โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ผู้เลี้ยงหวั่นสู้ ‘หมูนำเข้า’ ไม่ได้ ชี้ไทยต้นทุน ‘อาหารสัตว์’ สูงกว่า

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 08 ส.ค. 2568 เวลา 02.18 น. • เผยแพร่ 08 ส.ค. 2568 เวลา 02.18 น.
สิทธิพันธ์ ธนาเกียรติภิญโญ

คอลัมน์ : สัมภาษณ์พิเศษ

อุตสาหกรรมผู้เลี้ยงสุกรในประเทศไทยกำลังวิตกกังวลกับการเข้ามาของเนื้อหมูจากต่างประเทศ เพราะล่าสุดการเจรจาภาษีตอบโต้การค้า (Reciprocal Tariffs) กับสหรัฐ ไทยได้อัตราภาษีที่ 19% หนึ่งในเงื่อนไขต่อรองการค้า คือ การเปิดนำเข้าเนื้อหมูจากสหรัฐ ในสัดส่วนไม่ถึง 1% ของการบริโภคในประเทศ ซึ่งเทียบกับมูลค่าตลาดการบริโภคเนื้อหมูในประเทศที่ 2 แสนล้านบาทต่อปี และ 70% เป็นผู้เลี้ยงรายย่อยทำการค้าในประเทศ

ล่าสุด “ ประชาชาติธุรกิจ” ได้สัมภาษณ์พิเศษ นายสิทธิพันธ์ ธนาเกียรติภิญโญ นายกสมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติ และในฐานะนายกสมาคมผู้เลี้ยงสุกรในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ถึงภาพรวมอุตสาหกรรมผู้เลี้ยงสุกรภายในประเทศ

คนเลี้ยงหมูในไทย 1.5 แสนราย

ผู้เลี้ยงสุกรในประเทศไทยปัจจุบันมีจำนวน 1.4-1.5 แสนรายทั่วประเทศ ถือว่าปริมาณลดลง หากเทียบในอดีตที่มีถึง 2 แสนราย พอมีการแพร่ระบาดของโรคอหิวาต์แอฟริกันในสุกร หรือโรค ASF เมื่อปี 2563 ซึ่งแพร่ระบาดมาจากประเทศเพื่อนบ้าน จากการทิ้งซากสุกรลงตามแม่น้ำ มีผลทำให้เชื้อโรคไหลสู่แม่น้ำ และผู้เลี้ยงไทยได้นำน้ำจากแม่น้ำเข้ามาเลี้ยงสุกร จึงมีผลทำให้เกิดโรค ทำให้ปริมาณผู้เลี้ยงสุกรลดลง ในเวลานั้นเหลือประมาณ 1.1-1.2 แสนราย แต่ปัจจุบันถือว่าสถานการณ์ดีขึ้นทำให้มีผู้เลี้ยงสุกรเข้ามาในระบบพอสมควร

ทั้งนี้ เมื่อดูสัดส่วนจะพบว่าจำนวนผู้เลี้ยงสุกรรายเล็กคิดเป็น 70% ของผู้เลี้ยงทั้งหมด จำนวนการเลี้ยงสุกรก็อยู่ที่ประมาณ 50-500 ตัว และ 30% เป็นผู้เลี้ยงขนาดกลางไปจนถึงขนาดใหญ่ หรือมีปริมาณการเลี้ยงสุกรอยู่ที่ 500 ตัวขึ้นไป โดยก็ต้องยอมรับว่าการฟื้นตัวของผู้เลี้ยงสุกรยังไม่ได้กลับมาเต็มที่มากนัก เนื่องจากว่ามีเรื่องของการจัดระบบความปลอดภัยป้องกันโรคในสุกร เพราะการลงทุนถือว่ามีค่าใช้จ่ายมากพอสมควร

ต้นทุนการเลี้ยงสุกรในประเทศไทยเมื่อเทียบกับประเทศเพื่อนบ้าน อาทิ สปป.ลาว เมียนมา เวียดนาม มาเลเซีย อินโดนีเซีย ต้นทุนการเลี้ยงใกล้เคียงกัน ยกเว้นในส่วนของฝั่งยุโรป ที่มีต้นทุนการเลี้ยงถูกกว่าไทยประมาณ 1.3% ของต้นทุนการเลี้ยงต่อ 1 ตัว ซึ่งจะอยู่ในกลุ่มอาหารสัตว์ สหรัฐอเมริกา ต้นทุนการเลี้ยงถูกกว่า 1.5-1.8%

