โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เส้นทางชีวิตตำรวจมือปราบตงฉิน! พล.ต.ท.ภูมินทร์ พุ่มพันธุ์ม่วง

อีจัน

อัพเดต 20 ต.ค. 2568 เวลา 13.46 น. • เผยแพร่ 17 ต.ค. 2568 เวลา 13.10 น. • อีจัน

มือปราบตงฉิน!

สืบจริง ลุยจริง ปราบจริง

เจ้าของฉายา “เอ็ม 5 บ้าพลัง”

เส้นทางชีวิตกว่าจะมาเป็นมือปราบของ พล.ต.ท.ภูมินทร์ พุ่มพันธุ์ม่วง จากรองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง สู่ ผู้บัญชาการประจำสำนักงาน ผบ.ตร. เพราะได้ใกล้ชิดกับอาชีพตำรวจตั้งแต่เด็ก และรักในความถูกต้อง จึงตั้งเป้าหมายเดินในเส้นทางตำรวจมือปราบ

พล.ต.ท.ภูมินทร์ เล่าว่า ผมก็เป็นเด็กบ้านนอกคนหนึ่ง เกิดที่ อ.ท่าเรือ จ.พระนครศรีอยุธยา โตมาในครอบครัวที่ไม่ได้มีฐานะมาก พ่อทำงานที่บริษัทปูนซีเมนต์ไทย แม่เป็นเสมียน ที่บ้านมีรถมอเตอร์ไซค์อยู่ 1 คัน ถ้าถามว่าทำไมอยากเป็นตำรวจ ก็ต้องเท้าความไปว่า พ่อผมมีน้องชายคือท่าน พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ตอนนั้นท่านเรียนจบนักเรียนนายร้อยมา ท่านก็พาไปโรงพักด้วยที่ สน.พระโขนง ด้วยความที่ผมเป็นเด็กที่ไม่กลัว ไม่งอแง ท่านก็มักจะพาไปทำงานด้วย นั่นเลยทำให้รู้สึกรักการเป็นตำรวจตั้งแต่เด็ก

ตอนนั้นเราใฝ่ฝันอยากเป็นมือปราบ อยากมีชื่อเสียง อยากได้รับการยอมรับจากตำรวจด้วยกัน ก็เลยเลือกไปที่สืบนครบาล 1 ให้เป็นครู เพราะเมื่อก่อนเขามี สืบเหนือ สืบใต้ สืบธนฯ ซึ่งสืบเหนือ คือสืบนครบาล 1 ก็ได้ไปอยู่ที่นั่น 2 ปี ได้ทำงานเข้าเวรสืบสวน ได้สืบสวนคดีสำคัญ ก็ได้ทำคดีสำคัญหลายๆ คดี ช่วงนั้นมีการปะทะ ล่อซื้อยาเสพติด คนร้ายคนค้ายายังมีพฤติกรรมต่อสู้กับตำรวจอยู่ ได้ทำวิสามัญ ตอนเป็นนายเวรก็ยังวิสามัญ ตั้งแต่ยังเป็นร้อยตำรวจโท เหมือนดวงชะตาลิขิตให้เป็นแบบนี้

ด้วยความที่ตัวเองเป็นคนกล้า เป็นคนมุ่งมั่น พล.ต.ท.ชาญเทพ เสสะเวช อดีต ผบช.น. ท่านเห็นแววก็ได้ให้มาเป็นสารวัตรสืบสวน กอง 5 กองบังคับการปราบปราม ทุกวันที่เข้ามาทำงานก็จะคุยกันกับทีมว่าวันนี้เราจะทำคดีไหนกันดี ป่วนพวกอาชญากรที่ไหนดี ก็จะหาเรื่องหาคดีทำกันทุกวัน จับกุมคดีสำคัญให้ได้

ปิดฉากล่า “ยุทธ อู่ทอง” มือปืนคนสำคัญที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติต้องการตัว

