พิมประภา ยันเป็นเจ้าของ RAD รับดราม่าธุรกิจสกินแคร์ ทำยอดขายตกฮวบ เล่าโมเมนต์ฉลองวันเกิดกับ ไฮโซแทม
‘พิม พิมประภา’ ยันเป็นเจ้าของ RAD รับดราม่าธุรกิจสกินแคร์ ทำยอดขายตกฮวบ เล่าโมเมนต์ฉลองวันเกิดปีแรกกับ ‘ไฮโซแทม’
จากกรณีที่นางเอกสาว พิม พิมประภา ตั้งประภาพร มีชื่อถูกโยงในดราม่าธุรกิจสกินแคร์ ออม สุชาร์ และ พริม ณัฐชา ที่หลายคนตั้งข้อสงสัยว่าแบรนด์เครื่องสำอาง RAD Cosmetics ที่มีนางเอกสาวเป็น Co-CEO และมีชื่อของ พริม ณัฐชา เป็นอดีตผู้ก่อตั้ง ยังคงมีความเกี่ยวข้องทางธุรกิจกันนั้น
ล่าสุด (11 ตุลาคม) พิม พิมประภา มาร่วมงาน LABX Shine Within: The Lifting Experience ฉลองเปิด LABX Clinic ฟิวเจอร์พาร์ครังสิต ณ ที่ LABX Clinic ฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต ชั้น 1 โซนโรบินสัน ก็ได้เปิดใจเคลียร์ประเด็นดราม่าดังกล่าว พร้อมกันนี้เจ้าตัวยังได้เผยถึงเรื่องความรักกับไฮโซแทม หรือแทม โคโค่แทม ซึ่งเมื่อวานที่ผ่านมาเป็นวันเกิดของนางเอกสาว ก็ได้ร่วมฉลองวันเกิดด้วยกันกับหวานใจเป็นปีแรก
การที่ชื่อเราถูกโยงในดราม่า เกิดอะไรขึ้น สรุปเราเป็นเจ้าของแบรนด์หรือยังไง?
“พิมรู้สึกว่าทำไมต้องมาเกี่ยวกับเราด้วย พิมขอยืนยันก่อนว่า RAD เป็นแบรนด์ที่พิมตั้งใจทำมาตั้งแต่แรกเลย ตั้งแต่การพัฒนาสินค้าตั้งแต่แรกเริ่ม สูตรของลิปทุกอย่างมาจากสิ่งที่พิมชอบ พิมลงทั้งแรงลงทั้งใจไปในแบรนด์นี้หมดเลย เรารักแบรนด์มาก แล้ววันนึงแบรนด์ถูกเมนชั่นในทางนี้ ในฐานะที่เราเห็นเขาคลอดมาตั้งแต่แรก มันก็เสียใจมาก พิมพูดตลอดว่าพิมเป็นเจ้าของ รู้สึกว่าทำไมต้องมาพูดด้วยว่าเราเป็นเจ้าของ ทั้งๆ ที่พิมบอกอยู่แต่ต้น พิมเห็นทุกคอมเมนต์ รู้สึกว่าไม่อยากตอบโต้ ทำไมต้องตอบคำถามนี้นะ ฉันอยู่ตั้งแต่วันแรก ตั้งแต่สีลิปยังเพี้ยนอยู่เลย ถูกพูดว่าไม่ได้ทำเอง เราไปนั่งกวนถึงโรงงาน เลือกสีเอง เลือกสูตรเอง พัฒนาตั้งแต่สูตรที่หนึ่ง แล้วมีคนเอาความตั้งใจของเราไปพูดว่าเธอไม่ได้ทำเอง เธอไม่ใช่เจ้าของ“
“การทำธุรกิจมีหลายรูปแบบ พิมไม่อยากจะลงดีเทลมากว่ามันเป็นการลงทุนเท่าไหร่บ้าง การที่เราทำก็จะมีพาร์ตเนอร์อยู่แล้ว เพราะฉะนั้นทุกอย่างพิมทำด้วยความโปร่งใสกับพาร์ตเนอร์ของพิม พิมเป็น co-ceo นะ เราชัดเจนกันตั้งแต่ต้น พิมเห็นและขอบคุณทุกคนที่เป็นห่วงสถานการณ์ของพิม ไม่ต้องเป็นห่วงเลย ทำธุรกิจเราเต็มที่อยู่แล้ว มันเป็นความรู้สึกว่าทำไมมันเกี่ยวกับเราได้ พูดตรงๆ มันก็นอยด์“
ก่อนที่เราจะทำธุรกิจก็มีดราม่ามาก่อนใช่ไหม?
