คลังแจ้งความเอาผิด ทุจริต “คนละครึ่งพลัส” ตำรวจเตือน เข้าข่ายฉ้อโกง โทษหนัก
นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง เผย กระทรวงการคลัง ได้เข้าแจ้งความกับตำรวจเพื่อดำเนินการเอาผิดผู้กระทำทุจริตในโครงการคนละครึ่งพลัส ที่เปิดให้มีการจับจ่ายใช้เงินวันแรก 29 ต.ค.นี้
“การจับผู้ทุจริตโครงการคนละครึ่งพลัส ตั้งแต่เช้าของวันแรกที่เริ่มโครงการ เพราะคลังต้องการปราม ไม่ให้เกิดการทำทุจริตอีก ซึ่งต้องบอกว่าระบบของโครงการคนละครึ่ง ถูกพัฒนายกระดับขึ้นมาก สามารถตรวจจับได้ไวที่มีธุรกรรมที่ผิดปกติ ระบบจะฟ้องอย่างรวดเร็ว และทางเจ้าหน้าที่จะลงเข้าไปตรวจสอบก็พบว่ามีการทุจริตตามที่ระบบเตือน” นายลวรณ กล่าว
นายลวรณ กล่าวว่า ขอความร่วมมือร้านค้าและประชาชนที่เข้าโครงการคนละครึ่งพลัส อย่าทำการทุจริตเลย เพราะรัฐบาลอยากให้โครงการคนละครึ่งพลัส เป็นโครงการที่ดีเป็นประโยชน์ทั้งร้านค้าและประชาชน ไม่ต้องการใช้โครงการไปในทางที่ไม่ถูกต้อง
สำหรับโทษของผู้กระทำผิด ทั้งร้านค้าและประชาชนก็จะถูกตัดสิทธิ์จากการคนละครึ่งพลัส ทันที และความผิดนี้ก็จะติดตัวไปไม่สามารถเข้าโครงการความช่วยเหลือของรัฐบาลที่จะมีขึ้นในอนาคตได้ ซึ่งถือว่าได้ไม่คุ้มเสีย โดยที่ผ่านมาการลงทะเบียนของประชาชน ส่วนหนึ่งพบว่าไม่ผ่านเกณฑ์ก็เพราะเคยทำทุจริตในโครงการคนละครึ่ง หรือ โครงการอื่นของรัฐที่ทำมาก่อนหน้านี้
ด้าน พล.ต.ต.ศิริวัฒน์ ดีพอ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ มีความห่วงใยพี่น้องประชาชน ที่อาจกระทำความผิดโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ จากการนำสิทธิในโครงการ “คนละครึ่งพลัส” ไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ เนื่องด้วยใน วันที่ 29 ตุลาคม 2568 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2568 รัฐบาลภายใต้การนำของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้จัดให้มีโครงการ “คนละครึ่งพลัส” เพื่อเป็นการช่วยเหลือและบรรเทาภาระค่าครองชีพ ในสถานการณ์เศรษฐกิจที่มีแนวโน้มชะลอตัว ผ่านวงเงินค่าซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็น
โครงการคนละครึ่งในอดีตที่ผ่านมา (ระหว่างปี พ.ศ. 2563 ถึง 2564) ได้พบพฤติการณ์ของประชาชนและร้านค้าบางส่วน ใช้สิทธิอย่างไม่ถูกต้อง อาทิ นำสิทธิไปแลกเงินสด ,สมรู้ร่วมคิดในการใช้สิทธิโดยไม่มีการซื้อขายสินค้าจริง ถือเป็น “การแสดงข้อความอันเป็นเท็จ” และเข้าข่ายความผิดฐาน “ฉ้อโกง” ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ อาจถูกระงับสิทธิไม่ให้เข้าร่วมโครงการอื่นของรัฐ และยังต้องชดใช้คืนเงินให้รัฐอีกด้วย
สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จึงขอเตือนพี่น้องประชาชนที่ได้รับสิทธิคนละครึ่งพลัส ห้ามนำสิทธิดังกล่าวไปขายต่อให้กับบุคคลอื่น หรือใช้สิทธิโดยไม่มีการซื้อ-ขายสินค้าจริง เนื่องจากเข้าข่ายเป็นความผิดตามกฎหมาย หากประชาชนพบเห็นพฤติกรรมในลักษณะดังกล่าว สามารถแจ้งเบาะแสการทุจริตได้ที่ สายด่วน 191 หรือ สายด่วนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ 1599 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง