โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

เบทาโกรใส่ใจ รักษ์ป่าชุมชน หนุนจัดการไฟป่าต้นเหตุของ PM2.5

การเงินธนาคาร

อัพเดต 18 ส.ค. 2568 เวลา 10.55 น. • เผยแพร่ 18 ส.ค. 2568 เวลา 03.55 น.

โครงการนี้ดำเนินงานภายใต้แนวคิด ‘เบทาโกร ใส่ใจ’ หรือ ‘BETAGRO Saijai’ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ที่สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของเบทาโกรในการสร้างความยั่งยืนด้านอาหาร ภายใต้กรอบยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนความยั่งยืน หลัก 5 ด้าน ได้แก่ 1. คุณภาพและความปลอดภัยด้านอาหาร 2. การจัดการการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ 3. การพัฒนาบรรจุภัณฑ์เพื่อความยั่งยืน 4. อาชีวอนามัยและความปลอดภัยในการทำงาน เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของพนักงาน และ 5. การพัฒนาชุมชน ที่เน้นการมีส่วนร่วมและเติบโตร่วมกันอย่างแท้จริง

นายไพฑูรย์ จิรานันตรัตน์ ประธานเจ้าหน้าที่ กลุ่มงานพัฒนาประสิทธิภาพการผลิตและซัพพลายเชน บริษัท เบทาโกร จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “เบทาโกรมองเห็นถึงความสำคัญของปัญหาฝุ่นละออง PM 2.5 และผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของประชาชนในระยะยาว จึงได้เดินหน้าโครงการ ‘เบทาโกรใส่ใจ รักษ์ป่าชุมชน’ ซึ่งเป็นการผนึกความร่วมมือระหว่างภาครัฐ เอกชน และชุมชน ภายใต้กลไกมาตรการส่งเสริมลงทุนเพื่อพัฒนาชุมชนและสังคม (BOI-CSR) โดยสนับสนุนอุปกรณ์จัดการไฟป่าที่จำเป็น เช่น เครื่องเป่าลมดับไฟ ถังฉีดน้ำ และชุดปฏิบัติการ เป็นต้น ส่งเสริมให้ชุมชนสามารถรับมือกับไฟป่าได้อย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัย ครอบคลุม 10 ป่าชุมชนใน 7 จังหวัด ซึ่งเป็นพื้นที่เสี่ยงสำคัญของการเกิดไฟป่าและปัญหาฝุ่นละออง PM 2.5”

  • จังหวัดลำพูน: ป่าชุมชนบ้านป่าดำ และป่าชุมชนบ้านดงห้วยเย็น
  • จังหวัดพิษณุโลก: ป่าชุมชนบ้านศรีเจริญ, ป่าชุมชนบ้านเขาน้อย และป่าชุมชนบ้านป่าแดง
  • จังหวัดสระบุรี: ป่าชุมชนเขาน้อยจอมสวรรค์
  • จังหวัดลพบุรี: ป่าชุมชนบ้านเขาสลัดได
  • จังหวัดปราจีนบุรี: ป่าชุมชนบ้านโนนกลาง
  • จังหวัดมหาสารคาม: ป่าชุมชนบ้านโคกคึมชาด
  • จังหวัดนครราชสีมา: ป่าชุมชนตำบลหนองบุญนาก

นอกจากนี้ เบทาโกรยังมุ่งสร้างการมีส่วนร่วมของชุมชนในการอนุรักษ์ป่าอย่างยั่งยืน พร้อมต่อยอดการดูแลสิ่งแวดล้อมสู่การสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจและยกระดับคุณภาพชีวิตของชุมชนอย่างเป็นรูปธรรม ผ่านโครงการสำคัญต่าง ๆ อาทิ

  • โครงการ ‘งานเสวนาป่าชุมชน’ เวทีสร้างความเข้าใจและวางแผนร่วมกันระหว่างภาครัฐ เอกชน และชุมชน เพื่อบริหารจัดการป่าอย่างเหมาะสมตามบริบทของแต่ละพื้นที่ รวมถึงฟื้นฟูระบบนิเวศและอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพของป่าชุมชน
  • โครงการ ‘ส่งเสริมอาชีพผู้พิการ’ อบรมอาชีพมากกว่า 9 สาขา พร้อมสนับสนุนการจ้างงานผู้พิการกว่า 67 คน เช่น โครงการ “โมเดลปลูกผักคนพิการ” ที่ควบคุมด้วย IoT ผ่านสมาร์ตโฟน โดยเบทาโกรโดยร่วมมือกับ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) และโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านหนองนกกระเรียน
  • โครงการ ‘ผลิตภัณฑ์ชุมชนสู่ฟาร์มและโรงงาน’ ส่งเสริมอาชีพผ่านการรับซื้อผลิตภัณฑ์ชุมชน เช่น ผัก ผลไม้ และของแปรรูป นำไปแจกจ่ายให้พนักงานในฟาร์มและโรงงาน สร้างรายได้กลับคืนสู่ชุมชนรวมกว่า 3.26 ล้านบาท

“เบทาโกรเชื่อว่าความยั่งยืนที่แท้จริงไม่สามารถเกิดขึ้นได้จากหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่ง แต่ต้องอาศัยการร่วมมือกันของทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นผู้คนในชุมชน องค์กร รวมถึงบุคลากรในแต่ละพื้นที่ เพราะเราเชื่อว่า ‘การร่วมสร้าง’ จะก่อให้เกิดผลลัพธ์ที่ยั่งยืนมากกว่า ‘การให้’ เพียงอย่างเดียว ซึ่งเบทาโกรยังคงเดินหน้ายกระดับอุตสาหกรรมอาหารของประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง พร้อมขับเคลื่อนการเติบโตอย่างสมดุลทั้งในด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ตอกย้ำการเป็นบริษัทอาหารครบวงจรชั้นนำของไทยที่มุ่งมั่นเพิ่มคุณค่าชีวิตทุกคน ด้วยอาหารที่ดีกว่า เพื่อชีวิตที่ยั่งยืนสำหรับทุกคน” นายไพฑูรย์ กล่าวปิดท้าย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...