โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

How I Met Your Crocodile รู้จักและรับมือจระเข้น้ำเค็มอย่างไรให้ถูกวิธี

The MATTER

อัพเดต 01 ก.ย 2560 เวลา 07.32 น. • เผยแพร่ 01 ก.ย 2560 เวลา 01.21 น. • Pulse

ทุกวันนี้ เราอาจจะคุ้นเคยกับกระเป๋าหนังจระเข้ราคาแพงตามโฆษณาในนิตยสารหรือเว็บไซต์แฟชั่นมากกว่าจระเข้จริงๆ แต่เชื่อไหมว่า ครั้งหนึ่งเมื่อนานมาแล้ว ประเทศไทยเคยมีสัตว์ตระกูลนี้อาศัยอยู่อย่างชุกชุม และเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตอย่างแยกไม่ออก นิทานพื้นบ้านยอดนิยมอย่างเรื่องไกรทองและขุนช้างขุนแผน ตอนพลายชุมพลปราบจระเข้เถรขวาด สะท้อนความจริงในเรื่องนี้ได้อย่างดี (ถึงแม้ว่าจระเข้จะเป็นเพียงบอสให้ตัวละครเอกเก็บเลเวลก็เถอะ) หรือแม้แต่ตำนานของจระเข้ขนาดใหญ่ที่ดุร้ายเป็นที่เลื่องลืออย่าง “ไอ้ด่างเกยชัย” ในสมัยรัชกาลที่ 5 ที่แม้เวลาผ่านไปนานเท่าใดก็ยังคงเป็นที่สนใจแกมสยองในความรู้สึกเสมอ

ปัจจุบัน ประชากรจระเข้ตามธรรมชาติในประเทศไทยเหลืออยู่น้อยเต็มที (โดยเฉพาะจระเข้น้ำจืดสายพันธุ์ไทย (Siamese crocodile, Crocodylus siamensis) ที่จัดว่าอยู่ในภาวะวิกฤติระดับโลกและแทบจะสูญพันธุ์จากที่อยู่อาศัยตามธรรมชาติไปแล้ว)[i] นานๆ จะได้ยินข่าวกันสักครั้งหนึ่ง และอาจเป็นเพราะจระเข้ไม่ใช่สัตว์หน้าตาน่ารักอุดมขน ปฏิกริยามวลชนจำนวนหนึ่งเมื่อเห็นข่าวจระเข้น้ำเค็มโผล่ที่หาดภูเก็ตจึงออกไปในแง่ลบมากว่าบวก

ถึงจะได้ชื่อว่า “จระเข้น้ำเค็ม” แต่ saltwater crocodile หรือ estuarine Crocodile (Crocodylus porosus) สามารถอยู่ได้ทั้งในน้ำจืดและน้ำเต็ม แต่โดยมากมักอาศัยอยู่บริเวณน้ำกร่อยและป่าชายเลนมากกว่าในทะเลเปิด จระเข้น้ำเค็มยังมีการกระจายพันธุ์กว้างมาก ครอบคลุมตั้งแต่อินเดียตะวันออกไปจนถึงสิงคโปร์ อินโดนีเซีย เวียดนาม ฟิลิปปินส์ และตอนเหนือของออสเตรเลีย[ii] และเป็นสัตว์ที่มีการเคลื่อนย้ายถิ่นที่อยู่อาศัยเป็นปรกติ ดังนั้น โอกาสที่เจ้าตัวที่ภูเก็ตจะเป็นจระเข้ตามธรรมชาติจริงๆ นั้น ก็ใช่ว่าจะไม่มีซะเลย

จระเข้น้ำเค็มในเขตอนุรักษ์พื้นที่ชุมน้ำบึงสุไหงบุโลห์ (Sungei Buloh Wetland Reserve)

จระเข้น้ำเค็มเป็นสัตว์ผู้ล่าในระดับบนของห่วงโซ่อาหาร การมีอยู่ของมันจึงเป็นตัวบ่งชี้ หรือ indicator ที่ดีว่าระบบนิเวศนั้นๆ มีความอุดมสมบูรณ์อย่างเพียงพอ ในพื้นที่ที่มันเคยแทบจะหมดไปแล้วอย่างในประเทศสิงคโปร์ การกลับมาอีกครั้งของจระเข้น้ำเค็มในพื้นที่ชุ่มน้ำเป็นเรื่องน่ายินดีของคนท้องถิ่น ซึ่งเห็นการไปชมจระเข้น้ำเค็มตามธรรมชาติเป็นกิจกรรมที่น่าตื่นเต้นในวันหยุด และนอกจากประชากรเดิมแล้ว จระเข้น้ำเค็มที่พบได้ในสิงคโปร์ยังมีประชากรที่เคลื่อนย้ายไปมาระหว่างช่องแคบยะโฮร์จากมาเลเซียอีกด้วย[iii]