“พอพาร์ตที่พิมทำอยู่ พิมไม่ทราบประเด็นอะไรก่อนหน้านี้ อันนี้เหมือนเป็นการรีแบรนด์ขึ้นมาใหม่ แต่ต้องใช้ชื่อเดิมเพราะตัว CEO รักแบรนด์นี้ หรืออาจจะเป็นชื่ออื่นนะ เราคุยกันไว้ แต่สุดท้ายแล้วพิมพ์รู้สึกว่า RAD มันแข็งแรงในตัวอิมแพกต์ของชื่อ พิมว่าภาพมันชัดแล้วในตัวของมัน งั้นใช้ชื่อนี้แหละแต่ต้น เป็นภาพใหม่ไม่มีอะไรเหมือนเดิมเลย เป็นพิมร้อยเปอร์เซ็นต์ที่เข้ามาทำ เป็นสิ่งที่พิมเลือกและทำมาตั้งแต่ต้น“
มันยากไหมพอเจอดราม่ามา แล้วต้องมาสร้างความน่าเชื่อถือให้แบรนด์ใหม่?
“พิมไม่คิดว่า RAD เคยมีปัญหามาก่อน มองว่ามันเพิ่งเกิดใหม่ เหมือนคลอดลูกออกมาคนนึง ไม่ได้มองว่าเอาของเก่ามาทำไม เพราะในมุมของเราเราทำแบรนด์ใหม่ เพราะฉะนั้นไม่ได้เกี่ยวกับอะไรตรงนั้นเลย“
จากดราม่าที่ผ่านมาส่งผลต่อยอดขายไหม?
“มันกระทบมากเลยค่ะ ทำให้เรามาถามกับตัวเองว่าเกิดแต่กับ… เราขายของอยู่ดีๆ ต้องยอมรับว่ายอดตกฮวบเลย สิ่งที่เฮิร์ตมาก คือเวลาวางแผนแบรนด์แต่ละปีว่าจะออกสินค้าไลน์ไหนบ้าง แล้วช่วงมีประเด็นเป็นช่วงที่เราจะต้องวางโปรดักต์ตัวหนึ่งที่เราพัฒนามาเป็นปี เหนื่อยมากับตัวนี้ ตื่นเต้นมากที่จะเอาออกมา แต่กลายเป็นมีประเด็นพอดี เลยทำให้ไม่สามารถที่จะขายได้ ไม่สามารถที่จะเปิดตัวสินค้าได้ในช่วงนั้น เพราะแบรนด์ได้รับผลกระทบมากในตอนนั้น เป็นไทม์ไลน์เดียวกับที่ต้องเปิดตัวสินค้าตัวใหม่ มีการวางแผนว่าต้องออกเดือนนี้ ทำให้ทุกอย่างเลื่อน ยอดก็ตก ถ้าเราทำสินค้าไม่ดี หรือวางแผนผิดพลาด จะโทษตัวเองได้เต็มๆ เลย แต่นี่คือจากอะไรไม่รู้ ก็วางแผนทีมหรือว่าจังหวะไหนที่เป็นจังหวะดีที่จะเปิด ให้คนพร้อมเปิดใจกับสินค้าของเรา”
“RAD ก็คือ RAD พิมเป็นเจ้าของจริงๆ เป็น Co-ceo จริงๆ ขอยืนยันตรงนี้ว่าทุ่มแรงทุ่มใจทุกอย่างไปกับสินค้าและผลิตภัณฑ์ทุกอย่างตราบใดที่สินค้า RAD ยังอยู่บนโลกใบนี้”
ทิศทางต่อไปหลังจากนี้?
