โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่า ตลาดคาดการณ์เฟดลดดอกเบี้ย 3 ครั้งในปีนี้

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 15 ส.ค. 2568 เวลา 12.22 น. • เผยแพร่ 15 ส.ค. 2568 เวลา 11.57 น.

ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่า ตลาดคาดการณ์เฟดลดดอกเบี้ย 3 ครั้งในปีนี้ หลังจากพบสัญญาณความอ่อนแอในตลาดแรงงาน

ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพ รายงานว่า ในช่วงวันที่ 13-15 สิงหาคม 2568 ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก ๆ หลังสหรัฐเปิดเผยดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) เดือน ก.ค.ที่สอดคล้องกับการคาดการณ์ ซึ่งทำให้นักลงทุนเพิ่มน้ำหนักต่อการคาดการณ์ที่ว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะปรับลดดอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนหน้า

โดยกระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อจากการใช้จ่ายของผู้บริโภค ประจำเดือน ก.ค. เมื่อวันอังคาร (12/8) โดยดัชนี CPI ทั่วไป (Headline CPI) ซึ่งรวมหมวดอาหารและพลังงาน ปรับตัวขึ้น 2.7% ในเดือน ก.ค. เมื่อเทียบรายปี ต่ำกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 2.8% เล็กน้อย และทรงตัวจากระดับ 2.7% ในเดือน มิ.ย. และเมื่อเทียบรายเดือน ดัชนี CPI ทั่วไป ปรับตัวขึ้น 0.2% ในเดือน ก.ค. สอดคล้องกับตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ จากระดับ 0.3% ในเดือน มิ.ย.

ส่วนดัชนี CPI พื้นฐาน (Core CPI) ซึ่งไม่นับรวมหมวดอาหารและพลังงาน ปรับตัวขึ้น 3.1% ในเดือน ก.ค. เมื่อเทียบรายปี เร่งตัวขึ้นจากระดับ 2.9% ในเดือน มิ.ย. และเมื่อเทียบรายเดือน ดัชนี CPI พื้นฐาน ปรับตัวขึ้น 0.3% ในเดือน ก.ค. ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นมากที่สุดนับตั้งแต่เดือน ม.ค. และสูงกว่าระดับ 0.2% ในเดือน มิ.ย.

ต่อมาในวันพฤหัสบดี (14/8) กระทรวงแรงงานสหรัฐ เปิดเผยว่า ดัชนี PPI ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อจากการใช้จ่ายของผู้ผลิต พุ่งขึ้น 3.3% ในเดือน ก.ค. เมื่อเทียบรายปี ซึ่งเป็นระดับสุงสุดนับตั้งแต่เดือน ก.พ. และสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 2.5% จากระดับ 2.4% ในเดือน มิ.ย.

คาดเฟดลดดอกเบี้ย ก.ย.นี้

โดยเจพีมอร์แกน (J.P. Morgan) คาดการณ์ว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยลง 0.25% ในการประชุมนโยบายเดือน ก.ย. หลังจากพบสัญญาณความอ่อนแอในตลาดแรงงาน และความไม่แน่นอนที่เกิดขึ้นจากการที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เสนอชื่อกรรมการเฟดคนใหม่

อีกทั้งยังระบุว่า ความเสี่ยงทางเศรษฐกิจในปัจจุบันทำให้เฟดอาจต้องเร่งลดดอกเบี้ยลง โดยคาดว่าจะลดลง 3 ครั้ง ครั้งละ 0.25% ก่อนเฟดยุติวงจรการผ่อนคลายนโยบาย

นอกจากนี้ มิเชิล โบว์แมน รองประธานฝ่ายกำกับดูแลของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ให้ความเห็นเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา (9/8) ว่า ตัวเลขการจ้างงานของสหรัฐที่ออกมาซบเซายิ่งตอกย้ำให้เห็นว่าการลดอัตราดอกเบี้ย 3 ครั้งในปีนี้เป็นแนวทางที่เหมาะสม

