นายจ้างกังวล พ.ร.บ.แรงงาน ชั่วโมงทำงานเหลือ 40 ทุบต้นทุน 20%
วันนี้ (2 ต.ค.68) นายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) กล่าวว่า สืบเนื่องจากสภาผู้แทนราษฎร อยู่ระหว่างพิจารณา (ร่าง) พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ….
ซึ่ง กกร. ได้พิจารณาแล้วมีข้อกังวลต่อ ร่าง พรบ. ฉบับดังกล่าว เนื่องจากมีบางมาตราที่อาจส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจในภาพรวม และเพิ่มภาระต้นทุนในการจ้างงานให้กับนายจ้าง นอกจากนี้ ร่าง พรบ. ดังกล่าว ยังขาดการรับฟังความคิดเห็นจากภาคเอกชนอย่างเป็นระบบและรอบด้าน
ดังนั้น กกร. จึงขอให้มีการทบทวน ร่าง พรบ. คุ้มครองแรงงานฯ และขอให้ภาคเอกชนเข้าไปมีส่วนร่วมเป็นคณะกรรมาธิการในการพิจารณา (ร่าง) พ.ร.บ. ดังกล่าว เพื่อสะท้อนความเห็นและมุมมองต่อการปรับปรุงกฎหมาย เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมทั้งฝ่ายนายจ้างและฝ่ายลูกจ้าง รวมทั้ง ไม่ให้ส่งผลกระทบต่อความสามารถในการแข่งขันและภาพรวมเศรษฐกิจไทย
นายเกรียงไกรกล่าวว่า หากลดชั่วโมงการทำงานจาก 48 ชั่วโมงเหลือ 40 ชั่วโมง ส่งผลกระทบต่อธุรกิจประมาณ 20% หากธุรกิจที่มีการทำงาน 6 วันอยู่แล้ว หากเปลี่ยนกฎหมายใหม่จะทำให้การทำงานวันเสาร์ กลายเป็นทำงานรูปแบบโอที (OT) หากทำแบบ OT เต็มชั่วโมงจะทำให้ต้นทุนเพิ่มขึ้นถึง 30%
นอกจากนี้ จะส่งผลให้ขีดความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจหนักขึ้น แต่เข้าใจเจตนาในการผลักดันกฎหมายดังกล่าวว่ามีเจตนาดี แต่ยังขาดความบาลานซ์ เพราะวันนี้ประเทศไทยในเรื่องของขีดความสามารถที่ลดลง เนื่องจากต้นทุนทุกอย่างที่ธุรกิจต้องจ่ายทั้งในระบบและนอกระบบ
“เมื่อต้องการช่วยเหลือคนที่ใช้แรงงาน แต่แรงงานโดยทั่วไปก็ได้รับผลกระทบจากรายได้และรายจ่ายที่ไม่สมดุลกัน หรือผลกระทบต่อมาอาจจะทำให้การจ้างงานน้อยลงได้เช่นกัน”
ทั้งนี้ ยืนยันว่า พ.ร.บ. ฉบับเก่าสอดคล้องกับองค์การอนามัยโลก และมีความเป็นมาตรฐานสากลอยู่แล้ว แต่ พ.ร.บ.ฉบับใหม่ มีเนื้อหาขัดแย้งกับความเป็นจริง