ผมเป็น ผบ.หมวด หน่วยสยบไพรี คนแรก เมื่อได้มาเป็นสารวัตรหน่วยคอมมานโด ก็ทำให้มีพื้นฐานมีความรู้ที่ได้เป็นหน่วยปฏิบัติการพิเศษมาก่อน ภารกิจแรกในฐานะสารวัตรคอมมานโดคือ ติดตามจับกุมคนร้ายสำคัญ นายยุทธ อู่ทอง ในพื้นที่ จ.นครปฐม ก่อเหตุในพื้นที่ภาค 6 แล้วหลบหนี ปฏิบัติการครั้งนั้นก็ได้ทำงานร่วมกันกับทางภาค 6

ซึ่งสมัยนั้นยังไม่มีกล้องตัวเล็กแบบพกพา ติดที่ตัวได้ เราก็คิดว่าจะทำยังไงเพื่อป้องกันตัวเองเป็นพยานหลักฐานในการปฏิบัติภารกิจ ก็เลยให้ลูกน้องนำกล้องวิดีโอแคมมาพันเทปติดไว้กับหมวกเคฟล่า เพื่อเก็บภาพการทำงาน เราจะได้ตอบสังคมได้หากเกิดเหตุใดๆ ขึ้น ว่าเจ้าหน้าที่ปฏิบัติตามขั้นตอนตามกฎหมาย หากคนร้ายยิงต่อสู้ เจ้าหน้าที่ก็ต้องป้องกันตัว ซึ่งกรณีข้องนายยุทธ อู่ทอง เขาไม่ยอมให้จับกุมและยิงต่อสู้ เราก็ต้องปฏิบัติตามขั้นตอนวิสามัญ

“พุ่มพันธุ์ม่วง” แบบ “เอ็ม ภูมินทร์”

พล.ต.ท.ภูมินทร์ กล่าวว่า พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง อดีต ผบ.ตร. ท่านเป็นก้าวที่ใหญ่ ที่ไม่สามารถก้าวตามท่านได้ในความหมายของตำแหน่งที่ท่านไปถึง แต่สิ่งที่ทำอยู่ทุกวันนี้คือขอให้ดีที่สุด ถามว่ากดดันไหม มองว่าเป็นอะไรที่เราต้องยิ่งประคองตัว อะไรที่ไม่ดี เราต้องไม่ทำ อะไรที่ดำมากๆ ไม่เอาเลย ไม่จำเป็น พุ่มพันธุ์ม่วงที่ผมเป็นอยู่ ก็เป็นพุ่มพันธุ์ม่วงในสไตล์ผม พุ่มพันธุ์ม่วงที่ผมสร้างในสไตล์ผมเอง จะพยายามประคองตัวให้อยู่ในโซนที่สังคมยอมรับได้ และเป็นที่ให้น้องๆ ดูเป็นแบบอย่าง

“อุตส่าห์มาถึงวันนี้แล้ว ถ้าไปทำอะไรไม่ดีสักอย่างแล้วทำให้ชีวิตพี่ต้องพังทลายกับสิ่งที่ทำมาทั้งหมด คงไม่อยากทำ”

ในยุคที่ตำรวจถูกสังคมก่นด่า เป้าหมายที่อยากทำให้ได้ คือ เรียกคืนความเชื่อมั่นของประชาชน

พล.ต.ท.ภูมินทร์ กล่าวว่า การที่ให้สัมภาษณ์กับอีจัน เพื่อจะได้เตือนสติน้องๆ ที่เป็นตำรวจ ว่าอย่าหลงประเด็น อย่าใช้วิธีที่ผิด ตอนนี้เราอยู่ในยุคที่ถูกต้อง ต้องใช้ความรู้ที่ถูกต้อง เทคนิคการสืบสวนที่ถูกต้องในการไขคดี ในการดำเนินการทางกฎหมาย ให้กระบวนการยุติธรรมเป็นกระบวนการยุติธรรมที่ถูกต้องจริงๆ

