โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

รัฐช่วยอุ้มข้าว-ลำไยราคาตก อัดเงิน 4 หมื่นล้านจ่ายชดเชย

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 12 ส.ค. 2568 เวลา 10.27 น. • เผยแพร่ 12 ส.ค. 2568 เวลา 23.45 น.

“ข้าว-ลำไย” กอดคอราคาร่วงหนัก จากตันละหมื่น เหลือแค่ 5-6 พัน แถมโดนหางเลขมาตรการเปิดนำเข้าข้าวโพดสหรัฐ ทำรำข้าว-ปลายข้าวราคาตกไปด้วย นบข.ประชุมพิจารณามาตรการช่วยเหลือ หลังจากอนุมัติเงินเยียวยาแล้ว 3 รอบ แต่จนถึงตอนนี้ยังไปไม่ถึงไหน คาดใช้งบประมาณทะลุ 7,200 ล้าน บ่น “ธงเขียว” ก.พาณิชย์ให้น้อยไป ช่วยค่าปุ๋ยแค่ครึ่งเดียว ด้านฟรุตบอร์ดอัดฉีดพันล้านพัฒนาลำไยส่งออก แก้ปัญหาราคาตก ช่วยชาวสวน 8 จว.ภาคเหนือไร่ละ 1,400 บาท

รายงานข่าวแจ้งว่า วันที่ 13 สิงหาคม 2568 คณะกรรมการนโยบายและบริหารข้าวแห่งชาติ (นบข.) นัดประชุม ครั้งที่ 3/2568 มีนายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง เป็นประธานการประชุม เพื่อติดตามสถานการณ์ข้าวโลกข้าวไทย รวมถึงความคืบหน้าผลการดำเนินมาตรการรักษาเสถียรภาพราคาข้าวเปลือกปีการผลิต 2567/68

นอกจากนี้ ที่ประชุมยังพิจารณาทบทวนโครงการสนับสนุนช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกข้าวนาปี และส่งเสริมการเพาะปลูกข้าวให้เหมาะสมกับศักยภาพพื้นที่ปีการผลิต 2568/69 รวมไปถึงเงื่อนไขโครงการสนับสนุนเงินช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกข้าวนาปี 2568 แนวทางการจัดสรรปริมาณข้าวภายใต้โควตาภาษีไปสหภาพยุโรป สำหรับปี 2569-2571 รวมไปถึงการดำเนินโครงการประกันภัยข้าวนาปี ประจำปี 2568 ด้วย

สมาคมชาวนาร้องรัฐช่วย

นายปราโมทย์ เจริญศิลป์ นายกสมาคมชาวนาและเกษตรกรไทย เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า กลุ่มชาวนาคาดหวังว่าที่ประชุม นบข. จะพิจารณามาตรการช่วยเหลือข้าวนาปรัง ในอัตรา 1,000 บาท/ไร่ ไม่เกิน 10 ไร่ จ่ายสูงสุดไม่เกิน 10,000 บาท โดยปัจจุบันชาวนาได้ขึ้นทะเบียนแล้ว 8.5 แสนราย กว่า 11 ล้านไร่ ซึ่งคาดว่าจะใช้งบประมาณ 7,200 ล้านบาท รวมไปถึงมาตรการช่วยเหลือข้าวนาปี วงเงิน 1,200 บาท จึงคาดว่าน่าจะใช้งบประมาณกว่า 40,000 ล้านบาท

ตอนนี้ต้องยอมรับว่าหน่วยงานภาครัฐไม่ได้มีมาตรการเข้ามาดูแลชาวนา ขณะที่ต้นทุนการเพาะปลูกก็สูงขึ้น แต่ราคาข้าวกลับลดลงมาก ทำให้เกษตรกรได้รับความเดือดร้อน ราคาข้าวเปลือกเจ้าเฉลี่ยตกลงมาอยู่ที่ 5,000-6,000 บาทต่อตัน จากก่อนหน้าเฉลี่ยอยู่ที่กว่า 10,000 บาทต่อตัน ส่วนต้นทุนการเพาะปลูกอยู่ที่ 6,000-6,500 บาทต่อไร่