ป้ายเตือนนักท่องเที่ยวให้ระวังจระเข้ในเขตอนุรักษ์พื้นที่ชุมน้ำบึงสุไหงบุโลห์

เมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม 2016 มีหญิงชาวออสเตรเลียวัย 47 ปี ถูกจระเข้คาบไป ระหว่างลงไปว่ายกับเพื่อนในแหล่งน้ำธรรมชาติของรัฐควีนส์แลนด์ตอนสี่ทุ่ม ปล่อยให้คุณเพื่อนที่พยายามช่วยอย่างไร้ผลตกอยู่ในอาการช็อค ถ้าหากว่าคุณคิดว่าเรื่องนี้จะทำให้เกิดการกวาดล้างจระเข้ครั้งใหญ่แล้วล่ะก็ มาดูกันว่า คุณ Warren Entsch สส. ประจำรัฐมีความเห็นอย่างไร

"คุณไม่มีวันจะบัญญัติกฎหมายขึ้นมาเพื่อคุ้มครองคนจากการกระทำที่ไม่ฉลาดของพวกเขาเองได้หรอก เรื่องที่เกิดขึ้นนั้นเป็นโศกนาฏกรรมก็จริง แต่คุณสามารถที่จะหลีกเลี่ยงได้ และ [ในรัฐควีนส์แลนด์] ก็มีป้ายห้ามลงน้ำอยู่ทั่วไป [..] ถ้าคุณออกไปว่ายน้ำตอนสี่ทุ่ม มันก็แน่อยู่แล้วที่คุณจะถูกกิน [..] เราอย่าใช้เรื่องนี้มาล้างบางประชากรจระเข้กันเลย ทุกวันนี้หลายๆ ครอบครัวที่พานักท่องเที่ยวออกชมจระเข้ในถิ่นของพวกมันก็ทำมาหากินกันลำบากมากพออยู่แล้ว คนเราควรจะต้องมีความรับผิดชอบต่อการกระทำของพวกเขาเองบ้างนะ"

(“You can’t legislate against human stupidity. This is a tragedy but it was avoidable. There are warning signs everywhere up there. [..] If you go in swimming at 10 o’clock at night, you’re going to get consumed. [..] Let’s not start vendettas. It’s hard enough for some families to make a quid up there in the Daintree, showcasing crocs in their environment. People have to have some level of responsibility for their own actions.” Warren Entsch, MP for Northern Queensland.)[iv]

ถ้าเจอจระเข้ต้องทำอย่างไร?

สำหรับประเทศไทยในปัจจุบัน จระเข้น้ำจืดสายพันธุ์ไทย, จระเข้น้ำเค็ม และตะโขง (Malayan gharial, Tomistoma schlegelii) ทั้งสามชนิดจัดว่าเป็นสัตว์ป่าคุ้มครองตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2535 ห้ามล่า ห้ามค้า ห้ามครอบครอง เว้นแต่จะได้รับอนุญาต หรือเพื่อปกป้องตนเองหรือผู้อื่นหรือทรัพย์สิน หรือเหตุอื่นที่เห็นว่าเป็นการกระทำที่ควรแก่เหตุ[v] และเพราะจำนวนเหลือน้อยเต็มที รวมทั้งจระเข้มักหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้ากับมนุษย์เช่นเดียวกับสัตว์ป่าทั่วไป การจะพบตัวจริงในธรรมชาติจึงเกิดขึ้นได้น้อยมาก

อย่างไรก็ตาม ถ้าหากพบเข้าจริงๆ ควรทำดังนี้[vi]

  1. อยู่ในความสงบ และค่อยๆ ถอยออกห่างจากจระเข้

จระเข้ที่กำลังนอนผึ่งแดดเพื่อรักษาอุณหภูมิในร่างกายแบบสัตว์เลื้อยคลานทั่วไป อาจมีการอ้าปากเพื่อระบายความร้อน ไม่ใช่เพื่อแสดงความดุร้ายหรือเตรียมพุ่งเข้ากัดแต่อย่างใด

  1. อย่าเข้าหา ยั่วยุ หรือให้อาหารจระเข้ …และอย่าพยายามเข้าไปเซลฟี่กับจระเข้

  2. โทรหาหน่วยงานในท้องถิ่น เช่น กู้ภัย หรือกรมประมง เมื่อต้องการความช่วยเหลือ อย่าพยายามจัดการจระเข้ที่อาจจะเข้ามาอยู่ในพื้นที่ของคุณด้วยตัวเอง

ป้ายเตือนนักท่องเที่ยวให้ระวังจระเข้ในเขตอนุรักษ์พื้นที่ชุมน้ำบึงสุไหงบุโลห์

อ้างอิงข้อมูลจาก

[i] http://www.iucnredlist.org/details/5671/0

[ii] http://www.iucnredlist.org/details/5668/0

[iii] http://www.straitstimes.com/singapore/crocodiles-in-singapore-sightings-and-fast-facts

[iv] https://www.theguardian.com/australia-news/2016/may/30/mp-warren-entsch-blames-queensland-crocodile-attack-human-stupidity

[v] http://www.dnp.go.th/wildlifednp

[vi] https://www.nparks.gov.sg/gardens-parks-and-nature/dos-and-donts/animal-advisories/estuarine-crocodiles

Illustration by Waragorn Keeranan

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...