โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ย้อนรอยประวัติศาสตร์กับ'บุพเพสันนิวาส' ความรุ่งเรืองของอยุธยา ที่ไม่ได้มีแค่ความรักของพี่หมื่นและการะเกด

ประชาชาติธุรกิจ

เผยแพร่ 08 เม.ย. 2561 เวลา 09.34 น.

กระแสของละคร”บุพเพสันนิวาส” ยังคงสร้างสีสันความสนุกสนานที่แฝงไปด้วยความรู้มาอยากต่อเนื่อง รวมทั้งในงานมหกรรมสัปดาห์หนังสือแห่งชาติครั้งที่ 46 ด้วยเช่นกัน “หนังสือแนวประติศาสตร์” ได้รับความนิยมจากคนรุ่นใหม่อีกครั้ง…

หากถามว่า “การศึกษาประวัติศาสตร์ชาติไทย สร้างคุณค่าอย่างไรให้ตนเอง และสังคม”แล้วนั้น หม่องหลวงปนัดดา ดิสกุล ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวสรุปสั้นๆ ในงาน “ปันความรู้สู่สังคม” ที่จัดโดยสำนักพิมพ์ดีเอ็มจีที่จัดขึ้นในงานสัปดาห์หนังสือฯ เมื่อเร็วๆ นี้ว่า

สิ่งแรกคือก่อให้เกิดความรักชาติ และภูมิใจในชาติบ้านเมืองของตน รักและหวงอหนมารกที่บรรพบุรุษทิ้งไว้ พร้อมกับอนุรักษ์และสืบสานสิ่งที่ดีงามไปยังคนรุ่นต่อไป

นอกจากนี้การศึกษาประวัติศาสตร์ เหตุการณ์หรือพฤติกรรมช่วยให้เข้าใจความคิด ความรู้สึกของคนในสังคมต่างๆ ในเวลาที่ต่างกัน เก็บบทเรียนจากประวัติศาสตร์ทั้งด้านดี และไม่ดี มาเรียนรู้และเลือกปฏิบัติ และทำให้เราเข้าใจในสังคมปัจจุบันมากขึ้น อีกทั้งยังนำมาซึ่งประโยชน์ที่นำมาใช้ในชีวิตประจำวันได้

“หารเราไม่เรียนรู้ประวัติศาสตร์แล้ว…เราจะรักชาติได้อย่างไร”

นอกจากนี้ยังมีการเสวนา ในหัวข้อ “ย้อนรอยประวัติศาสตร์ไทย กับละครบุพเพสันนิวาส” โดยอาจารย์วิโรจน์ ศรีสิทธิ์เสรีอมร ที่ปรึกษาข้อมูลด้านประวัติศาสตร์ในละครบุพเพสันนิวาสกล่าวว่า ตนเองนั้นไม่ได้เป็นนักประวัติศาสตร์ แต่ได้ทำงานละครประวัติศาสตร์มาหลายอย่าง ทำให้ตนรู้เรื่องราวประวัติศาสตร์ ซึ่งตนเองนั้นจะศึกษาเรื่องเจาะเฉพาะงาน พอมาทำบุพเพสันนิวาสที่ได้ ‘ภวัต พนังคศิริ’ เป็นผู้กำกับ ซึ่งเขาได้มาฝากตัวเป็นลูกศิษย์ และได้ให้ช่วยดูในด้านของประวัติศาสตร์

และที่ตนเองยินดีมาสนับสนุนเนื่องจาก อยากให้คนรุ่นใหม่มาทำละครประวัติศาตร์ เพราะตนเองนั้นเริ่มเป็นคนรุ่นหลังที่ไม่มีคนมาสานต่อแล้ว

ส่วนการทำงานประวัติศาสตร์นั้นถามว่าจะยึดอะไรเป็นหลักนั้น ดร.วิโรจน์ระบุว่า ความจริงเราไม่ได้ยึดเรื่องโบราณสถาน แต่คือ รัฐศาสตร์ ที่เราจะต้องเรียนรู้การปกครองว่าในสมัยอดีตปกครองกันอย่างไร ยศ ชนชั้นต่างๆ มีความสัมพันธ์ต่อเนื่องมาอย่างไร รู้ถึงการเดินทาง พื้นฐานชีวิต แล้วค่อยให้ตัวละครนั้นๆ เข้าไปสวมบทบาท

