โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

เทรนด์สินค้า on-the-go ช็อปสะดวก ชีวิตไม่สะดุด

เส้นทางเศรษฐี

อัพเดต 07 พ.ค. 2561 เวลา 08.29 น. • เผยแพร่ 07 พ.ค. 2561 เวลา 08.29 น.

ดูเหมือนผู้คนทุกวันนี้จะใช้ชีวิตแบบเร่งรีบกันมากขึ้น เทคโนโลยีและนวัตกรรมต่างๆ จึงเกิดขึ้นเพื่อรองรับโลกที่หมุนเร็ว

ห้างสรรพสินค้ารายใหญ่ในสหรัฐ “นอร์ดสตรอม” (Nordstrom) เพิ่งเปิดสาขาสำหรับผู้ชายโดยเฉพาะแห่งแรกที่ย่านแมนฮัตตันในนครนิวยอร์ก เมื่อเดือนที่ผ่านมา เพื่อตอบสนองความต้องการของเหล่านักช็อปที่ไม่เคยหยุดนิ่ง

สาขาใหม่ที่มีพื้นที่ขนาดใหญ่ราว 47,000 ตารางฟุตแห่งนี้ เปิดให้บริการ 24 ชั่วโมง ตลอด 7 วัน นอกจากจะดึงดูดบรรดาลูกค้าหนุ่มๆ ด้วยสินค้ามากมาย และบริการพิเศษตามความต้องการของลูกค้า เช่น เสิร์ฟเครื่องดื่มค็อกเทลระหว่างเดินช็อป ที่นี่ยังเน้นบริการช็อปสินค้าแบบสะดวกใช้ระหว่างเดินทาง หรือ on-the-go ที่ช่วยให้ทุกการช็อปสะดวก ไม่มีสะดุด

หมายความว่า หนุ่มๆ สามารถสั่งซื้อรองเท้ากุชชี่ผ่านออนไลน์ แล้วค่อยไปแวะรับที่สาขาตอนตี 2 ระหว่างทางที่จะไปสังสรรค์กับเพื่อน ทำให้สามารถสวมรองเท้าคู่ใหม่ไปปาร์ตี้ได้โดยไม่ต้องตะลอนไปรับสินค้าก่อนห้างปิด

ส่วนนักช็อปรายใดชื่นชอบเสื้อผ้าหรือเครื่องประดับแบบสั่งทำตามความต้องการ ภายในสาขาใหม่นี้ก็มีรองรับ ไม่ว่าจะเป็นนาฬิกาข้อมือแบรนด์ชิโนลา (Shinola) รวมถึง “ลีวายส์ เทย์เลอร์ ช็อป” ที่มีบริการตัดขากางเกงยีนส์ให้พอดี และปักเย็บลวดลายบนเสื้อแจ๊กเก็ตยีนส์

นอร์ดสตรอมสาขานี้ ยังมีบริการจัดส่งสินค้าภายในวันเดียว ไม่ว่าจะเลือกให้ดีลิเวอรี่ถึงหน้าบ้านหรือสำนักงานก็ทำได้ ภายในพื้นที่ย่านแมนฮัตตัน ด้วยสนนราคาค่าบริการ 20 ดอลลาร์สหรัฐ

นอกจากนี้ ยังมีบริการต่างๆ เช่น นวดผ่อนคลาย ไปจนถึงเสริมหล่อพร้อมออกงาน ทั้งตัดผม โกนหนวด ที่ชั้นล่างของห้างก็มีบริการขัดรองเท้าในราคา 2.50 ดอลลาร์ และทำความสะอาดรองเท้ากีฬาในราคา 4.50 ดอลลาร์ ส่วนชั้นบน มีคลับเฮ้าส์ให้บริการเครื่องดื่มและอาหารเมนูเบาๆ

ลูกค้าคนไหนมีปัญหาสินค้าไซซ์ไม่พอเหมาะพอดี สามารถส่งคืนผ่านคีออสแบบบริการตัวเอง คล้ายกับการคืนหนังสือห้องสมุด โดยจะมีคอมพิวเตอร์แบบทัชสกรีน ซึ่งลูกค้าเพียงนำป้ายสินค้าสแกนกับคอมพิวเตอร์ นำสินค้าแพ็กใส่ถุงของทางห้าง และหย่อนไว้ในกล่องรับคืนสินค้า ไม่ต้องเป็นภาระไปส่งที่ไปรษณีย์เหมือนเมื่อก่อนแล้ว

เทรนด์สินค้าแบบ on-the-go กำลังแพร่หลายในธุรกิจต่างๆ ไม่ใช่แค่อาหารพร้อมรับประทานระหว่างเดินทางเท่านั้น แม้แต่เครื่องสำอางยังต้องปรับตัว

