โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

ตรัง รวบทันควันคนร้ายย่องยกเซฟบ้านประธานสภาอุตฯใต้ ยึดเงินสดคืน 7.5แสน อีกรายยังหลบหนี-เจ้าตัวตั้งรางวัล 1แสนผู้แจ้งเบาะแส

77kaoded

อัพเดต 02 ต.ค. 2568 เวลา 18.14 น. • เผยแพร่ 02 ต.ค. 2568 เวลา 11.14 น. • 77Kaoded

ตรัง รวบทันควันคนร้ายย่องยกเซฟบ้านประธานสภาอุตฯใต้ ยึดเงินสดคืน 7.5แสน อีกรายยังหนีไปพร้อมส่วนแบ่ง ตร.คาดตามรวบได้แน่ เผยลักมาแล้วหลายคดี เจ้าตัวตั้งรางวัล 1แสนผู้แจ้งเบาะแส

จากกรณี 2 คนร้ายเป็นชาย ย่องเข้าลักทรัพย์ภายในบ้านตันเฮงชวน เลขที่ 209 หมู่ 4 ต.นาเมืองเพชร อำเภอสิเกา จังหวัดตรัง ริมถนนตรัง-สิเกา ของนายอดิศร ตันเฮงชวน ประธานสภาอุตสาหกรรมภาคใต้ เมื่อช่วงเวลาประมาณ 03.07 น.ของคืนวันที่ 1 ตุลาคมที่ผ่านมา โดยพบว่ากล้องวงจรปิดสามารถจับภาพไว้ได้เห็นรูปพรรณได้อย่างชัดเจน คนแรกตัวเตี้ย ใช้เสื้อสีดำคลุมหัวปิดใบหน้า คนที่ 2 รูปร่างผอมสูง ไม่สวมเสื้อ แต่เอาเสื้อคลุมหัวและปิดบังใบหน้าเช่นกัน สวมรองเท้าแตะคีบ โดยขณะเกิดเหตุนายอดิศรเจ้าของบ้านไม่อยู่บ้านและติดภารกิจอยู่ที่กทม. โดยจากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ตำรวจ พบว่าคนร้ายได้ยกตู้เซฟ ซึ่งเก็บของมีค่าจำนวนมาก เช่น เงินสด 2.8 ล้านบาท , พระหลวงปู่ทวด รุ่น 2497 มูลค่ากว่า 1 ล้านบาท พระอื่นๆ สร้อยทอง แหวนพลอยล้อมเพชร นาฬิกาโรเล็กซ์ และนาฬิกาข้อมืออื่นๆ รวมทั้งหมดกว่า 10 รายการ มูลค่ารวมกว่า 10 ล้านบาท หลบหนีไป ตามที่นำเสนอข่าวไปแล้วนั้น

คืบหน้าล่าสุดวันนี้ เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรจังหวัดตรัง พร้อมด้วยชุดสืบสวนสภ.สิเกา ได้เร่งสืบสวนคลี่คลายคดี โดยได้ประโยชน์จากภาพกล้องวงจรปิดทั้งภายในบ้านที่เกิดเหตุ รวมถึงตามเส้นทางหลบหนี จนสามารถขอศาลอนุมัติหมายจับคนร้ายทั้ง 2 รายได้ คือนายศราวุธ(สงวนนามสกุล) หรือเอ อายุ 41 ปี และนายนุชพงศ์(สงวนนามสกุล) หรืออ้น อายุ 31 ปี โดยทั้งคู่เป็นชาว อ.คลองท่อม จ.กระบี่ พร้อมจัดกำลังเจ้าหน้าที่ติดตามจับกุมตามเส้นทางการหลบหนี กระทั่งวันเดียวกัน(2ต.ค.) เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรจังหวัดตรัง พร้อมด้วยชุดสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรจังหวัดกระบี่ สามารถติดตามจับกุมตัวนายอ้นได้ที่บ้านเช่าหลังหนึ่งในพื้นที่อ.คลองท่อม จ.กระบี่ พร้อมยึดทรัพย์สินที่ถูกขโมยได้บางส่วน ก่อนนำตัวมาสอบสวนยังกองบังคับการสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรจังหวัดตรัง

เบื้องต้นนายอ้นยอมรับสารภาพว่าได้ร่วมกับนายเอก่อเหตุจริง โดยระบุกับผู้สื่อข่าวว่า ได้นำเงินสดที่ได้จากตู้เซฟมาแบ่งกัน โดยในส่วนของนายอ้นได้รับแบ่งเงินสดมาราว 1 ล้านบาท ก่อนจะนำเงินไปซื้อมอร์เตอร์ไซค์ในราคา 55,000 บาท และโทรศัพท์มือถือในราคา 4 พันบาทเศษ อย่างไรก็ตามตนไม่รู้ว่าบ้านหลังดังกล่าวเป็นของนายอดิศร และเคยก่อเหตุลักทรัพย์ในลักษณะนี้มาแล้ว 1-2 ครั้ง และยอมรับว่าเสพยาเสพติด ส่วนทรัพย์สินอื่นๆที่เหลืออยู่กับนายเอ ซึ่งไม่ทราบว่าหลบหนีไปที่ใด เพราะหลังจากแบ่งเงินกันแล้วก็แยกย้าย ไม่ได้ติดต่อกันอีกเลย โดยตนกับนายเอเป็นลูกพี่ลูกน้องกัน ตนอยากขอโทษเจ้าทรัพย์ เพราะพลาดผิดไปแล้ว ไม่สามารถกลับไปแก้ไขอะไรได้แล้ว

