โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ดร. ศุภวุฒิ ชี้ปัญหาโครงสร้างฝังลึก ฉุดรั้ง เศรษฐกิจไทย ติดกับดักรายได้ปานกลาง ถึงเวลา ‘ยกเครื่องประเทศ’

การเงินธนาคาร

อัพเดต 26 ก.ย 2568 เวลา 14.19 น. • เผยแพร่ 26 ก.ย 2568 เวลา 07.19 น.

ดร. ศุภวุฒิ ชี้ 5 ปัญหาฝังลึกฉุดรั้งการเติบโตของ เศรษฐกิจไทย ทำให้ยังติดกับดักรายได้ปานกลาง มองถึงเวลาต้องยกเครื่องประเทศเพื่อสร้างศักยภาพการเติบโตใหม่ที่ยั่งยืน

26 ก.ย. 2568 ดร. ศุภวุฒิ สายเชื้อ ประธานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) กล่าวเปิดงาน การประชุมประจำปี 2568 ของประธานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เรื่อง "ยกเครื่องโครงสร้างประเทศไทย Thailand’s Institutional Reform" ว่า การประชุมมีความสำคัญเพราะที่ผ่านมาเประเทศไทยมักมองปัญหาของประเทศแยกเป็นประเด็น คือ สังคม เศรษฐกิจ และ สิ่งแวดล้อม ขณะที่การประชุมในปี 2568 นี้ จะมองไปถึงปัญหาที่เป็นรากฐานที่ทำให้ประเทศไทยไม่สามารถขับเคลื่อนไปข้างหน้าได้

โดยประเทศไทยเป็นประเทศที่มีศักยภาพเพราะเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจในภูมิภาค ด้วยทรัพยากร ทุนทางวัฒนธรรมที่สร้างมูลค่าได้ ดังนั้นไทยควรเป็นประเทศที่มีรายได้สูง อย่างไรก็ตามหากมองในความเป็นจริงพบว่า ประเทศไทยกำลังมีปัญหา โดยเศรษฐกิจไทยโตต่ำกว่า 5% ตั้งแต่แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 10 ขณะที่การเติบโตยังไม่เพียงพอทำให้ไทยก้าวข้ามกับดักรายได้ปานกลาง โดยการจัดอันดับความสามารถการแข่งขันไทยล่าสุดประเทศไทยอยู่อันดับที่ 30 จาก 69 เขตเศรษฐกิจ ลดลง 5 อันดับปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะประสิทธิภาพภาครัฐปรับลด 8 อันดับ อยู่ที่อันดับ 32 ลดลงมากสุดในรอบ 10 ปี

“ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนว่าไทยกำลังเผชิญข้อจำกัดด้านโครงสร้างที่ฉุดรั้งศักยภาพในการเติบโตและลดทอนความเชื่อมั่นของภาคเอกชนและประชาชน”

ดร. ศุภวุฒิ กล่าวว่า สิ่งที่ต้องยอมรับคือประเทศไทยไม่อาจพัฒนาไปได้ไกลหากยังมีโรงสร้างที่บิดเบี้ยวและสถาบันที่อ่อนแอ โดยปัญหาหลักที่ฝังลึกมีอย่างน้อย 5 ด้าน ได้แก่

  • ระเบียบกฎหมายที่มีจำนวนมาก ล้าสมัย และ ไม่เอื้อต่อการแข่งขัน
  • หลักนิติธรรมที่ไม่เข้มแข็ง เพิ่มความไม่แน่นอน เพิ่มต้นทุนที่ไม่จำเป็น และลดทอนความน่าเชื่อถือของประเทศ
  • การทุจริต คอรัปชั่น ที่บิดเบือนโครงสร้าง แรงจูงใจ ลดทอนความเชื่อมั่นและผลิตภาพของประเทศในภาพรวม
  • ประชาธิปไตยที่ไม่มั่นคง ไม่สามารถสร้างกติกาที่เปิดกว้างและเป็นธรรม จนอาจกระทบต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนและสร้างการผูกขาดทางการค้า ลดประสิทธิภาพของเศรษฐกิจทั้งระบบ
  • ประสิทธิภาพของภาครัฐที่มีขนาดใหญ่และมีต้นทุนสูง การทำงานที่แยกส่วน ขาดการบูรณาการ ระบบงบประมาณที่ไม่เชื่อมโยงกับผลลัพธ์และช่องว่างทางการคลังที่แคบลง

“ปัญหาเชิงโครงสร้างเหล่านี้ไม่อาจหลีกเลี่ยงหรือมองข้ามได้อีกต่อไป เพราะคือเงื่อนไขสำคัญที่จะกำหนดอนาคตของประเทศ เราจำเป็นจะต้องยกเครื่องเพื่อให้ประเทศไทยก้าวข้ามข้อจำกัดเดิมและสร้างศักยภาพใหม่ในการรับมือกับโลกที่มีความซับซ้อนและไม่แน่นอนมากขึ้น”

ดร. ศุภวุฒิ กล่าวว่า สิ่งที่สศช. หวังเป็นอย่างยิ่ง คือ การประชุมครั้งนี้จะเป็นเวทีแลกเปลี่ยนที่ช่วยกำหนดทิศทางใหม่ ทั้งเพื่อปรับปรุงแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 13 ในช่วงเวลาที่เหลือ และ เพื่อปูรากฐานสู่แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 14 ซึ่งจะเริ่มต้นในปี พ.ศ. 2571-2575 ให้เป็นแผนที่เกิดขึ้นได้จริงอย่างเป็นรูปธรรม

“ผมหวังว่าการประชุมวันนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นของการยกเครื่องประเทศไทยอย่างแท้จริง เพื่อฟื้นความเชื่อมั่น เพื่อเพิ่มโอกาสและความหวังให้กับประชาชน และเพื่อปลดล็อกศักยภาพการแข่งขันที่ยั่งยืนของประเทศต่อไป”

อ่านข่าว เศรษฐกิจทั่วไทย ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...