“ไต้หวัน” ออกคู่มือความมั่นคงฉบับใหม่ สอนประชาชนรับมือศัตรู-ย้ำข่าวยอมจำนนเป็นเท็จ
รัฐบาล ไต้หวัน เตรียมออกคู่มือป้องกันพลเรือนอัปเดตสัปดาห์หน้า แนะนำวิธีรับมือหากพบศัตรู ย้ำข่าวยอมจำนนเป็นเท็จ คู่มือ 29 หน้าให้แนวทางหาที่หลบภัย เตรียมชุดฉุกเฉิน และรับมือภัยไซเบอร์-ข่าวปลอม ท่ามกลางแรงกดดันทางทหารจากจีน
วันที่ 12 กันยายน 2568 เวลา 08.03 น. สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า ไต้หวันเตรียมออกแนวทางความมั่นคงฉบับใหม่ในคู่มือป้องกันพลเรือนที่อัปเดต ซึ่งจะเผยแพร่ในสัปดาห์หน้า โดยเป็นครั้งแรกที่มีคำแนะนำประชาชนว่าควรทำอย่างไรหากพบเห็นทหารศัตรู และย้ำว่าข่าวหรือคำกล่าวอ้างใด ๆ เกี่ยวกับการยอมจำนนของไต้หวันถือว่าเป็นเท็จ
คู่มือฉบับนี้สะท้อนความพยายามล่าสุดของไต้หวันในการเตรียมประชาชนต่อภาวะฉุกเฉิน ท่ามกลางแรงกดดันทางทหารจากจีนที่เพิ่มสูงขึ้น โดยจีนยังคงมองว่าไต้หวันเป็นดินแดนของตน
คู่มือสีแดง-ส้มสดใส ซึ่งออกแบบให้คนทุกวัยใช้งานได้ มีตัวการ์ตูนแทนประชาชนไต้หวันบนหน้าปกและในเนื้อหาทั้ง 29 หน้า พร้อมข้อความปกป้องกันและกัน และรักษาบ้านอันเป็นที่รักของเราไว้ สำนักข่าวรอยเตอร์ซึ่งได้สำเนาก่อนเผยแพร่ระบุว่าคู่มือนี้ให้คำแนะนำตั้งแต่การค้นหาที่หลบภัยจากระเบิดผ่านแอปพลิเคชันในสมาร์ตโฟน ไปจนถึงวิธีเตรียมชุดฉุกเฉินสำหรับครอบครัว รวมถึงสัตว์เลี้ยงด้วย
หลิน เฟ่ยฟาน รองเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติของไต้หวัน ผู้กำกับการจัดทำคู่มือ กล่าวว่า ไทเปได้รับแรงบันดาลใจจากคู่มือเอาตัวรอดที่วางแผนโดยประเทศประชาธิปไตยอื่น ๆ เช่น สาธารณรัฐเช็กและฝรั่งเศส พร้อมย้ำว่าการรุกรานยูเครนของรัสเซียยิ่งทำให้ความจำเป็นเร่งด่วนขึ้น
คู่มือฉบับนี้ ซึ่งครั้งแรกเผยแพร่เมื่อปี 2565 ระบุรายการสถานการณ์ที่ไต้หวันอาจเผชิญ ตั้งแต่การก่อวินาศกรรมสายเคเบิลใต้น้ำ การโจมตีไซเบอร์ ไปจนถึงการที่เรือของไต้หวันถูกรัฐศัตรู ตรวจสอบในฐานะสัญญาณก่อนเกิดความขัดแย้ง ไปจนถึงการรุกรานเต็มรูปแบบ
คู่มือยังชี้ถึงภัยจากปฏิบัติการบิดเบือนข้อมูล โดยเตือนว่ากองกำลังต่างชาติที่ไม่เป็นมิตรอาจใช้ข่าวปลอม วิดีโอ Deepfake และผู้สมรู้ร่วมคิดในท้องถิ่นเพื่อทำลายความเป็นเอกภาพของสังคม พร้อมย้ำว่า “หากเกิดการรุกรานทางทหารของไต้หวัน คำกล่าวอ้างใด ๆ ที่ว่ารัฐบาลยอมจำนนหรือประเทศพ่ายแพ้นั้นไม่เป็นความจริง”
ในยามสงคราม หากพบการปรากฏตัวของศัตรู ประชาชนควรรีบออกจากพื้นที่หรือหาที่หลบภัย หลีกเลี่ยงการถ่ายภาพหรือวิดีโอแล้วอัปโหลด เนื่องจากอาจเปิดเผยการเคลื่อนไหวทางทหารและเป็นอันตรายต่อการป้องกัน ตามคำกล่าวของเสิ่น เว่ยจื้อ ผู้อำนวยการหน่วยงานระดมการป้องกันแห่งชาติ
นอกจากนี้ คู่มือยังชี้ถึงความเสี่ยงด้านความมั่นคงจากอุปกรณ์เทคโนโลยีจีน เช่น กล้อง แอปพลิเคชัน รวมถึง AI ของจีนอย่าง DeepSeek และแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย WeChat และ TikTok โดยระบุว่า ในยามวิกฤต อุปกรณ์เหล่านี้อาจถูกศัตรูนำมาใช้ได้
คู่มือยังมีคำแนะนำวิธีพูดคุยกับเด็กเกี่ยวกับเหตุฉุกเฉิน หลินกล่าวว่าผู้ปกครองจำนวนมากไม่รู้จริง ๆ ว่าจะพูดกับลูกอย่างไรเมื่อต้องเผชิญวิกฤต จุดประสงค์ของคู่มือไม่ใช่เพื่อทำให้คนหวาดกลัว แต่เพื่อช่วยให้ทุกคนมีวิธีรับมือได้ดีขึ้นเมื่อเหตุการณ์จริงเกิดขึ้น
อ้างอิง : www.reuters.com