ต่อมาเวลา 14.30 น. ที่สภ.เมืองตรัง พ.ต.อ.อภิชัย กรอบเพชร รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดตรัง พร้อมด้วย พ.ต.อ.รัฐกร ภักดีวานิช ผู้กำกับการสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดตรัง และพ.ต.อ.ธีรภัทร ปิยะถาวร ผกก.สภ.สิเกา ร่วมแถลงความคืบหน้าคดี โดยมีนายอดิศร ตันเฮงชวน ประธานสภาอุตสาหกรรมภาคใต้ ผู้เสียหายที่มาพร้อมบุตรสาวร่วมรับฟังด้วย

โดย พ.ต.อ.อภิชัย เปิดเผยว่า ภายหลังรับแจ้งเหตุซึ่งถือเป็นคดีใหญ่ในพื้นที่ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำงานติดตามคนร้ายอย่างต่อเนื่อง จากการสืบสวนพบว่าเป็นกลุ่มคนร้ายที่เคยก่อเหตุลักทรัพย์ลักษณะนี้มาแล้วหลายคดีในพื้นที่สภ.เมืองตรังและเคยมีหมายจับมาแล้วเมื่อช่วงเดือนส.ค.ที่ผ่านมา และอาจมีในพื้นที่อื่นอีกซึ่งอยู่ระหว่างการตรวจสอบ โดยในคืนเกิดเหตุของบ้านนายอดิศร คนร้ายยังเข้าลักทรัพย์ในพื้นที่ต.นาตาล่วง พื้นที่สภ.เมืองตรังอีกด้วยแต่ไม่ได้ทรัพย์ไป ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถติดตามจับกุมตัวคนร้ายได้ 1 รายในพื้นที่จ.กระบี่ ส่วนอีกรายยังคงหลบหนี แต่จากพยานหลักฐานคาดว่าน่าจะจับกุมตัวได้เร็วๆนี้ โดยสามารถตรวจยึดทรัพย์สินที่ถูกขโมยไปได้ประกอบด้วย 1.เงินสดจำนวน 750,000 บาท 2.รถจักรยานยนต์ฮอนด้าเวฟสีน้ำเงิน 1 คัน ซึ่งคนร้ายนำเงินที่ขโมยได้ไปซื้อมา และ3.โทรศัพท์มือถือยี่ห้อ VIVO จำนวน 1 เครื่อง โดยคนร้ายรับสารภาพว่านำเงินส่วนแบ่งมาซื้อ ส่วนทรัพย์สินรายการอื่นๆคนร้ายที่ยังหลบหนีได้แบ่งเอาไป และผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมยอมรับว่ามีประวัติเกี่ยวข้องกับยาเสพติด และพบมีคดียาเสพติดในพื้นที่จ.กระบี่ด้วย

ด้านนายอดิศร ตันเฮงชวน ประธานสภาอุตสาหกรรมภาคใต้ ผู้เสียหาย กล่าวว่า ตนเดินทางไปทำธุระที่กทม.ตั้งแต่วันที่ 28 กันยายนที่ผ่านมา เพิ่งกลับมาในวันนี้ และขอขอบคุณเจ้าหน้าที่ตำรวจ ผู้นำท้องที่ ฝ่ายปกครอง ที่สามารถติดตามจับกุมคนร้ายได้อย่างรวดเร็ว ทำให้ตนสบายใจและมีความมั่นใจในการทำงานของตำรวจ ซึ่งสะท้อนความเชื่อมั่นให้กับจังหวัดตรังในเรื่องการปกป้องทรัพย์สินของประชาชน หลังจากนี้ตนคงต้องเพิ่มความระมัดระวังมากขึ้นกว่าเดิม เพราะบ้านของตนเป็นบ้านเปิดที่ปกติแล้วมีคนเข้าออกอยู่ตลอด

นายอดิศรกล่าวว่า สำหรับทรัพย์สินในตู้เซฟที่ถูกขโมยไปนั้น ในส่วนของเงินสดมีทั้งเงินของมารดาตนที่ฝากไว้กับตนและเงินที่ตนถอนมาเมื่อช่วงเดือนกันยายนที่ผ่านมาเพื่อเตรียมใช้ในกิจการของบริษัท รวมทั้งทรัพย์สินอื่นๆ เช่น พระเครื่อง นาฬิกา แหวนพลอยล้อมเพชร ตนก็อยากได้คืนทั้งหมด แต่ถ้าไม่ได้ตนก็ต้องทำใจว่าอาจต้องเสียไปบ้าง เพราะชีวิตคนสำคัญกว่า ซึ่งโชคดีที่คนร้ายไม่ได้ทำร้ายคนในบ้าน เพราะในคืนเกิดเหตุ มีมารดาของตนอายุ 89 ปี และแม่บ้านนอนหลับอยู่ชั้นบนของบ้าน โชคดีที่คนร้ายไม่ได้เข้าไปในห้องนอนและไม่มีใครตื่นมาพบกับเหตุการณ์ แต่เชื่อว่าตำรวจจะติดตามจับกุมคนร้ายที่เหลือและทรัพย์สินกลับมาได้ ทั้งนี้ตนขอตั้งรางวัล 1 แสนบาท ให้กับผู้ที่แจ้งเบาะแสในการติดตามจับกุมคนร้ายที่เหลือและทรัพย์สินกลับคืนมา

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...