โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

อลงกรณ์ ชี้ ส่งออกไทยพุ่ง 19% แค่ 'ภาพลวงตา' เหตุรายได้ปชช.ไม่เพิ่ม เสนอ 4 ข้อยกเครื่องศก.

MATICHON ONLINE

อัพเดต 29 ต.ค. 2568 เวลา 03.58 น. • เผยแพร่ 29 ต.ค. 2568 เวลา 03.58 น.

อลงกรณ์-เอฟเคไอไอ. วิเคราะห์ ‘ภาพลวงตา’ ส่งออกไทยพุ่ง 19% แต่รายได้ประชาชนไม่เพิ่ม จีดีพี.โตต่ำ1.5% พร้อมเสนอ4ยุทธศาสตร์ยกเครื่องเศรษฐกิจไทย

นายอลงกรณ์ พลบุตร ประธานสถาบัน FKII Thailand อดีตรัฐมนตรีและส.ส.6สมัยพรรคประชาธิปัตย์ออกมาเปิดเผยบทวิเคราะห์ที่น่าตกใจถึงภาวะเศรษฐกิจไทย โดยเตือนว่า ตัวเลขส่งออกเดือนกันยายน 2568 ที่พุ่งสูงถึง 19.0% ซึ่งเป็นอัตราสูงสุดในรอบ 42 เดือนนั้น เป็นเพียง “ภาพลวงตา”

“การเติบโตทางสถิติไม่สำคัญเท่ากับ การเติบโตทางเศรษฐกิจที่ประชาชนสัมผัสได้ ถึงเวลาที่ต้องทบทวนว่า เรากำลังสร้าง “เศรษฐกิจตัวเลข” หรือ “เศรษฐกิจชีวิตจริง” ของประชาชน”

การเติบโตของส่งออกเกือบทั้งหมด ถูกขับเคลื่อนโดยสินค้าที่มีมูลค่าเพิ่มต่ำต่อระบบเศรษฐกิจในประเทศโดยเฉพาะ 2 กลุ่มหลัก

1. ทองคำ: การส่งออกทองคำมีการขยายตัวสูงถึง 212.6% ซึ่งเป็นปัจจัยผลักดันตัวเลขรวม แต่ทองคำไม่ได้สร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจที่แท้จริงส่วนใหญ่ เป็นการนำเข้าเพื่อส่งออกหรือทางผ่านการส่งออก(re-export)

2.อิเล็กทรอนิกส์: แม้สินค้ากลุ่มนี้จะมีการส่งออกสูง เช่น คอมพิวเตอร์ 57%แต่โครงสร้างการผลิตยังคงเป็นการประกอบ(Assembly)ทำให้ต้องพึ่งพาการนำเข้าวัตถุดิบและชิ้นส่วนจากต่างประเทศ
หากวิเคราะห์ลึกลงไปจะพบว่าอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ของไทยเป็นฐานการผลิตเพื่อการส่งออกที่สำคัญที่สุดของประเทศ โดยคิดเป็นประมาณ 27% ของมูลค่าการส่งออกทั้งหมดซึ่งการส่งออกที่เติบโต 23% มีมูลค่าเพิ่มในประเทศประมาณ1ใน5ส่วน( 18-22%) เท่านั้น ส่วนกลุ่มทองคำที่ส่งออกพุ่ง 47% มีมูลค่าเพิ่มในประเทศเพียง 3-5% สำหรับทองคำแท่ง

“ความจริงคือ ถ้าตัดมูลค่าการส่งออกอิเล็กทรอนิกส์และทองคำออกไป อัตราการเติบโตของการส่งออกไทยในเดือน ก.ย. 2568 จะเหลือเพียง 4.9% เท่านั้น” นายอลงกรณ์ระบุ โดยอ้างอิงข้อมูลจากศูนย์วิจัยกสิกรไทย “ส่วนต่าง 14.1% คือตัวเลขที่บวมและไม่ได้กระจายผลประโยชน์ไปสู่คนส่วนใหญ่”