ขณะที่สกอตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีคลังสหรัฐ กล่าวว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ควรปรับลดอัตราดอกเบี้ยลง 0.50% ในการประชุมครั้งถัดไปในเดือน ก.ย. พร้อมระบุว่า เฟดควรลดดอกเบี้ยไปตั้งแต่เดือน มิ.ย.แล้ว ขณะที่นักลงทุนจับตาการประชุมสุดยอดระหว่างประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ และประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ผู้นำรัสเซีย ในวันศุกร์นี้

ขณะที่ ปธน.ทรัมป์เตือนว่า รัสเซียจะเผชิญกับผลลัพธ์ที่รุนแรงอย่างมาก หาก ปธน.ปูตินปฏิเสธข้อตกลงหยุดยิงภายในสัปดาห์นี้ นอกจากนี้ ปธน.ทรัมป์กล่าวว่า เขาหวังจะใช้การประชุมนี้ เพื่อวางแผนการประชุมรอบที่สองอย่างรวดเร็วกับผู้นำรัสเซีย และประธานาธิบดีโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ผู้นำยูเครน

กนง.ลดดอกเบี้ย 0.25%

สำหรับปัจจัยภายในประเทศ ค่าเงินบาทเปิดตลาดในวันพุธ (13/8) ที่ระดับ 32.38/40 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ อ่อนค่าเล็กน้อยจากระดับปิดก่อนหน้า (8/8) ที่ 32.32/33 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ โดยในวันพุธ (13/8) คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) มีมติเป็นเอกฉันท์ลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง 0.25% ต่อปี จาก 1.75% เป็น 1.50% ต่อปี โดยให้มีผลทันที ซึ่งเป็นการปรับลดดอกเบี้ยเป็นครั้งที่ 3 หลังจากปรับลดดอกเบี้ยในรอบการประชุมเดือน ก.พ. และ เม.ย. 68

โดยนายสักกะภพ พันธ์ยานุกูล เลขานุการคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) กล่าวว่า ที่ผ่านมายังไม่เห็นสัญญาณที่ดีขึ้นอย่างชัดเจนของกลุ่มเปราะบาง และกลุ่ม SMEs ซึ่งการลดดอกเบี้ยนโยบายในครั้งนี้ จะทำให้เอื้อต่อการปรับตัวในด้านการเงินของกลุ่มเปราะบาง รวมทั้งช่วยบรรเทาภาระหนี้สิน เพราะกลุ่มเปราะบางได้รับแรงกดดันจากภาษีสหรัฐ การทะลักเข้ามาของสินค้าราคาถูกจากต่างประเทศ รวมทั้งปัญหาในเชิงโครงสร้างที่มีอยู่เดิม เราจึงอยากทำให้ภาวะการเงินไม่ได้เป็นตัวที่ไปซ้ำเติมเพิ่มมากขึ้น

ทั้งนี้ ในระหว่างสัปดาห์ค่าเงินบาทเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 32.24-32.50 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดในวันศุกร์ (15/8) ที่ระดับ 32.43/44 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินยูโร เปิดตลาดในวันพุธ (13/8) ที่ระดับ 1.1679/80 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร ปรับตัวแข็งค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (8/8) ที่ระดับ 1.1644/46 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร

ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจยุโรป (ZEW) เปิดเผยเมื่อวานนี้ (12/8) ว่า ดัชนีความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจของเยอรมนีร่วงลงสู่ระดับ 34.7 ในเดือน ส.ค. จากระดับ 52.7 ในเดือน ก.ค. และต่ำกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 39.8 โดยดัชนีความเชื่อมั่นได้รับแรงกดดันจากความผิดหวังต่อข้อตกลงการค้าระหว่างสหภาพยุโรป (EU) กับสหรัฐ รวมถึงผลการดำเนินงานทางเศรษฐกิจที่ซบเซาของเยอรมนี ในไตรมาสที่ 2

นอกจากนี้ การปรับตัวลงของดัชนียังมีสาเหตุจากเศรษฐกิจเยอรมนีที่หดตัวลง 0.1% ในไตรมาสที่ 2 หลังจากการเร่งซื้อสินค้าไปก่อนหน้าเพื่อรับมือมาตรการภาษี ทั้งนี้ ระหว่างสัปดาห์ค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 1.1630-1.1730 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดในวันศุกร์ (15/8) ที่ระดับ 1.1681/83 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร

BOJ อาจขึ้นดอกเบี้ย

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินเยนเปิดตลาดวันพุธ (13/8) ที่ระดับ 147.97/148.01 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ อ่อนค่าจากระดับปิดวันศุกร์ (8/8) ที่ระดับ 147.67/68 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (8/8) มีรายงานสรุปความคิดเห็นจากที่ประชุมธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ระบุว่า ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) อาจยุติท่าทีแบบ “รอดูสถานการณ์” (Wait-and-See) ได้ภายในสิ้นปีนี้ หากเศรษฐกิจสหรัฐสามารถรับมือกับแรงกดดันจากมาตรการขึ้นภาษีได้ดีกว่าที่ประเมินไว้ ซึ่งจะช่วยลดผลกระทบต่อการเติบโตของญี่ปุ่น

นอกจากนี้ ถ้อยแถลงของกรรมการรายหนึ่งในการประชุมชี้ว่า BOJ อาจพิจารณาปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า เพื่อทยอยปรับนโยบายการเงินกลับเข้าสู่ภาวะปกติ และต่อสู้กับแรงกดดันด้านเงินเฟ้อที่บั่นทอนความเชื่อมั่นของผู้บริโภค นอกจากนี้ ดัชนีราคาผู้ผลิต (CGPI) ของญี่ปุ่น ซึ่งเป็นเครื่องชี้วัดระดับราคาสินค้าและบริการที่ผู้ประกอบการเรียกเก็บระหว่างกัน ชะลอตัวลงเป็นเดือนที่ 4 ติดต่อกันในเดือน ก.ค. โดยขยับขึ้น 2.6% เมื่อเทียบรายปี ชะลอลงจากระดับ 2.9% ในเดือน มิ.ย. แต่สูงกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ที่ 2.5% เล็กน้อย

ตัวเลขดังกล่าวตอกย้ำมุมมองของธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ที่ว่าแรงกดดันด้านราคาจากต้นทุนวัตถุดิบจะค่อย ๆ ลดลง อย่างไรก็ตาม ราคาค้าส่งสินค้าในกลุ่มอาหารและสินค้าเกษตรยังคงปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งเป็นสัญญาณว่าแรงกดดันด้านราคากำลังขยายวงกว้าง และน่าจะทำให้ตลาดยังคงคาดหวังว่า BOJ อาจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยต่อไป

ทั้งนี้ ตลาดคาดการณ์ว่า ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) มีแนวโน้มที่จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย หลังสกอตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีคลังสหรัฐ ให้สัมภาษณ์ว่า BOJ ดำเนินการล่าช้าในการรับมือกับความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อ ทั้งนี้ รัฐมนตรีคลังสหรัฐกล่าวกับ Bloomberg Television ว่า BOJ ดำเนินการล่าช้าในการรับมือกับความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อ อย่างไรก็ดี ความคิดเห็นของเบสเซนต์แตกต่างจากท่าทีของอุเอดะ ซึ่งปฏิเสธความเห็นที่ BOJ ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยช้าเกินไป และอาจสายเกินไปในการสกัดกั้นเงินเฟ้อที่สูงเกินไป

ทั้งนี้ สำนักงานคณะรัฐมนตรีญี่ปุ่นเปิดเผยในวันนี้ (15/8) ว่า ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ขยายตัว 1.0% เมื่อเทียบเป็นรายปี ซึ่งเป็นการขยายติดต่อกัน 5 ไตรมาส และแข็งแกร่งกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะขยายตัวเพียง 0.4% ทั้งนี้ การเคลื่อนไหวของค่าเงินเยนอยู่ในกรอบระหว่าง 146.19-148.16 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดในวันศุกร์ (15/8) ที่ระดับ 146.84/86 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่า ตลาดคาดการณ์เฟดลดดอกเบี้ย 3 ครั้งในปีนี้

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...