โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“กอช”จัดงานวันออม หนุนผู้ประกอบอาชีพอิสระมีเงินใช้หลังเกษียณ

ทันหุ้น

อัพเดต 31 ต.ค. 2568 เวลา 07.50 น. • เผยแพร่ 31 ต.ค. 2568 เวลา 07.50 น.

#ทันหุ้น กอช.มุ่งส่งเสริมการออมให้ผู้ประกอบอาชีพอิสระมีเงินใช้หลังเกษียณมอบรางวัลส่งเสริมการออมยอดเยี่ยม ประจำปี 2568 แก่หน่วยงานเครือข่าย เนื่องในวันออมแห่งชาติ

กองทุนการออมแห่งชาติ หรือ กอช. จัดงานมอบรางวัลส่งเสริมการออมยอดเยี่ยม กับ กอช. ประจำปี2568 เนื่องในวันออมแห่งชาติ โดยนายเบญจรงค์ สุวรรณคีรี ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการคลัง ให้เกียรติเป็นประธานมอบรางวัล เพื่อขอบคุณเครือข่ายความร่วมมือส่งเสริมการออม พร้อมเดินหน้าส่งเสริมให้ประชาชนแรงงานนอกระบบเข้าถึงการออมได้ครอบคลุมทุกพื้นที่ พร้อมบูรณาการทำงานร่วมกับภาคีเครือข่าย ภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชน ให้มีเงินบำนาญกับ กอช. ใช้ในยามเกษียณหลังอายุ60 ปี

นายเบญจรงค์ กล่าวว่า รัฐบาลให้ความสำคัญ การออม เพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม และสร้างโอกาสการเข้าถึงบริการของรัฐ ในการพัฒนาระบบการออมให้มีประสิทธิภาพ เพื่อเตรียมความพร้อมสู่สังคมสูงวัยอย่างมีคุณภาพ สอดคล้องกับนโยบายด้านเศรษฐกิจที่รัฐบาล ได้แถลงไว้ต่อรัฐสภา ภายใต้นโยบายเร่งด่วน “Quick Big Win” ด้วยแนวคิดกระตุ้นสั้น ได้ยาว กระจายตัวซึ่งท่านรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้นำนโยบายดังกล่าวมากำหนดเป็นแนวทางการขับเคลื่อนการดำเนินงาน 5 เสาหลัก และ 1 ฐานราก เพื่อเร่งรัดการกระตุ้นและฟื้นฟูเศรษฐกิจของประเทศอย่างเป็นรูปธรรม

นอกจากนี้ รัฐบาลยังให้ความสำคัญกับการออมเพื่อการเกษียณ ซึ่งเป็นไปตามแผนนโยบายยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ยุทธศาสตร์ที่ 4 ด้านการสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางสังคม รวมทั้งแผนปฎิรูปประเทศด้านสังคม ประเด็นปฎิรูปที่ 1 กำหนดการปฏิรูปการออม สวัสดิการสังคม และการลงทุนเพื่อสังคม โดยหนึ่งในกิจกรรมที่จะส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงต่อประชาชน คือ ระบบการออมเพื่อสร้างหลักประกันรายได้หลังวัยเกษียณที่เพียงพอและครอบคลุม ในกลุ่มแรงงานทั้งในและนอกระบบ ซึ่งตรงตามภารกิจหลักของ กองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.)

กอช. เป็นองค์กรหลักในการส่งเสริมและขับเคลื่อนการออมภาคสมัครใจสำหรับแรงงานนอกระบบทั่วประเทศ ครอบคลุมกลุ่มผู้ประกอบอาชีพเกษตรกรรม ค้าขาย และผู้ประกอบอาชีพอิสระ ตลอดจนนักเรียน นักศึกษา ที่กำลังก้าวเข้าสู่ตลาดแรงงาน เพื่อให้สามารถสร้างหลักประกันทางรายได้ในวัยเกษียณ ผ่านเงินออมของตนเอง ซึ่งการออมเงินกับ กอช. เริ่มต้นออมเพียง 50 บาทต่อครั้ง สูงสุดไม่เกิน30,000 บาทต่อปี จะได้รับเงินสมทบจากรัฐ ตามช่วงอายุในเดือนถัดไป สูงสุด 100% แต่ไม่เกิน 1,800 บาทต่อปี ยังมีผลตอบแทนจากการบริหารกองทุนอีกด้วย นับว่าเป็นแรงจูงใจสำคัญในการสร้างเสถียรภาพทางการเงินและยกระดับคุณภาพชีวิตของแรงงานนอกระบบ เมื่อเข้าสู่วัยสูงอายุได้เป็นอย่างดี