นายอลงกรณ์ ซึ่งเป็นอดีตที่ปรึกษารัฐมนตรีเกษตรฯและทำหน้าที่ ประธานคณะกรรมการบริหารและพัฒนาผลไม้แห่งชาติ (Fruit Board)ยังกล่าวต่อไปว่า ตัวเลขที่สะท้อนความเจ็บปวดของเศรษฐกิจฐานรากคือ ภาคเกษตร ซึ่งเป็นฐานรายได้ของประชากรส่วนใหญ่ทรุดหนักจากการส่งออกพืชเศรษฐกิจหลักเช่นมูลค่าส่งออกข้าว ลดลงถึง 31%และมูลค่าส่งออกผลไม้ ลดลงถึง 50%

สาเหตุหลักมาจากการแข่งขันที่รุนแรงในตลาดโลก โดยเฉพาะการกลับมาของอินเดียในตลาดข้าว และการแข่งขันที่สูงขึ้นในตลาดจีน ซึ่งส่งผลให้ราคาตกต่ำ และ กระทบรายได้เกษตรกรโดยตรง

ยิ่งกว่านั้นภาคครัวเรือนยังคงแบกรับภาระหนี้ครัวเรือนทำให้ประชาชนไม่มีกำลังซื้อฉุดรั้งการบริโภคภายในประเทศให้ซบเซา รวมทั้งอัตราดอกเบี้ย MRR เฉลี่ยที่สูงกว่า 6.9% เป็นภาระโดยตรงต่อทั้งครัวเรือนและ SMEs ที่ต้องกู้เงิน ทำให้ต้องนำรายได้ไปจ่ายดอกเบี้ยมากขึ้นแทนที่จะใช้จ่ายหรือลงทุน ส่งผลให้การบริโภคในประเทศ (Consumption) ที่เป็นองค์ประกอบใหญ่ของ GDP ยังคงอ่อนแอโดยธนาคารแห่งประเทศไทยรายงานสถานการณ์หนี้ครัวเรือนยังอยู่ในระดับสูงที่ 90.9% ของจีดีพี ในเดือนกันยายน 2568 ขณะที่สมาคมธนาคารไทยเผยวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมมีหนี้เสียสูงถึง 6.8% เทียบกับบริษัทขนาดใหญ่ที่มีหนี้เสียเพียง 2.1%

นายอลงกรณ์อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ทำหน้าที่รัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียนชี้ว่า ตัวเลขส่งออกกับการคาดการณ์การเติบโตของ GDP ที่โตต่ำเพียง 1.5% ในไตรมาสที่ 3ของปีนี้และปัญหาหนี้ครัวเรือนไม่ใช่ความขัดแย้งของตัวเลข แต่เป็น “อาการป่วย” ของเศรษฐกิจไทยและเป็นสัญญาณของวิกฤตเชิงโครงสร้างที่เรียกว่า “การเติบโตที่ขาดการเชื่อมโยงกับเศรษฐกิจภายในประเทศ” (Decoupled Growth)

ปัญหาที่เกิดขึ้นคือการเติบโตแบบ K-Shaped Recovery ที่บริษัทใหญ่เติบโตร่ำรวยแต่คนส่วนใหญ่ถูกทิ้งไว้ข้างหลัง การแก้ปัญหาวิกฤต “การเติบโตที่ไม่ทั่วถึง” นี้ รัฐบาลต้องเปลี่ยนยุทธศาสตร์จากการเน้น “ปริมาณ” ไปสู่ “คุณภาพ” และมุ่งเน้นการสร้าง DVA สูง ในทุกห่วงโซ่อุปทานจึงจำเป็นต้องปรับโครงสร้างเศรษฐกิจอย่างเร่งด่วน

1. ยกระดับผลิตภาพ(Productivity)ภาคเกษตร สู่สินค้ามูลค่าเพิ่มสูง
โดยสนับสนุนเทคโนโลยีเกษตร (Agri-Tech)เกษตรอัจฉริยะและปัญญาประดิษฐ์( Smart & AI Farming ) และเกษตรแปลงใหญ่(Big Farm)พัฒนาระบบประกันรายได้เกษตรกรจัดตั้งกองทุนเกษตรกรเพื่อการลงทุน การพัฒนาระบบโลจิสติกส์และเก็บรักษาผลผลิต การแปรรูปและพัฒนาผลิตภัณฑ์การสร้างแบรนด์สินค้าเกษตรรวมทั้งยกระดับการตลาดและช่องทางการจำหน่ายโดยสร้างเครือข่ายตลาดกลางสินค้าเกษตรออนไลน์และแพลตฟอร์มการค้าสินค้าเกษตรทั้งในและต่างประเทศ

