โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

ญาติเชฟหนุ่มไทย เรียกร้องหยุดซ้ำเติม! หลังถูกโยงบัญชีมิจฉาชีพ

WeR NEWS

อัพเดต 08 ต.ค. 2568 เวลา 10.20 น. • เผยแพร่ 08 ต.ค. 2568 เวลา 10.20 น.

จากกรณีเพจเฟซบุ๊ก “เจ้าหน้าที่ศูนย์ประสานช่วยเหลือคนไทยในต่างแดน” เผยเรื่องราว นายเมธาชาญ หรือ มีน อายุ 24 ปี ชาวอำเภอพระพรหมคีรี จ.นครศรีธรรมราช ถูกพบป่วยหนัก เร่ร่อนอยู่หน้าอาคารพาณิชย์ในกัมพูชา ไม่มีเอกสารติดตัวและไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ และถูกโรงพยาบาลปฏิเสธการรักษานั้น

ทั้งนี้ มีรายงานว่า นายเมธาชาญ ทำงานเป็นเชฟบนเรือสำราญ เดินทางทั่วโลก มีรายได้ดี แต่ขาดการติดต่อกับครอบครัวนานกว่า 1 ปี ขณะที่ครอบครัวยังไม่ทราบเหตุการณ์ว่าทำไมถึงมาเร่ร่อนในกัมพูชา และตั้งข้อสงสัยว่าอาจถูกชักชวนไปทำงานต่างประเทศแล้วถูกทำร้าย และถูกยึดเอกสาร จนต้องหนีออกมา

ต่อมา เมื่อวันที่ 7 ต.ค. 68 เจ้าหน้าที่ศูนย์ประสานช่วยเหลือคนไทยในต่างแดน แจ้งข่าวร้ายว่า นายเมธาชาญเสียชีวิตแล้ว พร้อมเตรียมประสานส่งร่างกลับไทยเพื่อมอบให้ครอบครัว

ล่าสุดวันนี้ (8 ต.ค. 68) เพจ “Drama-Addict” เปิดข้อมูลเพิ่มเติมว่า เมื่อวันที่ 26 ก.ย. 67 ชื่อ “มีน เมธาชาญ” ปรากฏในกระทู้พันทิปเกี่ยวกับบัญชีหลอกโอนเงิน ซึ่งตรงกับผู้เสียชีวิต

ขณะที่ญาติของนายเมธาชาญ ออกมาโพสต์ข้อความวิงวอนสังคมหยุดซ้ำเติมและประณาม พร้อมขอให้ปล่อยให้น้องจากไปอย่างสงบ โดยระบุว่า “เรื่องจริงก็คือเรื่องจริง ที่คุณบอกว่าน้องเป็นเชฟปลอม … มีหลักฐานมายืนยันมั้ย?

จะโกหกไปเพื่ออะไร แต่เราบอกไปแล้ว น้องขาดการติดต่อกับทางบ้านมาพักใหญ่ ติดต่อน้องไม่ได้ ทุกคนรับรู้ข่าวที่เกิดขึ้นพร้อม ๆ กัน

ทางบ้านและครอบครัวก็อยากรู้ความจริง ว่ามันเกิดอะไรขึ้นบ้าง

หยุดซ้ำเติม หยุดประนาม และพิพากษาน้องเถอะค่ะ แค่นี้ก็เจ็บปวดกันมากพอแล้ว คนทั้งคนจะถูกจะผิด เค้าก็ไม่มีโอกาสกลับมาแก้ไขอะไรได้อีกแล้ว ให้น้องจากไปอย่างสงบ”

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...