อินเดียส่งออก-เหตุราคาตก

ราคาข้าวที่ปรับลดลงเป็นผลมาจากแรงกดดันที่อินเดียกลับมาส่งออกข้าวอีกครั้ง ที่ผ่านมาสมาคมได้เสนอกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ให้ช่วยเหลือ โดยการเร่งหาและจัดทำแหล่งน้ำ พัฒนาเมล็ดพันธุ์และกระจายให้กับชาวนา ส่วนด้านกระทรวงพาณิชย์ต้องการให้เร่งช่วยเหลือต้นทุนการเพาะปลูก เช่น ปุ๋ย ยาฆ่าแมลง น้ำมัน

ล่าสุดกระทรวงพาณิชย์จัดทำโครงการ “ธงเขียว” แต่ยังเห็นว่า ช่วยน้อยไป เพราะชาวนาต้องการปุ๋ย 1 ไร่ประมาณ 10 กระสอบ แต่โครงการกำหนด 1 ไร่ต่อ 5 กระสอบ ลดราคากระสอบ 50 กิโลกรัม อยู่ที่กระสอบละ 200 บาท ซึ่งยังไม่เพียงพอ

เยียวยาไร่ละพันยังไม่ได้เงิน

รายงานข่าวระบุว่า มาตรการช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกข้าวเปลือกนาปรังปี 2568 ไร่ละ 1,000 บาท ไม่เกิน 10 ไร่ จ่ายสูงสุดไม่เกิน 10,000 บาท นบข.มีมติช่วยเหลือมาตั้งแต่เดือน ก.พ. 2568 แต่รอให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ขึ้นทะเบียนเกษตรกรให้เสร็จสิ้นภายในวันที่ 30 เม.ย. 2568 ก่อน เพื่อจะได้รู้ว่า มีจำนวนเกษตรกรนาปรังที่ต้องช่วยเหลือเท่าไร และจะได้จัดสรรงบประมาณช่วยเหลือได้

แต่หลังลงทะเบียนเสร็จสิ้น พบว่ามีเกษตรกรขึ้นทะเบียนมากถึง 850,000 ครัวเรือน จากปีก่อนประมาณ 350,000 ราย คาดใช้เงินประมาณ 7,200 ล้านบาท โดยกระทรวงเกษตรฯจะเป็นผู้เสนอให้ นบข.พิจารณาอนุมัติ แต่ผ่านการประชุม นบข.มาแล้ว 3 ครั้ง ก็ยังไม่ได้ข้อสรุป

รำข้าว-แกลบราคาร่วงด้วย

นายบรรจง ตั้งจิตรวัฒนากุล นายกสมาคมโรงสีข้าวไทย เปิดเผยว่า สถานการณ์ราคาข้าวเปลือก โดยเฉพาะข้าวเจ้าน่าห่วงมาก เพราะว่ามีการปรับลดลงเฉลี่ยอยู่ที่ 6,000-7,000 บาทต่อตัน ส่วนข้าวเปลือกหอมมะลิเฉลี่ย 15,000-15,800 บาทต่อตัน ราคายังทรงตัวและเป็นไปในทิศทางที่ดีอยู่ไม่น่าห่วง อีกทั้งข้าวหอมมะลิยังไม่ถึงฤดูเก็บเกี่ยว

