โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

ทนายความชื่อดัง พบพิรุธ ในการสอบสวนคดี การเสียชีวิตของอวี๋เหมิงหลง

News In Thailand

เผยแพร่ 03 ต.ค. 2568 เวลา 08.18 น. • ทีมข่าวสยามนิวส์
ทนายความชื่อดัง พบพิรุธ ในการสอบสวนคดี การเสียชีวิตของอวี๋เหมิงหลง

จากสื่อต่างประเทศ ได้รายงานว่า ทนายความชื่อดังพบ “พิรุธ” ในการสอบสวนคดีการเสียชีวิตของนักแสดง “อวี๋เหมิงหลง“ หลังจากผู้จัดการของนักแสดง อวี๋เหมิงหลง ยืนยันว่านักแสดงหนุ่มเสียชีวิตแล้วด้วยวัย 37 ปี นับแต่นั้นมาก็เริ่มมีข่าวลือเกี่ยวกับสาเหตุการเสียชีวิตของเขาแพร่สะพัดออกไปอย่างรวดเร็ว

ด้วยความโศกเศร้าอย่างสุดซึ้ง เราขอประกาศว่า เมิ่งหลงอันเป็นที่รักของเรา ได้ตกจากที่สูงและเสียชีวิตในวันที่ 11 กันยายน ตำรวจไม่พบสิ่งบ่งชี้ว่าเป็นคดีอาชญากรรม ขอให้เขาพักผ่อนอย่างสงบ และครอบครัวเขาเข้มแข็งต่อไป

ผู้ใช้อินเทอร์เน็ตบางรายได้เผยแพร่คลิปวิดีโอที่อ้างว่าเป็น “หลักฐาน” ว่าการตกลงมานั้นอาจไม่ใช่อุบัติเหตุ โดยมีคลิปหนึ่งที่ได้ยินเสียงกรีดร้องของเขา และอีกคลิปซึ่งภายหลังถูกลบไป ถูกกล่าวว่าเป็นช่วงเวลาก่อนที่เขาจะเสียชีวิต

เมื่อวันที่ 16 กันยายน แม่ของอวี๋ออกมาแถลงว่าลูกชายของเธอเสียชีวิตหลังจากดื่มแอลกอฮอล์ และขอให้สาธารณชนหยุดคาดเดาเกินจริง ขณะเดียวกันตำรวจในปักกิ่งได้ดำเนินการกับบุคคลที่เผยแพร่ข้อมูลเท็จ โดยจับกุมหญิง 3 คนเมื่อวันที่ 21 กันยายน ฐาน “แต่งเรื่อง” ขึ้นมา ”บุคคลบางรายได้สร้างและเผยแพร่ข้อมูลเท็จบนอินเทอร์เน็ตเพื่อเรียกร้องความสนใจและเพิ่มยอดเข้าชม ด้วยการตัดต่อวิดีโอปลอม ซึ่งเป็นการรบกวนความสงบเรียบร้อยของสังคมอย่างร้ายแรง ขณะนี้ตำรวจกำลังดำเนินการสอบสวนตามกฎหมาย”

ล่าสุด ทนายความชาวไต้หวัน ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นต่อคดีนี้ โดยเขาตั้งข้อสงสัยว่า เหตุใดทางการจีนจึงประกาศว่า “ไม่พบความผิดปกติ” ได้อย่างรวดเร็วภายในเวลาไม่ถึง 12 ชั่วโมงหลังการเสียชีวิต “มันเป็นไปไม่ได้เลยที่จะปิดคดีได้ในเวลาอันสั้นเช่นนั้น”

เขายังชี้ว่ามีความเป็นไปได้ของการกระทำผิดกฎหมายหลายจุด เช่น

* การควบคุมตัวโดยมิชอบ

* การปลอมแปลงหรือทำลายหลักฐาน

โดยเฉพาะในกรณี แฟลชไดรฟ์ (USB) ที่มีข่าวลือว่ามีข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับคดีของอวี๋ หากอุปกรณ์ดังกล่าวมีจริง และถูกเจ้าหน้าที่บีบบังคับให้ส่งมอบหรือถูกทำลาย ก็อาจเข้าข่ายการข่มขู่หรือทำลายหลักฐาน

”ถ้ามีการควบคุมตัวโดยมิชอบ ความรุนแรง และการทำลายหลักฐานเกิดขึ้นจริง เรื่องนี้ไม่ใช่แค่โศกนาฏกรรมของบุคคลหนึ่ง แต่เป็นบททดสอบของสังคม ว่าเราจะปกป้องผู้เปราะบาง หรือหลับตาทำเป็นไม่รู้ไม่เห็น”

เขายังเตือนว่า ความน่าเชื่อถือของการสอบสวนจะ “ถูกบั่นทอนอย่างรุนแรง” หากมีการเผาศพอวี๋ก่อนจะมีการชันสูตรอย่างครบถ้วน

นอกจากนี้ ทนายความยังเน้นว่า หากมีผู้กระทำผิดจริงและได้รับโทษตามกฎหมาย ไทม์ไลน์ของโทษจำคุกสามารถสูงมากถึง

* หากมีผู้กระทำผิด 6 คน: รวมโทษจำคุกรวมกันอาจสูงถึง 500 ปี

* หากมีผู้กระทำผิด 17 คน: รวมโทษอาจสูงถึง 1,500 ปี

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...