“สุกร 1 ตัว มีต้นทุนการเลี้ยงสุกรของไทย 65% มาจากต้นทุนอาหารสัตว์ ซึ่งก็ถือว่ามีการขยับขึ้น 2-4% ถ้าเทียบจาก 5 ปีที่ผ่านมา ส่วน 35% มาจากค่าแรง ระบบการดูแลฟาร์ม เป็นต้น และ 10% มาจากเรื่องของค่าไฟหรือค่าพลังงาน เมื่อดูต้นทุนการเลี้ยงสุกร ส่วนใหญ่มาจากอาหารสัตว์เพราะว่าวัตถุดิบกลุ่มพืชไร่ที่นำมาผลิตเป็นอาหารสัตว์ ภายในประเทศไม่เพียงพอ ทำให้ไทยจำเป็นยังต้องมีการนำเข้าวัตถุดิบจากต่างประเทศ จึงมีผลทำให้ต้นทุนอาหารสัตว์หรือต้นทุนการเลี้ยงสุกรของไทยยังคงสูง หากเทียบในกลุ่มยุโรปและสหรัฐอเมริกา”

หมูไทยเลี้ยงสำหรับบริโภค

เมื่อดูเรื่องของระบบการค้า การทำตลาดสุกรของประเทศไทยจะพบว่า กว่า 95-98% ขายภายในประเทศ และระบบการค้านั้นก็จะแบ่งเป็นลักษณะผู้เลี้ยงรายย่อย ผู้เลี้ยงในต่างจังหวัด จะพึ่งพิงการค้าการขายเนื้อสุกรในพื้นที่ของผู้เลี้ยงเอง โดยไม่มีโรงชำแหละขนาดใหญ่ต้องอาศัยของหน่วยงานราชการ และนำจำหน่ายในกลุ่มของตลาดสด ตลาดนัด เป็นต้น ยกเว้นการค้าระดับจังหวัดที่มีโรงชำแหละขนาดใหญ่ ก็จะมีการจำหน่ายเนื้อสุกรเข้าสู่ระบบห้างโมเดิร์นเทรด หรือรายที่มีขนาดใหญ่มาก ก็จะมีการจำหน่ายเนื้อหมูเข้าช็อปหรือจำหน่ายภายใต้แบรนด์ของตัวเองเช่นกัน ซึ่งจะกระจายจำหน่ายสินค้าไปทั่วประเทศไทย

“กลไกการซื้อขายเนื้อหมูในระบบก็จะดูในเรื่องของพื้นที่ ขนาดของผู้เลี้ยง ซึ่งก็ขึ้นอยู่ตามกลไกของตลาดและความต้องการ ส่วนในเรื่องของการซื้อขาย ราคา ต้องยอมรับว่าอาจจะมีการติดตามดูแล เพราะเนื้อหมูถือว่าเป็นสินค้าควบคุมของกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ ส่วนการส่งออกก็มีบ้าง แต่ปริมาณไม่เยอะ ส่วนใหญ่เป็นการส่งออกเนื้อชำแหละ ไม่มีการส่งออกหมูเป็น”

แต่ทั้งนี้ เรื่องของกลไกราคาเนื้อหมู กว่าจะได้สุกรพร้อมชำแหละ จะต้องใช้ระยะเวลาเลี้ยงประมาณ 5-6 เดือน และสุกรที่พร้อมชำแหละจำเป็นจะต้องมีน้ำหนักประมาณ 100 กิโลกรัมต่อตัว และผู้เลี้ยงรายย่อยก็เลี้ยงสุกรจำนวนไม่มาก ซึ่งก็อาจจะต่างจากรายใหญ่ ส่วนระบบการเลี้ยงก็จะใกล้เคียงกัน คือ เลี้ยงเพื่อทำพันธุ์และขยายพันธุ์ จะใช้เวลาประมาณ 1-2 ปี ได้ลูกสุกรออกมา ซึ่งจะต่างจากการเลี้ยงสุกรเพื่อการชำแหละ ทั้งนี้ การเลี้ยงสุกรนั้นก็คาดหวังว่า เมื่อถึงเวลาจำหน่ายจะได้ราคาดี แต่ก็ต้องยอมรับว่าบางจังหวะราคาเนื้อหมูตก ก็มีผลกระทบต่อผู้เลี้ยงเช่นกัน

อย่างไรก็ดี เมื่อดูปริมาณผลผลิตและความต้องการสุกรภายในประเทศ ซึ่งส่วนใหญ่ซื้อขายในประเทศเป็นหลัก ปี 2568 คาดว่ามีปริมาณเนื้อหมูเพียงพอต่อความต้องการและอาจจะมีปริมาณคงเหลือ 1-2% ซึ่งอาจมีผลมาจากเรื่องของเศรษฐกิจ กำลังซื้อของผู้บริโภค

หวั่นนำเข้ากระทบสุขภาพคนกิน

การเปิดให้นำเข้าเนื้อหมูไม่ถึง 1% ของการบริโภคภายในประเทศที่ประมาณ 1 ล้านตันต่อปี หรือคาดว่าเปิดให้นำเข้าประมาณ 10,000 ตันต่อปี ต้องยอมรับว่า เกษตรกรผู้เลี้ยงสุกรในประเทศมีความกังวล เพราะมีโอกาสที่เกษตรกรผู้เลี้ยงสุกรไทยจะไม่สามารถแข่งขันได้ เพราะสู้เรื่องราคาและต้นทุนการเลี้ยงไม่ได้ และจำเป็นจะต้องมีการแก้ไขกฎระเบียบ กฎหมายที่เกี่ยวข้องหลายหน่วยงาน แต่เราไม่ได้ต้องการให้ทำอย่างนั้น เพราะเป็นเรื่องของสุขภาพผู้บริโภค

“ระเบียบกฎหมายของไทยยังคงให้ความสำคัญในเรื่องการใช้สารเร่งเนื้อแดง ดังนั้น การนำเข้าเนื้อหมูจากสหรัฐจึงมองว่าไม่น่าทำได้ เพราะสารดังกล่าวจะสะสมอยู่ในเครื่องในหมู”

อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมาไทยเคยมีการนำเข้าเนื้อหมูจากต่างประเทศ แต่ประเทศเหล่านั้นจะได้รับการรับรองมาตรฐานการเลี้ยงจากประเทศไทย เช่น การนำเข้าจากสเปน ซึ่งมีที่ได้รับการรับรองประมาณ 3-4 ราย และนำเข้าเฉพาะหนังหมู เพื่อนำมาทำแคบหมู และเครื่องในบางส่วนนำมาทำเป็นอาหารสัตว์เลี้ยง ส่วนการนำเข้าเนื้อหมูจะมาจากญี่ปุ่น เป็นเนื้อหมูคุโรโบตะ ซึ่งนำเข้าไม่เยอะ

ดังนั้น อยากให้รัฐบาลพิจารณาในภาพรวมของอุตสาหกรรมสุกรให้ชัดเจน เนื่องจากไทยยังมีกฎหมายควบคุมเกี่ยวกับสารเร่งเนื้อแดง อีกทั้งกฎหมายดังกล่าวมีการใช้มานานแล้ว ผู้เลี้ยงหมูในไทยก็มีจำนวนมาก อุตสาหกรรมนี้ส่วนใหญ่หมุนเวียนภายในประเทศเท่านั้น ตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ ไม่ได้ออกไปต่างประเทศมากนัก

ทั้งนี้ ทางสมาคมได้มีการให้ข้อมูลกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อใช้ประกอบการพิจารณาแล้ว หากเปิดให้นำเข้าจริง อาจทำให้อุตสาหกรรมเลี้ยงสุกรในประเทศมีโอกาสล่มสลาย เพราะมูลค่าการค้าในอุตสาหกรรมนี้มีถึง 2 แสนล้านบาทต่อปี จึงไม่เหมาะสมที่จะให้นำเข้าเนื้อหมูหรือเครื่องในที่มีสารเร่งเนื้อแดงเข้ามา

นอกจากนี้ จากภาวะเศรษฐกิจปีนี้ที่ชะลอตัว ทำให้กรมปศุสัตว์ ในนามของคณะกรรมการนโยบายสุกรและผลิตภัณฑ์ (Pig Board) ได้ให้ผู้เลี้ยงสุกรรายใหญ่ 12 ราย ลงนามบันทึกข้อตกลงร่วมกันในการหยุดขยายฟาร์มใหม่เป็นระยะเวลา 1 ปี เพราะเศรษฐกิจปัจจุบันเช่นนี้ หากมีการขยายจะทำให้ปริมาณซัพพลายเกินความต้องการภายในประเทศ จะส่งผลกระทบต่อผู้เลี้ยงสุกรรายเล็ก

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ผู้เลี้ยงหวั่นสู้ ‘หมูนำเข้า’ ไม่ได้ ชี้ไทยต้นทุน ‘อาหารสัตว์’ สูงกว่า

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...