หอพัก อพาร์ทเมนท์ ฯลฯ ที่ตอบโจทย์นักศึกษาและผู้คนที่ทำงานในย่านนั้น ด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกในย่านนี้ที่ครบพร้อมใช้ชีวิตทำให้ผู้คนเข้ามาอยู่อาศัยในทำเลนี้มากขึ้น การเข้ามาของออฟฟิศต่างๆ ทำให้เกิดแหล่งงานในย่านนี้ซึ่งดึงดูดคนทำงานเข้ามาในพื้นที่ นอกจากนี้ยังมีกลุ่มคนที่อยู่นอกเมืองที่อยากจะขยับเข้ามาใช้ชีวิตในเมืองมากขึ้น ขยับเข้ามาใกล้ที่ทำงานและใกล้รถไฟฟ้ามากขึ้น รวมถึงกลุ่มผู้ปกครองที่มองหาที่พักอาศัยให้น้องๆนักเรียน นักศึกษา และด้วยศักยภาพของทำเลยังสามารถดึงดูดกลุ่ม First jobber ที่อยากมีคอนโดฯเป็นของตัวเองบนทำเลที่ราคาจับต้องได้อีกด้วย

Supply ของตลาดคอนโดที่เติบโตขึ้นบ่งบอกศักยภาพของทำเล

               เมื่อดูตลาดคอนโดในทำเล “รามคำแหง” ย้อนหลังไป 5 ปี จะพบว่าSupply คอนโดเกิดขึ้นใหม่เป็นจำนวนมากแสดงให้เห็นว่า Developer ต่างก็เห็นศักยภาพของทำเลนี้จึงเลือกเข้ามาปักหมุดโครงการในย่านนี้ จากการเข้ามาของรถไฟฟ้าและการเป็นจุด Interchange ในอนาคตเป็นปัจจัยสำคัญที่กระตุ้นศักยภาพของทำเลและดึงดูดให้มีการพัฒนาที่อยู่อาศัยเพื่อรองรับผู้คนที่เข้ามาอยู่ในทำเลนี้ และหากพูดถึงโอกาสในการลงทุนของคอนโดรามคำแหงจะพบว่าอัตราผลตอบแทนจากการลงทุนของคอนโดในย่านนี้มี Capital Gain ประมาณ 4-7 % ต่อปี ราคาขายห้องมือสองเฉลี่ย 70,000-107,000 บาทต่อตรม. นอกจากนี้การปล่อยเช่าคอนโดในพื้นที่ยังสามารถสร้างผลตอบแทนจากการปล่อยเช่า(Rental Yield) เฉลี่ย 5-7% ต่อปี

               สำหรับใครที่มองหาการเช่าคอนโดฯในทำเลนี้มีอัตราค่าเช่าประมาณ 5,000-18,000 บาทต่อเดือน (ขึ้นอยู่ที่ขนาดห้องและสภาพคอนโด) ด้วยราคาค่าเช่าประมาณนี้คงจะดีกว่าหากซื้อคอนโดฯเป็นของตัวเองในงบที่ค่าผ่อนพอๆกับค่าเช่า ให้ “The Livin Ramkhamhaeng” เป็นหนึ่งในตัวเลือกของคุณ คอนโดใหม่ที่เปิดตัวด้วยราคาเริ่มต้นเพียง 1.6 ล้านบาท หรือ 80,000 บาทต่อตารางเมตรเท่านั้น เหมาะสำหรับกลุ่มคนที่อยากมีคอนโดฯเป็นของตัวเองในราคาที่เอื้อมถึง กลุ่ม First jobber หรือผู้ที่มีงบประมาณไม่มากก็สามารถเป็นเจ้าของได้ด้วยราคาที่จับต้องได้

The Livin Ramkhamhaeng คอนโด High rise 42 ชั้น กับคอนเซปต์“Living Beyond Boundary ชีวิตไร้ขีดจำกัด” คอนโดที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตไร้ขีดจำกัดในทุกๆด้าน  

  • ไร้ขีดจำกัดในการเป็นเจ้าของผ่อนเพียงเดือนละ 1,000 บาท* (*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด)  
    • ไร้ขีดจำกัดในการเดินทางเพราะใกล้ MRT Interchange Statiom ลำสาลี เพียง 100 ม.
    • ไร้ขีดจำกัด การใช้ Facilities มากมายในพื้นที่ 1,900 ตร.ม. อาทิ Sky Lounge, Meeting Room, Theater Room, Co-Kitchen Studio, Co-Working Space &Workshop Studio, Game Room, E-Sport Entertainment, Jogging Track และพื้นที่สีเขียวขนาดใหญ่ถึง 6,000 ตร.ม. 
    • ไร้ขีดจำกัด การใช้ชีวิตด้วยฟังก์ชันของห้องที่ให้ความรู้สึกเหมือนอยู่บ้าน เช่น ห้องแบบ 1 Bedroom เป็นครัวแยกให้การทำอาหาร ไม่รบกวนโซนพักอาศัยและห้องนั่งเล่นขนาดกว้างที่จัดทุกอย่างไว้เป็นสัดส่วนได้อย่างลงตัว ใช้ทุกตารางเมตรอย่างคุ้มค่าหรือจะเป็นห้อง 1 Bedroom Plus ที่ให้คุณใช้งานได้จริงเสมือน 2 ห้องนอนในราคาเพียง Studio ของโครงการอื่นๆ

ใช้ชีวิตไร้ขีดจำกัดไปกับ The Livin Ramkhamhaeng ลงทะเบียนเพื่อรับข้อเสนอและส่วนลดได้ที่ https://bit.ly/35HSjIb

 

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...