สิ่งที่น่ากังวลคือข้าวขาว โดยส่วนใหญ่จะปลูกในพื้นที่ภาคเหนือตอนล่าง ภาคกลางตอนบน มากสุดในช่วงฤดูนาปรัง แต่ที่ผ่านมาเวลาข้าวราคาลดลง จะมีผู้ประกอบการในภาคอุตสาหกรรมเข้ามาช่วยรับซื้อรำข้าวและปลายข้าว ซึ่งเป็นผลผลิตพลอยได้จากข้าวประมาณ 21 ล้านตัน แต่ปัจจุบันพบว่าผู้ประกอบการอาหารสัตว์ได้ชะลอ ดูทิศทางการนำเข้าข้าวโพดจากสหรัฐอเมริกา ซึ่งมีการประเมินว่าอาจจะมีการนำเข้า 5-6 ล้านตัน

หากผู้ผลิตอาหารสัตว์ไม่มีการรับซื้อรำข้าว ซึ่งต้องใช้ในกลุ่มอาหารสัตว์ประมาณ 3 ล้านตัน เชื่อว่าจะมีผลกระทบต่อราคา เห็นได้จากตอนนี้ราคาปลายข้าวลดลงจากก่อนหน้าเฉลี่ยอยู่ที่ 13 บาทต่อกิโลกรัม ลงมาอยู่ที่ 8 บาทต่อกิโลกรัม หรือแม้กระทั่งแกลบ ปัจจุบันราคาลดลงมาเหลืออยู่ที่ 70-80 สตางค์ต่อกิโลกรัม จากเดิมอยู่ที่ 1.70-1.78 บาทต่อกิโลกรัม

ส่งออกข้าวไม่ถึง 7.5 ล้านตัน

นายชูเกียรติ โอภาสวงศ์ นายกกิตติมศักดิ์สมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย กล่าวว่า การประเมินผลผลิตข้าวนาปี 2568/69 คาดว่าจะมีปริมาณผลผลิตมากขึ้น เพราะดิน ฟ้า อากาศดี คาดการณ์ว่าผลผลิตข้าวนาปรัง 10 ล้านตัน นาปี 24 ล้านตันข้าวเปลือก ส่วนผลผลิตข้าวในปีหน้าคาดว่าจะลดลง เพราะราคาข้าวเปลือกภายในประเทศในปีนี้ลดต่ำลง อาจจะมีผลต่อการตัดสินใจปลูกข้าวของชาวนา

ขณะที่ผลผลิตข้าวในหลายประเทศ เช่น เวียดนาม เมียนมา ปีนี้ผลผลิตดีขึ้น เช่นเดียวกับอินโดนีเซีย ปีนี้ผลผลิตเพิ่มขึ้นเกือบ 2 ล้านตัน ทำให้อินโดฯไม่มีคำสั่งซื้อข้าวขาวในปีนี้เลย

“ไทยจำเป็นจะต้องเร่งพัฒนาพันธุ์ข้าวเพื่อแข่งขัน โดยเฉพาะข้าวพื้นนิ่ม รวมไปถึงการเพิ่มผลผลิตต่อไร่ เพราะยังต่ำกว่าเวียดนาม และดูแลเรื่องต้นทุนการผลิต เพราะต้นทุนการผลิตของไทยยังสูงมาก ดังนั้น ต้องเข้ามาดูแลอุตสาหกรรมข้าวอย่างจริงจัง หวั่นว่าในอนาคตอีก 10 ปีข้างหน้า การส่งออกข้าวไทยอาจลดลงได้”

เร่งเปิดตลาดซาอุฯ-ญี่ปุ่น

ส่วนเป้าหมายการส่งออกข้าวที่ไทยตั้งเป้าหมายไว้ทั้งปีอยู่ที่ 7.5 ล้านตัน เมื่อดูปริมาณการส่งออกข้าวในช่วงครึ่งปีแรกมีปริมาณอยู่ที่ 3.6 ล้านตัน จึงคาดว่าปีนี้จะอยู่ที่ 7 ล้านตัน อาจจะต่ำกว่าเป้าหมาย ขณะที่ราคาข้าว โดยเฉพาะข้าวขาว ใกล้เคียงกับคู่แข่ง เช่น ข้าวขาวไทยอยู่ที่ 380 เหรียญสหรัฐต่อตัน เวียดนามอยู่ที่ 380-385 เหรียญสหรัฐต่อตัน ส่วนอินเดียเฉลี่ยอยู่ที่ 380 เหรียญสหรัฐต่อตัน