2. เปลี่ยนโครงสร้างอุตสาหกรรม อุตสาหกรรมส่งออกหลักของเรายังคงเป็น การประกอบ (Assembly) ไม่ใช่ การสร้าง (Manufacturing) ที่แท้จริง เราเป็นเพียงจุดสุดท้ายในห่วงโซ่การผลิต (global value chain)แทนที่จะเป็นจุดเริ่มต้น รายได้จากการส่งออกกระจุกตัวในกลุ่มบริษัทข้ามชาติและบริษัทใหญ่ ขณะที่แรงงานไทยได้เพียงค่าจ้างขั้นต่ำ

เราต้องปรับเปลี่ยนจากการประกอบเป็นโรงงานประกอบ(OEM: Origianl Equipment Manufacturer) อัพเกรดเป็นODM (Original Design Manufactuere)มีดีไซน์สร้างมูลค่าเพิ่มและ OBM (Original Brand Manufacturer)สร้างแบรนด์ผลิตภัณฑ์ด้วยโมเดลเศรษฐกิจสร้างสรรค์(Creative Economy)บนฐานทรัพย์สินทางปัญญา(Intellectual Property)ที่รัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์สมัยนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะเป็นนายกรัฐมนตรีได้วางรากฐานไว้สู่การสร้างมูลค่าเพิ่มในประเทศ (DVA:Domestic Value Added)

3. เร่งแก้ปัญหาหนี้ครัวเรือน มาตรการแก้หนี้ต้องมาพร้อมกับการ เพิ่มทักษะและโอกาสในการสร้างรายได้ ให้กับลูกหนี้ฐานราก เพื่อให้สามารถออกจากวงจรหนี้และกลับมาเป็นพลังขับเคลื่อนการบริโภคภายในประเทศได้อย่างยั่งยืน

4.ยกเครื่องโมเดลการส่งออกแบบดั้งเดิมใน”ระบบผู้นำเข้า-ผู้ส่งออก“(Importer-Exporter model)สู่โมเดลใหม่คือแพลตฟอร์มการค้าดิจิตอลข้ามพรมแดนซึ่งจะเพิ่มการส่งออกสินค้าเอสเอ็มอี.(SME)และสินค้าเกษตรสินค้าชุมชนรวมทั้งการท่องเที่ยวได้แบบก้าวกระโดดสามารถกระจายรายได้ถึงเศรษฐกิจฐานรากในประเทศได้อย่างทั่วถึง(Inclusive distribution)

นายอลงกรณ์อดีตรองประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศและรองประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์ พรรคประชาธิปัตย์สรุปว่า ที่ผ่านมาการผลิตและส่งออกของประเทศไทยเป็นเพียง “จุดผ่าน” ของเศรษฐกิจการค้าระหว่างประเทศ ผลที่ตามมาคือรายได้จริงของประชาชนไม่เพิ่มขึ้นตามการเติบโตของการส่งออก

“ตราบใดที่การเติบโต 19% ยังคงเป็นกำไรที่กระจุกตัว ประเทศไทยก็จะยังคงติดกับดัก‘ส่งออกรุ่ง แต่ GDP ร่วง’ อย่างนี้ต่อไปถ้าไม่เร่งปฏิรูปโครงสร้างและระบบภาคเกษตร อุตสาหกรรมและพาณิชย์แบบครบวงจร นี่คือเหตุผลว่าทำไมตัวเลขการเติบโตของการส่งออกจึงไม่สะท้อนถึงความเป็นอยู่ที่ดีของประชาชนและเศรษฐกิจในประเทศอย่างแท้จริง”

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : อลงกรณ์ ชี้ ส่งออกไทยพุ่ง 19% แค่ ‘ภาพลวงตา’ เหตุรายได้ปชช.ไม่เพิ่ม เสนอ 4 ข้อยกเครื่องศก.

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...