โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

“หุ้นธนาคารสหรัฐ” ร่วงต่อเนื่อง นักลงทุนผวาวิกฤตสินเชื่อซ้ำรอยปี 2566

การเงินธนาคาร

อัพเดต 17 ต.ค. 2568 เวลา 16.40 น. • เผยแพร่ 17 ต.ค. 2568 เวลา 09.40 น.

"หุ้นธนาคารสหรัฐ" ร่วงต่อเนื่อง นักลงทุนผวาวิกฤตสินเชื่อซ้ำรอยปี 2566 ซีอีโอ JPMorgan เตือนอย่าชะล่าใจ ชี้เหตุล้มละลายหลายแห่งในตลาดเครดิตอาจเป็นสัญญาณของปัญหาที่ยังซ่อนอยู่ใต้พรม

วันที่ 17 ตุลาคม 2568 เวลา 15.56 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า หุ้นธนาคารสหรัฐยังคงร่วงลงต่อเนื่องในช่วงก่อนเปิดตลาด (premarket trading) ของวันศุกร์ หลังจากเกิดแรงเทขายรุนแรงในกลุ่มธนาคารภูมิภาคเมื่อคืนก่อน ซึ่งได้ส่งแรงสั่นสะเทือนไปยังตลาดหุ้นเอเชียและยุโรป

เมื่อเวลา 04.40 น. ตามเวลานิวยอร์ก หุ้นของ Bank of America, Citigroup, Morgan Stanley และ Wells Fargo ต่างร่วงลงมากกว่า 1.5% ต่อเนื่องจากวันพฤหัสบดีที่หุ้นธนาคารภูมิภาคดิ่งหนัก นำโดย Zions Bancorp และ Western Alliance Bancorp ซึ่งเปิดเผยว่าถูกฉ้อโกงจากเงินกู้ที่ปล่อยให้กองทุนซึ่งลงทุนในสินเชื่อเชิงพาณิชย์ที่มีปัญหา (distressed commercial mortgages)

การซื้อขายหุ้นธนาคารภูมิภาคในช่วงก่อนเปิดตลาดยังมีปริมาณจำกัด โดยหุ้น Zions ยังคงร่วงลงอีก 1.8% ดัชนี S&P Regional Banks Select Industry Index ทรุดลง 6.3% ในวันพฤหัสบดี ซึ่งนักวิเคราะห์บางรายเปรียบเทียบว่าเป็นการร่วงแรงคล้าย “วิกฤตภาษีเดือนเมษายน” และเหตุการณ์ธนาคารล้มระลอกใหญ่ในปี 2566

ความสนใจของนักลงทุนเริ่มหันไปที่ ผลประกอบการไตรมาสล่าสุดของกลุ่มธนาคารภูมิภาคสหรัฐ ซึ่งหลายแห่งเตรียมประกาศก่อนเปิดตลาดนิวยอร์กในคืนนี้

ลีโอนาร์ด โคเฮน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Ginjer AM ในนครปารีส กล่าวถึงสถานการณ์ว่า “นักลงทุนมีความกังวลอย่างมีเหตุผลในช่วงเวลาแบบนี้ เพราะยังไม่มีใครรู้แน่ชัดว่าความเสี่ยงซ่อนอยู่ตรงไหน”

แรงเทขายหุ้นธนาคารภูมิภาคเมื่อวันพฤหัสบดีเกิดขึ้นท่ามกลางความไม่แน่นอนจากการล้มละลายของ Tricolor Holdings ผู้ปล่อยสินเชื่อรถยนต์ซับไพรม์ และ First Brands Group ผู้ผลิตชิ้นส่วนรถยนต์รายใหญ่ที่มีหนี้กว่า 10,000 ล้านดอลลาร์ ซึ่งสร้างแรงสั่นสะเทือนในตลาดสินเชื่อวอลล์สตรีท ขณะที่คำพูดของ เจมี ไดมอน ซีอีโอของ JPMorgan Chase & Co. ที่เปรียบเหตุการณ์เหล่านี้ว่า “เหมือนแมลงสาบ เจอตัวหนึ่งแปลว่ายังมีอีกหลายตัว” ยิ่งเพิ่มแรงกังวลด้านเครดิต

อย่างไรก็ตาม นิก บรินด์ ผู้จัดการกองทุนจาก Polar Capital Global Financials Trust ระบุว่า “เรามองว่าการขาดทุนเหล่านี้เป็นกรณีเฉพาะราย (idiosyncratic losses) ธนาคารจำเป็นต้องเข้มงวดในกระบวนการสินเชื่อมากขึ้น แต่ยังไม่มีหลักฐานว่าปัญหานี้เป็นระบบ เราเชื่อว่าการเทขายนี้จะเป็นเพียงชั่วคราว หากปัจจัยอื่นไม่เปลี่ยนแปลง”

แรงกดดันดังกล่าวยังส่งผลต่อหุ้นธนาคารทั่วโลก โดย ดัชนี Stoxx 600 Banks ของยุโรป ร่วงลง 3% ซึ่งเป็นการปรับตัวลดลงมากที่สุดนับตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม ขณะที่หุ้นธนาคารรายใหญ่ของยุโรป เช่น Deutsche Bank, Barclays และ Societe Generale ดิ่งลงมากกว่า 4% ส่วนตลาดหุ้นเอเชียก็เผชิญแรงขายในกลุ่มธนาคารเช่นเดียวกัน

ทั้งนี้ธนาคารสหรัฐหลายแห่ง เช่น Truist Financial, Huntington Bancshares, Fifth Third Bancorp, Regions Financial และ Comerica Inc. มีกำหนดประกาศผลประกอบการภายในวันศุกร์นี้

ด้านนักวิเคราะห์จาก RBC Capital Markets อย่าง จอน อาร์ฟสตรอม ระบุว่า “ธนาคารภูมิภาคสหรัฐในปัจจุบันยังมีการกันสำรองเพียงพอรองรับความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น และได้เพิ่มระดับเงินกองทุนอย่างต่อเนื่องตั้งแต่วิกฤตปี 2566”

อ้างอิง : www.bloomberg.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...