ขณะเดียวกัน กอช. ยังได้ริเริ่มโครงการสลากออมทรัพย์เพื่อการดำรงชีพในยามชราภาพหรือสลากกอช.” ซึ่งเป็นนวัตกรรมการออมรูปแบบใหม่ ที่นำเอาวิถีชีวิตของคนไทยมาสร้างแรงจูงใจให้เกิดการออมเงิน ผ่านสลาก กอช. ซื้อแล้วเงินไม่หาย กลายเป็นเงินออมทุกบาท เพื่อส่งเสริมให้คนไทยรู้จักเก็บออมและมีหลักประกันทางรายได้ในอนาคต มั่นใจว่า โครงการนี้จะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนลดภาระด้านสวัสดิการสังคม และการคลังของภาครัฐได้อย่างมีประสิทธิภาพดร.เบญจรงค์กล่าว

นางสาวจารุลักษณ์ เรืองสุวรรณ เลขาธิการกอช.กล่าวว่า คณะรัฐมนตรี มีมติเมื่อวันที่ 20 ตุลาคม 2541 กำหนดให้วันที่ 31 ตุลาคมของทุกปี เป็นวันออมแห่งชาติเพื่อส่งเสริมให้ประชาชนคนไทยมีวินัยรักการออม การวางแผนทางการเงิน รวมทั้งเพื่อให้ประชาชนตระหนักถึงความสำคัญและประโยชน์ของการออมเงิน และปัจจุบัน ประเทศไทยก้าวเข้าสู่สังคมสูงอายุอย่างสมบูรณ์ และ ในปี 2574 จะเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุระดับสุดยอด เพื่อการเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุที่เข้มแข็ง โดยเริ่มวางแผนการเงินให้ตนเอง ด้วยการบริหารจัดการเงินให้งอกเงยและมั่นคง เริ่มการออมที่มีวินัยจะทำให้ถึงเป้าหมายในอนาคตได้ องค์ประกอบที่สำคัญของการออมเพื่อความมั่นคง โดยต้องมีระยะเวลาที่ยาวพอ จำนวนเงินออม และผลประโยชน์ตอบแทนจากการออม กอช. จึงเป็นทางเลือกการออมยืดหยุ่นที่เหมาะสำหรับคนไทยที่ไม่มีสวัสดิการบำนาญ เช่น ผู้ประกอบอาชีพอิสระ พ่อค้าแม่ค้า แรงงานนอกระบบ นักเรียน นักศึกษาที่มีอายุระหว่าง 15 – 60 ปี เริ่มออมได้ตั้งแต่ 50 บาท สูงสุด 30,000 บาทต่อปี พร้อมรับเงินสมทบจากรัฐสูงสุดถึง 100% ตามช่วงอายุ ดังนี้

อายุ 15 – 30 ปี รัฐสมทบให้ 50% ของเงินออม แต่ไม่เกิน 1,800 บาทต่อปี

อายุ >30 – 50 ปี รัฐสมทบให้ 80% ของเงินออม แต่ไม่เกิน 1,800 บาทต่อปี

อายุ >50 – 60 ปี รัฐสมทบให้ 100% ของเงินออม แต่ไม่เกิน 1,800 บาทต่อปี

นอกจากนี้ สมาชิกได้รับผลประโยชน์ตอบแทนของเงินออมสะสม เงินสมทบที่นำไปลงทุน ทั้งนี้ รัฐบาลค้ำประกันผลตอบแทนจากการลงทุนสำหรับสมาชิกที่ออมกับ กอช. ถึงอายุ 60 ปีบริบูรณ์ และเงินออมสะสมของสมาชิกสามารถนำไปลดหย่อนภาษีเงินได้ประจำปี

ในปัจจุบัน กอช. มีจำนวนสมาชิกกว่า 2,817,745 คน (ข้อมูล วันที่ 30 กันยายน 2568) โดยสมาชิกส่วนใหญ่ ร้อยละ 43.27 เป็นผู้ประกอบอาชีพเกษตรกร รองลงมาเป็นผู้ประกอบอาชีพอิสระ ร้อยละ28.94 และนักเรียน นักศึกษา ร้อยละ 10.61 ตามลำดับ

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...