ครูคนสำคัญที่สอนเรื่องงานสืบสวนที่ถูกต้อง คือ พล.ต.อ.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ อดีต ผบช.ก. ในขณะนั้น ท่านสอนว่า ให้สืบจากที่เกิดเหตุ ถ้าเดินจากที่เกิดเหตุไป 1 เมตร แล้วไปไม่ได้ให้กลับมาที่ครึ่งเมตร เดินไป 2 เมตร ถ้าไปต่อไม่ได้ให้กลับมาที่ 1.5 เมตร ท่านหมายความว่าให้เราตรวจสอบจากที่เกิดเหตุให้ละเอียด พยานหลักฐานในที่เกิดเหตุทั้งหมดเราต้องเดินจากที่เกิดเหตุอย่าเอาอะไรมาสวม น้องๆ ในปัจจุบัน อาจจะมีที่ยังแยกระหว่างข้อเท็จจริงกับข้อสมมติฐานไม่ออก

ข้อสมมติฐาน คือ เราคิดไปว่าน่าจะเป็นอย่างนั้น น่าจะเป็นคนนี้ น่าจะเกิดอย่างนี้

ข้อเท็จจริง คือ สิ่งที่มองเห็นและเกิดขึ้นอยู่ในที่เกิดเหตุ เช่น โต๊ะตั้งอยู่ตรงนี้ มีคราบเลือดติดตรงนี้ มีลายนิ้วมือติดตรงนี้ มีกล้องวงจรปิดอยู่ตรงนี้

เราต้องเดินจากข้อเท็จจริงนำไปสู่ตัวผู้กระทำความผิด แล้วเอาเขามาสู่กระบวนการยุติธรรม ถ้าเราไปใช้วิธีการมโนหรือใช้หลักสมมติฐานของตัวเองมาเป็นตัวตั้ง เราก็จะเอาอย่างอื่นมาสวมเรื่อยๆ ไม่ใช่ก็เอาออกอยู่แบบนั้น จนมันอาจจะทำให้การสืบสวนผิดทางได้

“การสืบสวน ถ้าเราเดินจากที่เกิดเหตุจริงๆ ถ้าไป 1 เมตรแล้วตัน ให้กลับมาที่ครึ่งเมตร ดูซิว่าเรายังละเอียดอะไรไม่พอ มันอยู่ที่นั่นแน่นอน จนเราจะได้พยานหลักฐานทั้งหมด มันจะกลั่นที่หัวเราเลยว่า ใคร มันจะชี้เป้าไปที่ไหน เป็นเข็มทิศนำทางไปที่ไหน แต่เราต้องอย่าเอาสมมติฐานมาใส่”

พล.ต.ท.ภูมินทร์ กล่าวว่า ทุกวันนี้ที่เห็นบางคดี หลายคดี เปลืองงบประมาณมาก สงสัยแล้วก็เอามา มันก็ผิดกระบวนการยุติธรรม คือการไปเอาตัวเขามาแล้วหาพยานหลักฐานในทางที่ผิด จริงๆ แล้วต้องบอกว่าการจับไม่ได้ ไม่เป็นไร คำว่าไม่เป็นไรหมายความว่า ถ้าเราเอาคนถูกมาเป็นคนผิด มันจะเป็นบาปกรรมติดตามตัวเรามากเลย

“จับไม่ได้ไม่เป็นไรเต็มที่ก็โดนย้าย ถ้าเราจะห่วยแตกแล้วทำไม่สำเร็จก็โดนย้ายไป แต่อย่างน้อยเราไม่ติดคุก เราไม่เอาคนถูกมาเป็นคนผิด ความสบายใจ ไปเจอพี่น้องประชาชนที่ไหนก็ไม่เห็นเป็นอะไรเลย”

“ถ้าเราทำในสิ่งที่ผิด เป็นตำรวจอยู่ดีๆ กลับกลายเป็นผู้ต้องหาเอง มันก็ไม่ควร”

การซักถาม กลเม็ดสำคัญในการสืบสวน

พล.ต.ท.ภูมินทร์ กล่าวว่า การซักถามผู้ต้องหาเป็นกระบวนการที่สำคัญมาก ได้มาซึ่งพยานหลักฐานที่สำคัญ เราสามารถซักถามเขาได้โดยที่ไม่ต้องแตะตัวเขา ใช้ความเข้าใจเขา ใช้คำถามตามหลักวิชาในการซักถาม เขาพร้อมที่จะบอกเราด้วยความสมัครใจของเขาเอง ไม่ใช่เกิดจากการที่เราไปทรมานเขาหรือไปทำอะไรเขา การได้มาซึ่งพยานหลักฐานต้องไม่ผิดทางด้วย เพราะถ้าผิดทางเมื่อไหร่ เมื่อนั้นกระบวนการยุติธรรมเสีย

“โจรหรือคนร้าย ไม่ได้กลัวว่าเรามีปืน ไม่ได้กลัวว่าเรายิงปืนเก่ง มันเกรงใจและกลัวคนที่ตรงไปตรงมา การที่เรายืนตรงหลักการ ยืนบนความถูกต้องโจรก็ยังกลัวเลย ไม่ต้องยืงปืนเก่งหรอกแค่เราทำถูกต้อง เขากลัวเราแล้ว เพราะเราตรงไปตรงมาไง ขอให้ยึดความถูกต้องไว้”

ขีดความสามารถของตัวข้าราชการาตำรวจมีหลากหลายด้าน ที่สำคัญคืออยากให้ประชาชนรัก เรื่องนี้อยู่ในใจผมมาตลอด ทุกครั้งที่มีข่าวไม่ดีเกี่ยวกับตำรวจบางคนแล้วประชาชนด่าตำรวจ เราสะเทือนกันหมด ขอยืนยันเลยว่ายังมีตำรวจอีกเยอะที่มีอุดมการณ์สูงมาก ทำเพื่อประชาชน รักประชาชน ทุกองค์กรก็มีทั้งคนดีและไม่ดี คำว่าอยากให้ประชาชนรักมันรวมทุกอย่าง ทั้งความเชื่อมั่น ทางความรู้สึก ความศรัทธาที่มีต่อกัน มันต้องสร้างจากความจริงใจ

“เราเป็นข้าราชการตำรวจ เรายึดหลักความดี ความถูกต้องเป็นที่ตั้งก่อนเลยครับ อะไรไม่ดีไม่ถูกต้อง เรารู้ ไม่มีใครไม่รู้หรอกเพียงแต่จะทำได้หรือไม่ได้ พูดกี่ครั้งก็เหมือนกันทุกครั้ง แล้วความดีจะเป็นเกราะคุ้มกันภัยท่านเอง ต่อให้ใครมาใส่ร้ายป้ายสีท่าน ความดีที่ท่านทำมามันจะเป็นเกราะคุ้มภัย”

พล.ต.ท.ภูมินทร์ กล่าวทิ้งท้ายฝากถึงข้าราชการตำรวจรุ่นใหม่ ว่า ประคับประคองตัวเองไว้ อย่าหลุด สติต้องดี อย่าหลุดจากสิ่งเย้ายวน มีคนที่เขาสนับสนุนตำรวจที่ดีแน่นอน มีมากมายในด้านที่เขาไม่ได้กระทำผิดก็มี เพียงแต่เราต้องแสดงอุดมการณ์ แสดงความมุ่งมั่นให้เขาเห็น แล้วแรงศรัทธาจะมาเอง ถ้าชีวิตเรามีกรอบที่ถูกต้องไว้มันก็จะทำให้เราไม่เขว ไม่อ่อนแอกับสิ่งเย้ายวน

“ท่าน พล.ต.อ.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ เคยพูดคำหนึ่งกับผม ว่า กะหx อ้าขาให้มึงเอา มึงไม่จำเป็นต้องเอานะ ตอนแรกเราก็งงว่าคืออะไร ท่านเปรียบเปรยครับว่า ถ้ามีใครมายื่นข้อเสนอที่มันเย้ายวนและเป็นสิ่งที่ผิด เราก็ไม่จำเป็นต้องไปทำ อย่าไปหลงสิ่งเย้ายวน”

สืบตงฉิน! พล.ต.ท.ภูมินทร์ พุ่มพันธุ์ม่วง กับฉายา ”เอ็ม 5 บ้าพลัง“

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...