โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

KResearch คาดปี'68 ธุรกิจโรงแรม รายได้หด 4.5% จากปีก่อน

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 04 ก.ย 2568 เวลา 12.02 น. • เผยแพร่ 04 ก.ย 2568 เวลา 23.44 น.

KResearch คาดปี 2568 รายได้ธุรกิจโรงแรมและที่พัก หดตัว 4.5% จากปีก่อน ในช่วง 7 เดือนแรกของปี 2568 เครื่องชี้ธุรกิจโรงแรมและที่พักสะท้อนภาพที่ปรับตัวลดลง

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดว่า ในปี 2568 รายได้ธุรกิจโรงแรมและที่พักจะหดตัว 4.5% จากปี 2567 จากรายได้ห้องพักที่ลดลงตามการลดลงของจำนวนนักท่องเที่ยว ราคาห้องพักเฉลี่ยที่ปรับลดลง รวมถึงรายได้จากการจัดงานประชุมและสัมมนาที่ลดลง

ขณะที่อัตราการเข้าพัก (Occupancy Rate: OCC) ของสถานพักแรมทั่วประเทศจะอยู่ที่ประมาณ 69.83% ลดลง 2.3% จากปี 2567 ขณะที่ราคาห้องพัก (Average Daily Rate: ADR) เฉลี่ยปรับลดลง 4% จากปี 2567 เนื่องจากผู้ประกอบการต้องใช้กลยุทธ์ด้านราคากระตุ้นตลาดต่อเนื่อง กระทบรายได้ของธุรกิจจากนักท่องเที่ยวต่างชาติเที่ยวไทยลดลง

ช่วงที่เหลือ ยังเผชิญสารพัดปัจจัยลบ

ในช่วง 7 เดือนแรกของปี 2568 เครื่องชี้ธุรกิจโรงแรมและที่พักสะท้อนภาพที่ปรับตัวลดลง จากข้อมูลของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา พบว่า ในช่วงเดือนม.ค-ก.ค. 2568 อัตราการเข้าพักของสถานพักแรมทั่วประเทศอยู่ที่ 71.66% หดตัว 0.2% (YoY)

เนื่องจากธุรกิจโรงแรมและที่พักต้องเผชิญกับหลายปัจจัยลบ อาทิ จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเที่ยวไทยหดตัว คนไทยเที่ยวในประเทศโตช้าลง อุทกภัยในจังหวัดภาคเหนือตอนบน รวมถึงสถานการณ์ระหว่างไทยและกัมพูชา

ในช่วงที่เหลือของปี แม้ธุรกิจจะมีปัจจัยบวกจากโครงการเที่ยวไทยคนละครึ่ง แต่เนื่องจากปัจจัยลบของธุรกิจโรงแรมที่มากขึ้น ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองว่า ในปี 2568 รายได้ของธุรกิจโรงแรมและที่พักจะปรับลดลงเป็นครั้งแรกในรอบ 5 ปี จากรายได้ที่ลดลงตามอัตราการเข้าพัก และราคาห้องพักที่ปรับตัวลดลง รวมถึงรายได้จากการจัดงานประชุมสัมมนาที่ลดลง

อัตราการเข้าพักของสถานพักแรมทั้งประเทศน่าจะอยู่ที่ประมาณ 69.83% หดตัว 2.3% จากปี 2567 สาเหตุหลักมาจากนักท่องเที่ยวต่างชาติเที่ยวไทยที่คาดว่าจะหดตัว 9% จากปีก่อน หรือมีจำนวน 32.2 ล้านคน และวันพักเฉลี่ยของนักท่องเที่ยวต่างชาติลดลง และแม้ว่าการท่องเที่ยวจะได้รับปัจจัยหนุนจากคนไทยเดินทางท่องเที่ยวในประเทศเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่เมื่อพิจารณารูปแบบการท่องเที่ยว พบว่า คนไทยมากกว่าครึ่งเป็นกลุ่มเดินทางแบบไม่พักค้างในพื้นที่ หรือกลุ่มนักทัศนาจร ซึ่งมีสัดส่วนที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง

ราคาห้องพักเฉลี่ยทั้งปี 2568 คาดว่าจะปรับลดลง 4% จากปีที่ผ่านมา ขณะที่ในช่วง 7 เดือนแรกของปี 2568 ดัชนีราคาห้องพักเฉลี่ยปรับลดลง 5% โดยผู้ประกอบการต้องปรับใช้กลยุทธ์ด้านราคาในการดึงดูดผู้ใช้บริการ เนื่องจากความต้องการเดินทางท่องเที่ยวลดลง ขณะที่การแข่งขันในธุรกิจโรงแรมและที่พักสูง จากจำนวนห้องพักสะสมในตลาดสูง โดยนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่นิยมพักเป็นกลุ่ม Midscale โดยราคาห้องพักเฉลี่ยอยู่ที่ 1,850 บาทต่อคืน

รายได้อื่นๆ อาทิ การจัดงานประชุม/สัมมนาจากองค์กรภาครัฐและเอกชนในประเทศ รวมถึงจากต่างประเทศปรับลดลง นอกจากนี้การจัดงานระดับนานาชาติและคอนเสิร์ตศิลปินระดับโลกมีจำนวนลดลงเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา จากข้อมูลของ TCEB ระบุว่า ในช่วงครึ่งแรกของปี 2568 การจัดงานประชุม/สัมมนาทั้งจากในและต่างประเทศ หดตัว 13% (YoY)

ประเมินรายได้โรงแรม หดตัว 4.5%

จากปัจจัยดังกล่าว ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ประเมินว่า ในปี 2568 รายได้ของธุรกิจโรงแรมและที่พักน่าจะหดตัว 4.5% จากปี 2567 หรือมีมูลค่าประมาณ 1 ล้านล้านบาท โดยปรับลดลงทั้งรายได้ที่พักและรายได้อื่นๆ (รูปที่ 5) ในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2568 มองว่า ภาพรวมรายได้ของธุรกิจโรงแรมและที่พักหดตัวประมาณ 2.8% และในช่วงครึ่งหลังของปี คาดว่ายังมีทิศทางที่ลดลงต่อเนื่อง สำหรับผลกระทบของผู้ประกอบการจะแตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับทำเล รูปแบบที่พัก การแข่งขัน การทำราคา และกลยุทธ์การตลาดที่ตอบโจทย์ผู้ใช้บริการ

สำหรับในช่วงที่เหลือของปีนี้กลุ่มโรงแรมและที่พักที่ต้องระวัง อาทิ

กลุ่มโรงแรมและที่พักที่พึ่งพานักท่องเที่ยวต่างชาติสูง โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจากเอเชียตะวันออก ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในจังหวัดท่องเที่ยวหลัก อาทิ กลุ่มโรงแรมในพื้นที่กรุงเทพฯ ชลบุรี สงขลา และเชียงใหม่ กอปรกับจังหวัดดังกล่าวมีจำนวนห้องพักสะสมในพื้นที่สูง ทำให้การแข่งขันในพื้นที่จะสูงขึ้นตามมา

กลุ่มโรงแรมและที่พักที่อยู่แนวเขตชายแดนไทย-กัมพูชา อาทิ สระแก้ว และอุบลราชธานี อย่างไรก็ดี สำหรับจังหวัดตราด ซึ่งเป็นจุดหมายปลายทางที่ชาวต่างชาตินิยมเดินทางมาท่องเที่ยวในช่วงไตรมาสสุดท้าย หากสถานการณ์ชายแดนไม่มีความรุนแรง คาดว่าจะเห็นการฟื้นตัวขึ้นของอัตราการเข้าพัก

อย่างไรก็ดี จังหวัดที่คาดว่าจะยังเห็นการเติบโต ส่วนใหญ่จะเป็นจังหวัดที่เป็นจุดหมายปลายทางท่องเที่ยวของคนไทย อาทิ กาญจนบุรี พังงา นครศรีธรรมราช นครราชสีมา และนครพนม เป็นต้น