“มันมีสินค้าที่เราตั้งใจจะขาย มันปังมาก อยากให้รอติดตาม สินค้าตัวนี้พัฒนามานานมาก รอให้ทุกคนได้ใช้แล้ว เร็วๆ นี้น่าจะเปิดตัวแล้ว หวังว่าทุกคนจะให้โอกาส RAD และพิม”
หลายคนอาจสงสัยว่า RAD เกี่ยวข้องกับคนที่มีปัญหากันหรือเปล่า อยากให้เราชี้แจงว่าเกี่ยวหรือไม่เกี่ยว?
“คนที่ร่วมงานอย่างโปร่งใส บอกตลอดว่า CEO คือพี่แพรวนะ แล้วพิมคือ Co-ceo ประเด็นเก่าไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกับตัวเราเลย ให้เป็นในส่วนของทางนั้นแล้วกัน เราไม่ได้รับรู้แล้วกัน ประเด็นเก่าไม่เกี่ยว ประเด็นใหม่ก็ไม่เกี่ยวกับพิม อยากให้ทุกคนเปิดใจ เห็นหลายคอมเมนต์ก็เฮิร์ตนะ”
มีร้องไห้ไหม?
“ไม่ได้ร้องไห้กับประเด็นที่เกิดขึ้น ร้องไห้กับความเสียดาย ที่ความตั้งใจของเราโดนมองเป็นอย่างอื่น เราตั้งใจแทบตายแต่คนมองว่าเราไม่ได้ทำ มันเป็นความเสียใจอย่างนั้นมากกว่า เราว่าผู้บริโภคทุกคนแยกแยะออก ต้องการสินค้าที่มีคุณภาพ เราไม่ได้อยากให้มองเป็นดราม่าหรืออะไรก็แล้วแต่ ให้มองที่สินค้า ถ้าสินค้าเราไม่ดีจริงๆ ไม่ต้องซื้อก็ได้ แต่ถ้าสินค้าดีก็อุดหนุน คอยเป็นกำลังใจและซัพพอร์ตแบรนด์ของเราดีกว่า จะตั้งใจพัฒนาสินค้าของเราให้ดีขึ้นเรื่อยๆ อยากให้ผู้บริโภคทุกคนเปิดใจ
วันเกิดเมื่อวานที่ผ่านมา?
“สำหรับแผนที่แฟนและเพื่อนๆ เซอร์ไพรส์วันเกิดเรา ก็เมื่อวานที่ผ่านมาคือวันเกิด เนียนมาก แล้วเป็นปีแรกด้วยที่ฉลองวันเกิดด้วยกัน เขาก็ถามแหละว่าวันเกิดอยากทำอะไร ซึ่งเราก็ไม่มีแพลนอะไรเลย แล้วคือไปดูหนังปกติ เขาก็ถามอีกว่าอยากกินอะไร เราก็บอกกินอะไรก็ได้ เขาก็พาไปทานข้าวเฉยๆ แต่เราก็ไม่รู้ว่าเขามีเตรียมเซอร์ไพรส์ไว้ให้ เขามีการบิวด์เพื่อนๆ ทุกคนเลย คือปิดร้านอาหารเลย เราก็ตกใจมาก เพราะตอนที่เข้าไปในร้านเราก็สงสัยว่าทำไมไม่มีใครเลย แต่ทุกคนก็คือเซอร์ไพรส์อยู่ข้างบนตะโกนลงมา เราก็ชื่นใจ น่ารักค่ะ“
วันเกิดปีแรกกับเขาเป็นยังไงบ้าง?
“ดีค่ะ ก็ดีใจในความตั้งใจของเขา เขาก็อยากทำให้เรามีความสุขแหละ เราก็เคยพูดด้วยแหละ ซึ่งเขาก็เคยถามว่าเราอยากทำอะไรในวันเกิด เราก็เลยบอกว่าปกติเราไม่เคยทำอะไรเลย เพราะปกติไม่ค่อยจัดวันเกิดหรืออะไรอยู่แล้ว เขาก็อยากให้มีบ้างสักครั้งนึงในชีวิต”
แล้วของขวัญพิเศษล่ะ?