ข้าวหอมมะลิไทยปัจจุบันอยู่ที่ 1,100 เหรียญสหรัฐต่อตัน ขณะที่เวียดนามอยู่ที่ 600 เหรียญสหรัฐต่อตัน แต่การจะแข่งขันได้ เรื่องเสถียรภาพอัตราแลกเปลี่ยนก็มีส่วนสำคัญ มองว่าไม่ควรให้ค่าเงินบาทผันผวนมากเกินไป ค่าเงินบาทควรอยู่ที่ 33-34 บาทต่อเหรียญสหรัฐ รวมไปถึงการเร่งเปิดตลาดทั้งซาอุดีอาระเบีย อิรัก และผลักดันโควตาส่งออกข้าวไปญี่ปุ่นให้เพิ่มขึ้น

พาณิชย์ชง นบข.ชดเชย

นายจตุพร บุรุษพัฒน์ รมว.พาณิชย์ เปิดเผยว่า กระทรวงพาณิชย์หารือกับสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทยเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา เพื่อติดตามสถานการณ์ข้าวในช่วงครึ่งปีหลัง รวมไปถึงแนวโน้มการส่งออก การตลาดและทิศทางราคาข้าว พร้อมทั้งสั่งการให้กรมการค้าภายในเตรียมออกมาตรการดูแลข้าวนาปี ปีการผลิต 2568/69 ตั้งเป้าช่วยระบายผลผลิตข้าวประมาณ 8.5 ล้านตัน ผ่านการจัดตลาดนัดข้าวเปลือก การให้สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ และการจัดเก็บข้าวในยุ้งฉางของเกษตรกร เพื่อเพิ่มแรงซื้อภายในประเทศ

นอกจากนี้ สั่งการให้กรมการค้าต่างประเทศ ประสานรัฐบาลจีนเพื่อผลักดันส่งออกเข้าไทยตามโควตาที่เหลือ 2.8 แสนตัน และเร่งขยายตลาดในต่างประเทศ เช่น จีน ญี่ปุ่น ซาอุดีอาระเบีย บังกลาเทศ รวมถึงฮ่องกง เป็นต้น

ส่งธงเขียวช่วยลดค่าใช้จ่าย

ที่ผ่านมาได้ลงพื้นที่อำเภอบางระกำ จังหวัดพิษณุโลก พูดคุยกับเกษตรกรผู้ปลูกข้าว แจ้งไปว่ากรมการค้าภายในเตรียมเสนอมาตรการช่วยเหลือผู้ปลูกข้าว ซึ่งจะเสนอ นบข.พิจารณา มีโครงการสำคัญ อาทิ การสนับสนุนและส่งเสริมเกษตรกรผู้ปลูกข้าวนาปี ปีการผลิต 2568/69 โครงการประกันภัยข้าวนาปี รวมถึงมาตรการชดเชยไร่ละ 1,000 บาท สำหรับเกษตรกรผู้ปลูกข้าวนาปรัง

ขณะที่กรมการค้าภายในจะออกโครงการ “ธงเขียวราคาประหยัด” ช่วยลดต้นทุนการผลิตผ่านการจัดจำหน่ายปุ๋ยเคมีและยาฆ่าแมลงคุณภาพสูงในราคาประหยัด โดยมีปุ๋ยเคมี 6 สูตรจำหน่ายในราคากระสอบละ 200 บาท พร้อมยาฆ่าแมลง ที่จำหน่ายในราคาลดสูงสุดถึง 60% เพื่อบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายให้เกษตรกร โดยมีแผนขยายโครงการครอบคลุมทุกภูมิภาคทั่วประเทศ

