โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

แม่และเด็ก

สุขภาพจิตเด็ก : 4 อันดับปัญหาสุขภาพจิตในเด็ก กับ 4 วิธีเลี้ยงลูกให้มีสุขภาพจิตดี

Mood of the Motherhood

เผยแพร่ 24 ต.ค. 2568 เวลา 06.02 น. • Features

ถึงแม้ว่าเด็กรุ่นใหม่จะเกิดมาพร้อมกับความเจริญทางเทคโนโลยีที่ทำให้ใช้ชีวิตสะดวกสบายและง่ายดายมากขึ้น แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า ในแง่การดำรงชีวิต เด็กๆ ก็ต้องเติบโตท่ามกลางการแข่งขัน ความกดดัน การฉกฉวยโอกาส หรือสิ่งเร้าที่เป็นอันตราย เช่น การโอ้อวดภาพลักษณ์ในโลกออนไลน์ การเปรียบเทียบ และการคุกคาม ล้วนเป็นปัจจัยที่ส่งผลต่อการใช้ชีวิตและสภาพจิตใจของเด็กอย่างเลี่ยงไม่ได้ ดังนั้น นอกจากความแข็งแรงทางสุขภาพร่างกายแล้ว พ่อแม่ยุคใหม่ จึงควรให้ความสำคัญการเลี้ยงลูกให้มีสุขภาพจิตที่แข็งแรงพอสำหรับโลกในปัจจุบันอีกด้วยข้อมูลจากองค์การอนามัยโลก (WHO) ระบุว่า ปัญหา สุขภาพจิตเด็ก มีความรุนแรงและมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยปัญหาสุขภาพจิตคิดเป็นร้อยละ 16 ของปัญหาสุขภาพทั้งหมดที่เกิดขึ้นกับเด็ก นอกจากนี้ รายงานจาก Unicef ยังระบุว่า ประมาณ 1 ใน 7 ของเด็กไทยที่มีอายุตั้งแต่ 10-19 ปี ต้องเผชิญกับปัญหาสุขภาพจิตเช่นกันตัวเลขเหล่านี้ยิ่งตอกย้ำว่าปัญหา สุขภาพจิตเด็ก เป็นเรื่องที่คุณพ่อคุณแม่ไม่ควรมองข้าม4 อันดับปัญหาสุขภาพจิตในเด็กที่พบมากที่สุด

1. ภาวะเครียดและวิตกกังวล (Stress and Anxiety Disorders) อัตราสูงถึงร้อยละ 16.1 จากผลสำรวจประเทศสหรัฐอเมริกาในปี 2023 โดยสาเหตุหลักมาจากความกดดันในการเรียน ส่งผลให้เด็กเกิดความวิตกกังวลแทบทุกเรื่องในชีวิตประจำวัน กลัวการเข้าสังคม ซึ่งบางครั้งอาจแสดงอาการทางกายภาพร่วมด้วย เช่น ปวดหัว ปวดท้อง หรืดแสดงพฤติกรรมก้าวร้าวรุนแรง2. โรคซึมเศร้า (Depression) จากสถิติกรมสุขภาพจิต มีเด็กและวัยรุ่นไทยกว่าร้อยละ 10.86 และร้อยละ 8.4 ในสหรัฐอเมริกาเสี่ยงต่อการเป็นโรคซึมเศร้า โดยเด็กๆ กลุ่มนี้มักจะเก็บตัว แยกตัวออกจากเพื่อนหรือกิจกรรมที่เคยชอบทำ รู้สึกเบื่อหน่าย ท้อแท้ และมักมีปัญหาด้านการนอนหลับและการกินที่เปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด ในบางรายที่รุนแรงมีการทำร้ายตัวเอง3. โรคสมาธิสั้น (Attention-deficit Hyperactivity Disorder - ADHD) เกิดจากความผิดปกติทางระบบประสาทและพัฒนาการ อาการหลักที่สังเกตได้ง่าย คืออยู่ไม่นิ่ง ซุกซนวอกแวกง่าย ไม่สามารถจดจ่อกับสิ่งใดสิ่งหนึ่งได้นาน และมักขยับร่างกายอยู่ตลอดเวลา4. พฤติกรรมเกเรรุนแรง (Conduct Disorders) พบมากในวัยรุ่น ซึ่งสาเหตุหลักมักมาจากสภาพแวดล้อมภายในครอบครัว เช่น ถูกว่ากล่าวด้วยถ้อยคำรุนแรง ผู้ปกครองทะเลาะกันบ่อย หรือขาดความอบอุ่นในครอบครัว ทำให้เด็กกลุ่มนี้มีปัญหาในการควบคุมอารมณ์ มีพฤติกรรมก้าวร้าวและต่อต้าน4 วิธีเลี้ยงลูกให้มีสุขภาพจิตดีตั้งแต่ยังเด็ก1. สร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยต่อความรู้สึกลูก

ความรู้สึกปลอดภัยและการได้รับความรักอย่างไม่มีเงื่อนไขจากคุณพ่อคุณแม่เป็นรากฐานสำคัญที่สุดของการมีสุขภาพจิตที่ดีของลูก การให้ความสำคัญกับเวลาคุณภาพ เช่น คุยกันระหว่างทานมื้อเย็น หรือหากิจกรรมทำร่วมกันอย่างสม่ำเสมอ จะช่วยเพิ่มความปลอดภัยทางอารมณ์ให้ลูก และสร้างความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นในครอบครัวนอกจากนี้ วิธีการตอบสนองต่ออารมณ์ลูกก็สำคัญไม่แพ้กัน เมื่อลูกแสดงอารมณ์โกรธ เศร้า หรือกังวล คุณพ่อคุณแม่ควรรับฟังและตอบสนองด้วยความเห็นอกเห็นใจแทนการตำหนิ เพื่อให้ลูกรู้สึกว่าทุกอารมณ์เป็นเรื่องปกติ ที่คุณพ่อคุณแม่พร้อมจะรับฟังและอยู่เคียงข้างเสมอ2. สอนทักษะจัดการอารมณ์ (Emotional Regulation)

อารมณ์ด้านลบ เช่น ความโกรธ เสียใจ หรือผิดหวัง ไม่ใช่เรื่องผิด แต่วิธีจัดการและรับมือกับอารมณ์เหล่านั้นต่างหาก ที่ทำให้เห็นความแตกต่างระหว่างคนที่มีสุขภาพจิตดีกับคนที่ไม่สามารถจัดการอารมณ์ของตัวเองได้สิ่งสำคัญก็คือ คุณพ่อคุณแม่ควรสอนให้ลูกรู้จักกับอารมณ์ทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นมีความสุข ดีใจ หรืออารมณ์โกรธ เศร้า ผิดหวัง และสอนวิธีจัดการกับอารมณ์เหล่านั้นอย่างสร้างสรรค์และเหมาะสมกับวัย เช่น เมื่อดีใจ ลูกอาจจะอยากกระโดดหรือวิ่งเข้าใส่ใครสักคน แต่จะดีกว่าไหม หากลูกสามารถรอเวลาที่เหมาะสม หรือเปลี่ยนจากการกระโดดเป็นเดินเข้าไปกอดเฉยๆ และหากลูกรู้สึกโกรธ แทนที่จะรีบตะโกนโวยวาย ลองหายใจเข้าลึกๆ และนับ 1-20 หรือเมื่อรู้สึกเครียด ให้ลองวาดรูประบายสี สิ่งเหล่านี้จะทำให้ลูกมีเครื่องมือที่หลากหลายในการในการจัดการความรู้สึกต่างๆ ของตัวเอง3. ส่งเสริมทักษะการแก้ปัญหาและความยืดหยุ่น

การพยายามปกป้องลูกจากปัญหาและความล้มเหลว อาจทำให้ลูกขาดความยืดหยุ่นทางจิตใจ คุณพ่อคุณแม่ควรเปิดโอกาสให้ลูกเผชิญหน้ากับปัญหาตามวัย และฝึกให้ลูกลองคิดวิธีแก้ปัญหาด้วยตัวเอง แทนที่จะรีบยื่นมือเข้าช่วยลูกทันทีการสนับสนุนให้ลูกรู้จักคิดและลองผิดลองถูกด้วยตัวเอง จะช่วยสร้างความเชื่อมั่นในตัวเอง และพัฒนาความยืดหยุ่นทางจิตใจ ที่เป็นปัจจัยสำคัญที่จะทำให้ลูกมีจิตใจแข็งแกร่ง แม้ล้มก็พร้อมลุกขึ้นสู้ใหม่เสมอ4. ส่งเสริมให้ลูกเข้าใจความสำคัญของการพัก

แม้การเรียนและกิจกรรมพัฒนาทักษะต่างๆ จะสำคัญ แต่คุณพ่อคุณแม่ควรสอนให้ลูกให้ความสำคัญกับการพักผ่อนและการดูแลตัวเอง ทั้งสุขภาพร่างกายภายนอกและสุขภาพจิตภายในคุณพ่อคุณแม่อาจเริ่มจากการแบ่งเวลาเสริมทักษะ และเวลาอิสระที่จะปล่อยให้ลูกได้เล่น ได้พักผ่อนอย่างชัดเจน จะช่วยให้ลูกรู้สึกผ่อนคลาย ลดความเครียด และมีทักษะการสร้างสมดุลเวลาที่ดีตั้งแต่เด็กอ้างอิงWHOUnicefNCBICDCRACGP

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...