ส่องตำแหน่ง T-Beauty ในตลาดความงามโลกสู้ K-Beauty ไหว-ไม่ไหว?
CATHY DOLL แบรนด์ความงามในเครือ KARMART เร่งเกม T-Beauty สู่ Global วางหมากดัน"T-Beauty" สู่ระดับโลก เปิดตัวคอลเลกชันความร่วมมือ CATHY DOLL x MAENG เมคอัพอาร์ทิสต์ชื่อดังของเกาหลี ชูจุดต่าง "งานผิวสำหรับชาวเอเชีย" และขยายอิทธิพลสู่ตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เอเชียใต้ และตะวันออกกลาง
ตลาดความงามทั่วโลกถือเป็นโอกาสทางธุรกิจขนาดใหญ่ โดยมีการประเมินมูลค่าในปี 2023 ไว้ราว 69–86 พันล้านดอลลาร์ และคาดว่าจะเติบโตเฉลี่ย 5-7% ต่อปีจนถึงช่วงปี 2030-2033 ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกเป็นภูมิภาคที่มีสัดส่วนตลาดใหญ่ที่สุด โดยมีแรงขับเคลื่อนสำคัญมาจากนวัตกรรมและโซเชียลคอมเมิร์ซที่เติบโตอย่างรวดเร็ว สำหรับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (SEA) มีมูลค่าตลาดความงามในปี 2024 ราว 14.5 พันล้านดอลลาร์ และยังคงเติบโตระดับ 4 %
การแข่งขันในตลาดนี้มีความดุเดือด โดยเฉพาะกับกระแส K-Beauty (Korean Beauty) ที่กลับมาได้รับความนิยมอย่างสูงทั่วโลก สะท้อนจากยอดขายเครื่องสำอางเกาหลีในสหรัฐอเมริกาที่เติบโตกว่า 37 % เมื่อเทียบปีต่อปี (YoY) แตะ 2 พันล้านดอลลาร์ แสดงให้เห็นว่าเครื่องสำอางเกาหลีมีส่วนแบ่งตลาดโลกและความนิยมในต่างประเทศที่สูงกว่า T-Beauty ในปัจจุบันอย่างชัดเจน โดยเฉพาะในตลาดหลักอย่างสหรัฐฯ
T-Beauty (Thai Beauty) หรือความงามแบบไทยกำลังไต่ระดับความสนใจในโซนเอเชีย เนื่องจากมีจุดแข็งด้านผลิตภัณฑ์ที่มีคุณสมบัติเฉพาะตัว คือความทนทานต่อสภาพอากาศร้อนชื้น และการเน้นลุคผิวสุขภาพดี (Soft-Glam) ซึ่งสอดคล้องกับพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนจาก"เมคอัพจัดเต็ม" สู่ "งานผิว" ที่ดูเป็นธรรมชาติ อย่างไรก็ตาม T-Beauty ยังคงเป็นผู้ท้าชิงที่ต้องพยายามสร้างความแตกต่างเพื่อแข่งขันกับ K-Beauty ซึ่งครองส่วนแบ่งตลาดและอิทธิพลทางวัฒนธรรมในระดับโลกสูงกว่า
CATHY DOLL ชูกลยุทธ์ Collaboration-Led Elevation
เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2568 CATHY DOLL แบรนด์ในเครือ KARMART (บมจ. คาร์มาร์ท) ประกาศยุทธศาสตร์เพื่อก้าวสู่ผู้นำ T-Beauty ระดับโลก ด้วยการเปิดตัวคอลเลกชันความร่วมมือครั้งสำคัญ CATHY DOLL x MAENG"
MAENG (Lee Myung Sun) คือ เมคอัพอาร์ทิสต์ระดับโลกผู้เป็นที่ยอมรับในการสร้างลุคให้กับศิลปิน K-Pop และเซเลบริตี้แนวหน้าของเกาหลี การเลือกพันธมิตรระดับโลกนี้สะท้อนกลยุทธ์ Collaboration-led Brand Elevation ของ KARMART เพื่อสร้างอิทธิพลและมูลค่าแบรนด์ (Brand Equity) ในตลาดต่างประเทศ :
- ยกระดับภาพลักษณ์แบรนด์ (Halo Effect) : การร่วมงานกับผู้เชี่ยวชาญสาย K-Beauty ช่วยสร้างการรับรู้และเสริมภาพลักษณ์ของแบรนด์ไทยในตลาดนอกประเทศ โดยเชื่อมโยงกับฐานแฟนคลับ K-Pop ที่มีกำลังซื้อและอิทธิพลทางวัฒนธรรมสูง
- สร้างจุดขายเฉพาะ (Professional Asian Finish) : มุ่งเน้นการพัฒนผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ อินไซต์ผิวเอเชีย และสภาพอากาศร้อนชื้นในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยตั้งต้นจาก"งานผิวจริงของคนเอเชีย" ผ่านแนวคิด ‘less but pro’ หรือ "น้อยชิ้นแต่ได้ฟินิชระดับโปร"