หลากปัจจัยความไม่แน่นอนสูง ธุรกิจโรงแรมต้องเผชิญ

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองว่า ไปข้างหน้าธุรกิจโรงแรมและที่พักเผชิญกับปัจจัยความไม่แน่นอนสูง ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อรายได้และผลกำไรของผู้ประกอบการ โดยเฉพาะกลุ่มผู้ประกอบการขนาดกลางและเล็ก ซึ่งผู้ประกอบการมากกว่าครึ่งยังมีสัดส่วนหนี้สินต่อรายได้สูงกว่าค่าเฉลี่ยของตลาด (ค่าเฉลี่ยภาระหนี้สินต่อรายได้ของตลาดอยู่ที่ประมาณ 3.5 เท่า) ขณะที่รายได้ยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่

ความเสี่ยงจากจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติและไทยอาจต่ำกว่าที่ประเมิน เนื่องจากตลาดยังมีปัจจัยเสี่ยงที่ต้องติดตาม ได้แก่ เศรษฐกิจทั้งในและต่างประเทศมีแนวโน้มชะลอตัว ปัญหาภูมิรัฐศาสตร์การเมืองระหว่างประเทศ รวมถึงสถานการณ์ชายแดนระหว่างไทยและกัมพูชา ซึ่งอาจกระทบแผนการเดินทางท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวชาวไทยและต่างชาติ

การแข่งขันธุรกิจโรงแรมสูงในทุกเซ็กเม้นท์ โดยเฉพาะในจังหวัดท่องเที่ยวหลักที่มีจำนวนห้องพักสะสมสูง อาทิ กรุงเทพฯ ภูเก็ต และชลบุรี ซึ่งมีจำนวนห้องพักคิดเป็น 40% ของจำนวนห้องพักทั่วประเทศ และในปี 2568 นี้ จำนวนห้องพักสร้างเสร็จเข้าสู่จังหวัดดังกล่าวเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง อาทิ

  • พื้นที่กรุงเทพฯ มีจำนวนห้องพักเพิ่มขึ้นประมาณ 3,000 ห้อง หรือ 2% จากปีก่อน
  • ภูเก็ต จำนวนห้องพักเพิ่มขึ้นประมาณ 1,500 ห้อง หรือ 3% จากปีก่อน

โดยเฉพาะกลุ่มโรงแรมระดับ upscale ขึ้นไป จะเผชิญกับความท้าทายมากขึ้น เนื่องจากในระยะหลังโรงแรมและที่พักที่สร้างเสร็จเปิดใหม่ส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่ม upscale ขึ้นไป ทำให้การทำราคาอาจมีข้อจำกัด

ความท้าทายในการบริหารจัดการต้นทุนจากต้นทุนการดำเนินงานอย่างค่าแรงที่ปรับตัวสูงขึ้น ขณะที่ปัจจุบันสถานการณ์ท่องเที่ยวที่ยังไม่ฟื้นตัว และการแข่งขันรุนแรงทำให้การส่งผ่านต้นทุนมายังผู้ใช้บริการทำได้จำกัด เนื่องจากต้นทุนเงินเดือนพนักงานของธุรกิจโรงแรมและที่พักเฉลี่ยที่ประมาณ 25%-30% จากต้นทุนทั้งหมด (ขึ้นอยู่กับขนาดและโครงสร้างของธุรกิจ)

สำหรับผลกระทบต่อโรงแรมแต่ละพื้นที่ไม่เท่ากัน โดยกลุ่มที่ได้รับผลกระทบสูงส่วนใหญ่เป็นจังหวัดท่องเที่ยวรอง เนื่องจากอัตราการเพิ่มของต้นทุนแรงงานจะสูงขึ้นจากเดิมมากกว่าจังหวัดอื่นเฉลี่ยเพิ่มขึ้นอยู่ที่ 14%-19% เมื่อเทียบกับอัตราค่าจ้างในเดือน ม.ค. 2568

การปรับตัวสู่โรงแรมยั่งยืนมีความจำเป็นต่อธุรกิจมากยิ่งขึ้น เนื่องจากกฎระเบียบและมาตรการของทางการทั้งทางตรงและอ้อม ความต้องการของลูกค้าและพันธมิตรการค้าที่ต้องการใช้บริการโรงแรมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม รวมถึงโรงแรมคู่แข่งมีการปรับตัวในการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : KResearch คาดปี’68 ธุรกิจโรงแรม รายได้หด 4.5% จากปีก่อน

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...