“นี่ก็พิเศษแล้วนะคะ คือเราก็แฮปปี้ โดยรวมแฮปปี้มากๆ ซึ่งเราก็ขอบคุณเขาตลอด และซึ้งใจ เขาก็จำสิ่งที่เราเคยพูดมา แล้วก็อยากทำให้เรามีความสุข และเพื่อนๆ ทุกคนก็เดินมาเล่าว่า รู้ไหมเขาตั้งใจมากเลยนะแก เราก็ยิ่งดีใจเข้าไปใหญ่เลย”
รู้สึกยังไงกับความรักครั้งนี้?
“พิมว่าก็เป็นความสัมพันธ์ที่สบายใจ แฮปปี้ เขาก็น่ารัก ดูแลเอาใจใส่ดี ถ้าถามเรื่องติ๊กถูกว่าผ่านหมดเลยไหม ก็คิดว่าน่าจะเป็นคนที่น่ารักมากๆ แล้ว คือมันก็ต้องศึกษากันไปเรื่อยๆ เพราะว่าเรากับเขาก็มีไลฟ์สไตล์ค่อนข้างจะต่างกันมากๆ แต่คือเราก็ปรับตัวกันทุกวัน”
ขอบคุณแม่สื่อยังไงบ้าง?
“คือพี่มอ (เอมมี่ มรกต) เขาก็น่ารัก คงมีความสุขแหละ คงภูมิใจในผลงานของเขา มีสายตาที่ภูมิใจ เราก็ขอบคุณพี่มอที่ทำให้เราได้เจอกัน แต่พี่มอก็จะพูดตลอดว่า น่าจะเข้ากันได้ คือเขาเห็นในสิ่งที่เราไม่เห็น เพราะเราก็ไม่คิดว่าจะเข้ากันได้“
คือพิมไม่เปิดใจกับเขา?
”ตอนแรกก็ไม่เลย เพราะด้วยไลฟ์สไตล์ที่ไม่เหมือนกันเลย ซึ่งพิมพ์มองแต่ต้นว่ามันไม่เวิร์กหรอก คือมันไม่ได้ เราอินโทรเวิร์ตมากอยู่แต่บ้าน ส่วนเขาจะเป็นฝ่ายเอ็กซ์โทรเวิร์ตมากๆ เราก็เลยคิดว่าไม่น่ารอด แต่พอเจอ คือภาพที่เราเห็นในโซเชียลเขากับความเป็นจริงมันก็ไม่ได้ขนาดนั้น แล้วเวลาเราคุยกับใครเราก็จะใช้ความรู้สึกเป็นหลัก เราว่าเวลาอยู่ด้วยแล้วสบายใจ เพราะอันนี้มันเป็นจุดที่โอเค แล้วเราก็คือลูกสาวแม่มอไง เขาก็คงอยากให้เราเจอสิ่งดีๆ แหละ แต่ว่าทั้งนี้ทั้งนั้นก็คือมันก็ขึ้นอยู่กับตัวเราด้วย ว่าเราจะปรับเข้าหากันได้ไหม ก็ต้องศึกษากันไปเรื่อยๆ อยู่ดีค่ะ”
ใครคลั่งรักกว่ากัน?
“ไม่รู้เลยค่ะ”
ถ้าให้รีวิวความน่ารักของเขารีวิวยังไง?
“ก็น่ารักค่ะ ดูแลดี ใส่ใจ และเป็นคนที่คิดบวก มีพลังบวก เวลาเราทำงานเหนื่อยๆ มาเจอเขาก็แฮปปี้มีความสุข ถามว่าขี้อ้อนไหมก็นิดนึงค่ะ แต่พิมน่าจะขี้อ้อนกว่า”
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : พิมประภา ยันเป็นเจ้าของ RAD รับดราม่าธุรกิจสกินแคร์ ทำยอดขายตกฮวบ เล่าโมเมนต์ฉลองวันเกิดกับ ไฮโซแทม
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th