นายพงศ์วิวัฒน์ ทีฆคีรีกุล รองกรรมการฯ สายงานสื่อสารการตลาดฯ บมจ. คาร์มาร์ท กล่าวว่า การแข่งขันในปัจจุบันวัดกันที่ "ความเข้าใจเฉดผิวเอเชียควบคู่กับความน่าเชื่อถือของแบรนด์" มากกว่าชื่อประเทศต้นกำเนิดเพียงอย่างเดียว ซึ่งเป็น"หน้าต่างโอกาส" ที่ T-Beauty สามารถใช้ความเข้าใจในสภาพภูมิอากาศและเฉดผิวของผู้บริโภคในภูมิภาคเป็นจุดแข็งในการแข่งขันได้
คอลเลกชัน CATHY DOLL x MAENG เปิดตัวด้วยผลิตภัณฑ์เรือธง 8 รายการ ที่เน้นงานผิวและลุค soft-glam ที่ใช้งานได้จริงในชีวิตประจำวัน โดยมีไฮไลต์ที่สำคัญ เช่น Skin-Like Waterfall Cushion (คุชชั่นเผยผิวบางเบา), Fix & Fill Setting Spray (สเปรย์เซ็ตเมคอัพ), และกลุ่มผลิตภัณฑ์ Color ที่เน้นความใช้งานง่าย
ความร่วมมือครั้งนี้ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่การออกคอลเลกชัน แต่ถูกวางแผนให้เป็นการลงทุนระยะยาว โดยมีการนำ 'MAENG Method for Asian Skin' ซึ่งเป็นเทคนิคการเลือกเฉดสี (shade curation) และการเตรียมผิว (base routine) เข้าสู่ R&D Roadmap และ Training Playbook ของบริษัท เพื่อสร้างมาตรฐาน "Asian-pro finish" สำหรับผลิตภัณฑ์รุ่นต่อ ๆ ไปของ CATHY DOLL
นายพงศ์วิวัฒน์ กล่าวทิ้งท้ายว่า "ความร่วมมือครั้งนี้ไม่ได้จบที่คอลเลกชัน แต่นำไปสู่ ‘MAENG Method for Asian Skin’ ซึ่งเราจะทำให้เป็นมาตรฐานในการพัฒนาผลิตภัณฑ์รุ่นต่อ ๆ ไปของ CATHY DOLL"
กลยุทธ์การขยายตลาดและการเติบโตอย่างยั่งยืน
นายวงศ์วิวัฒน์ ทีฆคีรีกุล กรรมการผู้จัดการ บมจ. คาร์มาร์ท เผยถึงเป้าหมายชัดเจนในการวาง CATHY DOLL เป็นผู้นำ T-Beauty ที่ได้รับการยอมรับระดับโลก การเปิดตัวคอลเลกชันนี้คือหมุดหมายสำคัญ โดยมีแผนการขยายตลาด ดังนี้:
- การเจาะตลาดสากล : ในเดือนพฤศจิกายนนี้ แบรนด์จะเริ่มเปิดจำหน่ายทางออนไลน์ใน เกาหลีใต้ และ สหรัฐอเมริกา และกำลังอยู่ระหว่างการเจรจาขยายไปยังประเทศอื่น ๆ กระแสตอบรับที่ดีมาจากการที่ผลิตภัณฑ์ถูกผู้เชี่ยวชาญความงามทั่วโลกหยิบไปใช้กับศิลปินระดับโลกอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งแปลเป็นดีมานด์จากคู่ค้าต่างชาติที่ต้องการนำสินค้าไปจำหน่าย
- Omni-Channel และ Retail Re-imagination : นางชลธิดา สถาวรวิจิตร รองกรรมการผู้จัดการสายงานการตลาด กล่าวว่า บริษัทใช้กลยุทธ์ออมนิชาแนลเต็มรูปแบบ ทั้ง Online Engine (คอนเทนต์รีวิว, ไลฟ์คอมเมิร์ซ) และ Retail Re-imagination (เช่น Pop-up Store เพื่อสร้างประสบการณ์ลอง-ซื้อ-แชร์) เพื่อเจาะกลุ่มแฟน K-Beauty ทั่วภูมิภาค
- เป้าหมายทางธุรกิจ : บริษัทตั้งเป้ายอดขายสำหรับคอลเลกชัน CATHY DOLL x MAENG ไว้ที่ 100 ล้านบาท โดยมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่องตลอดถึงสิ้นปีหน้า
ปัจจุบัน แบรนด์ในเครือของคาร์มาร์ทมีวางจำหน่ายแล้วในกว่า 33 ประเทศ ครอบคลุมเอเชียตะวันออกเฉียงใต้, เอเชียใต้, และตะวันออกกลาง โดยตั้งเป้าหมายเพิ่มสัดส่วนการส่งออกให้เติบโตขึ้น 20% ภายใน 5 ปี
การขับเคลื่อนธุรกิจด้วย Data-driven Creativity และการลงทุนใน R&D ควบคู่ไปกับการติดตามเทรนด์โลกอย่างใกล้ชิด ทำให้ KARMART สามารถแปลงอินไซต์เป็นนวัตกรรมได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งตอกย้ำความมุ่งมั่นในการสร้างความยั่งยืนให้กับอุตสาหกรรมความงามของไทยในระยะยาวภายใต้แนวคิด T-Beauty World Class