SAPPE 2 โบรกฯ ปรับคำแนะนำ-ประมาณการกำไรปีนี้ลง ตามยอดขายอ่อนตัว
#SAPPE #ทันหุ้น-บล.ดาโอ(ประเทศไทย) ออกบทวิเคราะห์หุ้นบริษัท เซ็ปเป้ จำกัด (มหาชน) หรือ SAPPE โดยได้ปรับลดคำแนะนำลงเป็น “ถือ” พร้อมปรับราคาเป้าหมายเป็น 36.50 บาท เพื่อสะท้อนแนวโน้มผลดำเนินงานไตรมาส 3/68 ที่ฟื้นตัวช้ากว่าที่คาด
ฝ่ายวิจัยดาโอ มีมุมมองเป็นลบจากการประชุมนักวิเคราะห์ ประเด็นสำคัญ ได้แก่ ในปี 2568 บริษัทคงเป้ารายได้รวมลดลง 10-20% YoY โดยคาดรายได้ในประเทศเติบโต 15% – 20% YoY, 2) รายได้ไตรมาส 2/68 เป็นจุดสูงสุดของปี (จากเดิมที่คาดไว้ 3Q25 เป็นจุดสูงสุด) โดยมองว่ารายได้ไตรมาส 3/68 ชะลอตัว YoY, QoQ จาก US & Asia ชะลอตัว 3) รายได้ Europe ในไตรมาส 3 และ 4 ของปี 2568 ฟื้นตัว YoY หลังจบ Inventory destocking อีกทั้งฤดูร้อนปีนี้ร้อนกว่าปกติ
4) US ได้รับผลกระทบจาก Tariff บริษัทอยู่ระหว่างปรับกลยุทธ์ให้เหมาะสมกับสถานการณ์, 5) Middle East ได้รับผลกระทบจากสงคราม ส่งผลให้รายได้ปีนี้ชะลอตัว และ 6) เลื่อนแผนการขยายโรงงานเป็นปลายปี 2569 จากต้นปี 2569
ทั้งนี้ฝ่ายวิจัย คาดกำไรสุทธิไตรมาส 3/68 ของ SAPPE จะอยู่ในกรอบ 229 – 235 ล้านบาท ชะลอตัว YoY, QoQ จากรายได้ชะลอตัว YoY,QoQ จากรายได้ US & Asia ชะลอตัว และ GPM ลดลงจากเงินบาทแข็งค่า
โดยฝ่ายวิจัยได้ปรับประมาณการกำไรปี 2568-2569 ลง 4% เพื่อสะท้อนรายได้และ GPM ที่ฟื้นตัวช้ากว่าคาด โดยคาดว่ากำไรสุทธิปี 2568 อยู่ที่ 946 ล้านบาท ลดลง 24% YoY จากรายได้รวมที่ลดลง 20% ซึ่งรายได้ชะลอตัวในทุกภูมิภาค อีกทั้ง GPM ลดลงจากเงินบาทแข็งค่า และในปี 2569 คาดกำไรสุทธิอยู่ที่ 1,067 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13% YoY จากรายได้ที่ฟื้นตัวในทุกทวีป และ GPM ขยายตัว
บล.เอเซีย พลัส ระบุว่า SAPPE เปิดเผยแนวโน้มยอดขายในช่วงไตรมาส 3/68 มีแนวโน้มอ่อนแอกว่าที่เคยประเมินไว้ก่อนหน้า และน่าจะหดตัวทั้ง QoQ และ YoY เนื่องจากหลายประเทศหลักๆ ประสบปัญหายอดขายหดตัว ได้แก่ เกาหลี (กำลังซื้ออ่อนแอ) อินโดนีเซีย (ผู้กระจายสินค้าขาดประสิทธิภาพ) ตะวันออกกลาง (ปัญหาภูมิรัฐศาสตร์และการแข่งขันที่เพิ่มขึ้น) สหรัฐฯ(ผลกระทบจากนโยบายภาษี) ไทย (ร้านค้าสต๊อกสินค้าไว้สูงในช่วง 2Q68) ขณะที่มีเพียงตลาดยุโรปที่คาดยอดขายจะเพิ่มขึ้นทั้ง YoY และ QoQ ได้เนื่องจากลูกค้าจบปัญหาเรื่องการปรับลดสต๊อกและได้แรงหนุนชั่วคราวจากคลื่นความร้อน
โดยอัตรากำไรขั้นต้น (มาร์จิ้น) ในช่วงไตรมาส 3/68 น่าจะถูกกดดันต่อเนื่องจากค่าเงินที่ยังแข็งค่าขึ้น QTD และยอดขายที่อ่อนแอลงทำให้ประสิทธิภาพการผลิตลด โดยคาดมาร์จิ้นจะหดตัวทั้ง QoQ และ YoY จึงคาดว่ากำไรไตรมาส 3/68 จะหดตัวทั้ง QoQ และ YoY จากทั้งยอดขายและมาร์จิ้นที่หดตัวนอกจากนี้ โดยฝ่ายวิจัยยังมีความกังวลต่อแนวโน้มการเติบโตของบริษัทในไตรมาส 4/68 และปี 2569 เนื่องจากปัจจัยที่กดดันยอดขายของบริษัทในหลายประเทศ เช่น สหรัฐฯ เกาหลี และอินโดนีเซียน่าจะยังไม่คลี่คลายโดยเร็ว
ฝ่ายวิจัยเอเซีย พลัส ได้ปรับลดประมาณการกำไรสุทธิปี 2568 ลง 12% เหลือ 954 ล้านบาท ลดลง 24% YoY ส่วนในปี 2569 ลง 11% มาอยู่ที่ 1,017 ล้านบาท เพิ่มขึ้น7% YoY พร้อมทั้งปรับลดราคาเป้าหมายหุ้น SAPPE ลงมาอยู่ที่ 33.50 บาท จากเดิมอยู่ที่ 38.00 บาท พร้อมทั้งคงคำแนะนำ“Underperform” ขณะที่ประเมินแนวโน้มผลประกอบการในระยะกลางจะยังไม่สดใสจากหลายปัจจัยกดดันที่ยังไม่คลี่คลาย รวมถึงการแข่งขันที่เพิ่มขึ้นจากคู่แข่งรายอื่นที่เริ่มผลิตสินค้าในลักษณะคล้ายกัน