บริษัทวิจัยการตลาด “มินเทล” ระบุว่า การปรับสู่ความเป็นสังคมเมืองและการที่ผู้คนใช้บริการขนส่งสาธารณะเพิ่มขึ้น ทำให้ความต้องการของผู้บริโภคที่มีต่อผลิตภัณฑ์ความงามเปลี่ยนไปจากเดิม

โจทย์คือ สินค้าเครื่องสำอางจะต้องพกพาไปไหนมาไหนสะดวก รวมถึงเอื้อต่อการหยิบใช้ระหว่างเดินทาง

นี่ทำให้ผู้ผลิตสินค้าเครื่องสำอางคิดหาวิธีอำนวยความสะดวกให้ลูกค้ามากขึ้น ไม่ใช่แค่ความหลากหลายของสีสันในการแต่งหน้า แต่รวมถึงสิ่งที่จำเป็นต้องใช้เสริมความงามทั้งหมด เช่น น้ำหอม ผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมและผิวพรรณ

 

ข้อมูลของมินเทล พบว่า ผู้คนหันมาแต่งหน้าบนรถโดยสารสาธารณะมากขึ้น ทั้งในระหว่างเดินทางไปทำงานตอนเช้าและกลับบ้านตอนเย็น เพราะต้องการประหยัดเวลา

ยักษ์ใหญ่อีกราย ที่ช่วยสะท้อนเทรนด์ on-the-go คือ “อเมซอน” ยักษ์ค้าปลีกออนไลน์สัญชาติอเมริกัน         ที่เปิดตัวซุปเปอร์มาร์เก็ตต้นแบบ “อเมซอน โก” (Amazon Go) ที่เมืองซีแอตเทิล เมื่อต้นปีนี้

แนวคิดร้านสะดวกซื้อของอเมซอน โก ล้ำถึงขนาดให้ลูกค้าเดินเข้าไปหยิบสินค้าจากชั้นวาง แล้วเดินออกจากร้านได้เลย ไม่ต้องเสียเวลาต่อคิวให้พนักงานคิดเงิน หรือแม้แต่ใช้เคาน์เตอร์ชำระเงินด้วยตัวเอง

เพราะอเมซอน มีเทคโนโลยีที่คิดเงินลูกค้าได้แบบอัตโนมัติ ไม่ว่าจะเป็นการใช้เซ็นเซอร์ตรวจจับ ร่วมกับระบบที่วิเคราะห์ว่าสิ่งที่ลูกค้าหยิบออกไปจากชั้นเป็นสินค้าอะไร ซึ่งภายในร้านจะมีกล้องและเซ็นเซอร์มากมาย

เพียงแต่ลูกค้าจะต้องมีบัญชีของอเมซอน และโหลดแอพพลิเคชั่นของอเมซอน โก เพื่อให้ผ่านเข้าไปในร้านได้ รวมทั้งมีสมาร์ตโฟนที่เชื่อมต่อบัตรเครดิตหรือบัตรเดบิต โดยลูกค้าสามารถหยิบสินค้าบนชั้น จากนั้นระบบ ของอเมซอนจะบันทึกและคิดเงินอัตโนมัติ

ไอเดียของอเมซอน โก ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ที่เร่งรีบของผู้คนยุคนี้ และความสะดวกในการช็อปออนไลน์ และบริษัทมีแผนจะเปิดซุปเปอร์มาร์เก็ตไอเดียล้ำนี้อีก 6 แห่งในปีนี้

การขยับของอเมซอน ก็ทำให้ “ล็อบลอว์ส” เชนห้างค้าปลีกรายใหญ่ของแคนาดาประกาศให้บริการใหม่ รองรับความต้องการแบบ on-the-go

โดยจากนี้ลูกค้าของล็อบลอว์สจะสามารถสั่งซื้อสินค้าออนไลน์ และรับสินค้าได้ภายในวันรุ่งขึ้น ตามจุดบริการที่สถานีรถไฟฟ้า 5 แห่งในเมืองโตรอนโต นอกเหนือจากบริการรับสินค้าภายในซุปเปอร์มาร์เก็ต 300 สาขาที่มีอยู่ในปัจจุบัน

 แนวคิดของล็อบลอว์ส คือ อำนวยความสะดวกให้ลูกค้าที่ใช้บริการรถไฟฟ้าอยู่แล้ว โดยไม่จำเป็นต้องปรับเปลี่ยนเส้นทางเพื่อไปรับสินค้าจากสาขา

 

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...