ส่งออกข้าวครึ่งปีแรกลดลง

รายงานข่าวจากกรมการค้าต่างประเทศ แจ้งว่า ในช่วงครึ่งแรกปี 2568 ไทยส่งออกข้าวได้ 3.73 ล้านตัน มูลค่า 75,563 ล้านบาท ลดลง 27.29% และ 36.45% ตามลำดับ คาดว่าทั้งปีจะส่งออกได้ 7.5 ล้านตัน โดยได้รับผลกระทบจากการแข่งขันด้านราคาที่รุนแรงจากปัจจัยสำคัญ

อาทิ ปริมาณผลผลิตข้าวในตลาดโลกเพิ่มขึ้น อินเดียกลับมาส่งออก และอินโดนีเซียลดการนำเข้า รวมทั้งเงินบาทแข็งค่า โดยชนิดข้าวที่ไทยส่งออกมากที่สุด ได้แก่ ข้าวขาว คิดเป็น 47.19% ของปริมาณส่งออกข้าวไทยทั้งหมด รองลงมา คือ ข้าวหอมมะลิไทย ข้าวนึ่ง และข้าวหอมไทย มีตลาดสำคัญ ได้แก่ อิรัก สหรัฐ แอฟริกาใต้ จีน และเซเนกัล

ก.เกษตรฯอัดพันล้านช่วยลำไย

นายอรรถกร ศิริลัทธยากร รมว.เกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า จากการคาดการณ์ผลผลิตลำไยที่จะออกสู่ตลาดเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะในช่วงเดือนกรกฎาคม-สิงหาคมนี้ ที่ประชุมคณะกรรมการพัฒนาและบริหารจัดการผลไม้ (Fruit Board) มีมติเห็นชอบโครงการพัฒนาสวนลำไยคุณภาพตัดแต่งทรงพุ่ม/ช่อผล ฟื้นฟูสวนลำไย กรอบวงเงิน 1,000 ล้านบาท

มุ่งเน้นสร้างความเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างในระยะยาว ยกระดับลำไยคุณภาพ สามารถเพิ่มสัดส่วนลำไยให้เป็นลำไยคุณภาพเกรด A ซึ่งจะทำให้ผลผลิตมีราคาเพิ่มขึ้น ยกระดับรายได้เกษตรกรชาวสวนลำไย โดยโครงการดังกล่าวเป็นมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกลำไยในระยะยาว แก่เกษตรกรผู้ปลูกลำไยใน 8 จังหวัดภาคเหนือ ได้แก่ เชียงใหม่ ลำพูน เชียงราย พะเยา ลำปาง ตาก แพร่ และน่าน ซึ่งสนับสนุนค่าตัดแต่งทรงพุ่ม กิ่ง-ช่อผล ปัจจัยการผลิต อัตราไร่ละ 1,400 บาท ไม่เกิน 10 ไร่ต่อครัวเรือน โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการเตรียมนำเสนอขออนุมัติต่อคณะรัฐมนตรี

ส่วนการช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกข้าวผ่านโครงการสนับสนุนค่าบริหารจัดการและพัฒนาคุณภาพผลผลิต เกษตรกรผู้ปลูกข้าวนาปี ปีการผลิต 2568/2569 ด้วยการสนับสนุนเงินไร่ละ 1,200 บาท (ครัวเรือนละไม่เกิน 10 ไร่) จำนวน 4.6 ล้านครัวเรือน ขณะอยู่ระหว่างเสนอเข้าที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายและบริหารข้าวแห่งชาติ (นบข.) ภายในสัปดาห์นี้ คาดว่าจะได้รับความชัดเจนเร็ว ๆ นี้

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : รัฐช่วยอุ้มข้าว-ลำไยราคาตก อัดเงิน 4 หมื่นล้านจ่ายชดเชย

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...