“โดยการทำบุเพสันนิวานนั้น จะต้องแสดงให้เห็นถึงความรุ่งเรืองของสมัยอยุธยา เราจะเห็นพี่หมื่นอยู่ๆก็พายเรือพาแม่การะเกดท่องแม่น้ำไปเมืองนู้น ไปตลาดต่างๆ โดยไม่มีเรื่องราวอื่นๆ เลย เพราะเราอยากให้เห็นความรุ่งเรือง สิ่งเดียวที่เราจะทำคือทำอย่างไรให้คนเห็นเมืองอยุธยาที่ยังสมบูรณ์ และมีความสุข ความเป็นอยู่ของชีวิตความเป็นอยู่ของคนอยุธยายุคนั้นเขาอยู่กันอย่างไร นี่คือจุดขาย เพราะถ้าตัดประวัติศาตร์ออกไป ละครเรื่องนี้จะเหลือแค่แม่การะเกดกับพี่หมื่นรักกันเท่านั้น”

และด้วยความเป็นผู้กำกับรุ่นใหม่ของใหม่ภควัต แล้ว จึงทำให้เขาทำละครบุพเพสันนิวาส เป็นละครประติศาสตร์ร่วมสมัยได้

ถัดมาที่ท่านทูตอดิศักดิ์ ภาณุพงศ์ ที่ปรึกษาพิเศษสถาบันเพื่อการยุติรรมแห่งประเทศไทย อธิบายถึงข้อถกเถียงในโซเชียลมีเดียถึงตอนหนึ่งของละครในการถวายพระราชสาสน์จากทูตฝรั่งเศสที่ทูลเกล้าถวายนั้นว่า สำหรับคนไทยภาพนั้นอาจจะดูแปลกๆ แต่สำหรับต่างชาตินั้น ฝรั่งเศสให้ความสำคัญกับตัวราชทูต เพราะถือว่าเป็นตัวแทนของพระมหากษัตริย์ของพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 แต่คนไทยนั้นให้ความสำคัญกับพระราชสาสน์มากกว่า

ส่วนด้านตัวละครอย่างพี่หมื่นเดชที่เป็นนักการทูต รับบทแสดงโดยโป๊ป-ธนวรรธน์ วรรธนะภูตินั้น ทูตอภิศักดิ์ กล่าวว่า ขณะที่การเป็นนักการทูตนั้น หน้าที่สำคัญหลักคือ การปกป้องคุ้มครองดูแลผลประโชยน์ของประเทศชาติ โดยคนที่มาทำหน้าที่นั้นจะต้องมีคุณบัติที่จะต้องเจรจากับผู้อื่นได้ ทั้งในเรื่องของภาษา เรื่องของประวัติศาสตร์ ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับประเทศนั้น และที่สำคัญคือ จะต้องมีความรักประเทศอย่างจริงจัง และคำนึงถึงผลประโยชน์ของประเทศชาติเป็นหลัก พยายามรักษาผลประโยชน์ของประเทศ​ขณะเดียวกันพยายามให้ประเทศเสียผลประโยชน์น้อยที่สุด

ด้านธนิต พุ่มไสว เจ้าของภูษาผ้าลายอย่าง และผู้สร้างสรรค์ลายผ้าในละครบุพเพสันนิวาสนั้นกล่าวว่า สำหรับในละครนั้นตนเองได้ออกแบบผ้าลายอย่างที่ใช้ในละคร 20 ผืน โดยใช้เวลา 6 เดือน ซึ่งสร้างความภูมิใจให้กับตัวเองเป็นอย่างมากที่ได้เป็นส่วนหนึ่งให้กับ “ผ้าไทย” ที่เริ่มจางหายกลับมามีชีวิต และได้รับความนิยมอีกครั้ง

ทั้งนี้ธนิตยังได้ฝากให้ทุกคนภูมิใจในความเป็นไทย การเลือกใส่ผ้าไทยเป็นเรื่องที่ควรจะส่งเสริม และไม่ใช่เรื่องน่าอายอีกต่อไป

ถึงแม้ละครบุพเพสันนิวาสจะจบลงไป แต่ประวัติศาสตร์ และความภาคภูมิใจในความเป็นไทยที่ได้ถูกถ่ายทอดจากตัวละคร สร้างสีสันให้กับคนในประเทศจะไม่จางหายไปอย่างแน่นอน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...