โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

จุดต่ำสุดใกล้ผ่านไปแล้ว หุ้นไทยกำลังจะฟื้น คาดสิ้นปีมีลุ้นแตะ 1,280 จุด

TODAY

อัพเดต 26 ส.ค. 2568 เวลา 17.11 น. • เผยแพร่ 26 ส.ค. 2568 เวลา 10.11 น. • workpointTODAY

ตลาดหุ้นไทยในปี 2568 ยังเต็มไปด้วยความผันผวนจากทั้งปัจจัยในประเทศและต่างประเทศ แต่หลักทรัพย์บัวหลวงเชื่อว่า ‘ครึ่งปีหลัง’ โดยเฉพาะไตรมาส 3 จะเป็นช่วงที่เศรษฐกิจไทยแตะระดับต่ำสุด ก่อนจะเริ่มเห็นสัญญาณฟื้นตัวในไตรมาส 4 ซึ่งจะช่วยหนุนดัชนี SET Index ขยับเข้าใกล้เป้าหมาย 1,280 จุด ภายในสิ้นปีนี้

[ 7 เดือนแรก หุ้นไทยติดลบกว่า 10% ]

‘ชัยพร น้อมพิทักษ์เจริญ’ กรรมการผู้จัดการ กิจการค้าหลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง จำกัด (มหาชน)เปิดเผยว่า ตั้งแต่เดือนมกราคมถึงกรกฎาคมที่ผ่านมา หุ้นไทยให้ผลตอบแทนติดลบถึง 10.06% โดยมีปัจจัยกดดันหลายด้าน เช่น

  • มาตรการภาษีนำเข้าสหรัฐฯ
  • ความไม่แน่นอนทางการเมืองในประเทศ
  • หนี้ครัวเรือนที่ยังอยู่ในระดับสูง
  • เศรษฐกิจโลกชะลอตัว
  • มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจไทยที่ยังเดินหน้าไม่ได้เต็มที่เพราะการเมืองไร้เสถียรภาพ

ด้วยเหตุนี้ นักวิเคราะห์จึงทยอยปรับลดประมาณการเศรษฐกิจและกำไรบริษัทจดทะเบียน โดยฝ่ายวิจัยบัวหลวงได้ปรับ กำไรต่อหุ้น (EPS) ปี 2568 จาก 92 บาท เหลือ 82 บาทต่อหุ้น

[ ไตรมาส 3 จุดต่ำสุด ก่อนฟื้นในไตรมาส 4 ]

บัวหลวง ประเมินว่าเศรษฐกิจไทยจะอ่อนแรงที่สุดในไตรมาส 3/2568 ก่อนเริ่มฟื้นตัวในช่วงปลายปี หากการเมืองไม่รุนแรงเกินไป และมาตรการภาษีนำเข้าสหรัฐฯ ไม่กระทบมากนัก ซึ่งมีความเป็นไปได้สูงเพราะอัตราภาษีของไทยใกล้เคียงกับเพื่อนบ้านในอาเซียน

เมื่อรวมเงื่อนไขเหล่านี้ จึงคาดว่าหุ้นไทยมีโอกาสค่อย ๆ ฟื้นตัวไปสู่ระดับ 1,280 จุด ภายในสิ้นปี โดยอิงสมมติฐานการเติบโตของกำไรบริษัทจดทะเบียนที่ 6.6% และค่า P/E เฉลี่ย 15.7 เท่า

โดนกลยุทธ์หลักคือ “รอจังหวะสะสมหุ้น” ในช่วงที่ตลาดอ่อนตัว โดยบัวหลวงชี้ว่ากลุ่ม Global Play จะเป็นผู้นำตลาดรอบนี้ ได้แก่

  • ปิโตรเคมี
  • อิเล็กทรอนิกส์
  • ผู้ผลิตอาหารสัตว์

ขณะที่หุ้น Domestic Play ที่พึ่งพาอุปสงค์ในประเทศยังถูกกดดัน เช่น อสังหาริมทรัพย์ ก่อสร้าง ไฟแนนซ์เช่าซื้อ สินเชื่อบุคคล และสื่อ ส่วนกลุ่มที่กระทบไม่มาก ได้แก่ ธนาคาร ร้านสะดวกซื้อ โรงพยาบาล และท่องเที่ยว

[ ผลกระทบจากภาษีนำเข้าสหรัฐฯ ]

ในส่วนของมาตรการภาษีสหรัฐฯ ที่ประเทศไทยถูกเรียกเก็บที่ 19% คาดว่าจะสร้างผลกระทบทั้งเชิงบวกและลบต่อหุ้นไทย แบ่งออกเป็นกลุ่มๆ ดังนี้

กลุ่มที่ได้ประโยชน์ : กลุ่มผู้ผลิตอาหารสัตว์ (BTG, TFG, GFPT, CPF) ที่มีต้นทุนวัตถุดิบนำเข้าลดลง คาดกำไรเฉลี่ยเพิ่มขึ้น 13.7% โดย BTG เด่นที่สุด กำไรโต 16.49%

กลุ่มเสี่ยงได้รับกระทบ: กลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ โดยเฉพาะ DELTA ที่พึ่งพาตลาดสหรัฐฯ 20–30% แต่ยังมีแรงหนุนจากธุรกิจ Data Center, Cloud และ Ai

กลุ่มที่อาจได้รับกระทบปานกลาง : ผู้ส่งออกอาหาร เช่น TU และ ITC ที่มีรายได้จากสหรัฐฯ สูง แต่ยังมีช่องทางบรรเทาผลกระทบผ่านการเจรจากับคู่ค้า

[ กลยุทธ์จัดพอร์ต ]

ฝ่ายวิจัยหลักทรัพย์บัวหลวงแนะนำให้จัดพอร์ตแบบเน้นความเสถียร โดยเพิ่มสัดส่วน ตราสารหนี้ สูงถึง 56% (ปกติไม่เกิน 20%) เพื่อรองรับการลดดอกเบี้ยและลดความผันผวน ขณะที่หุ้นให้น้ำหนัก 48% และทองคำ 6%

สำหรับหุ้น บัวหลวง เสนอให้กระจายลงทุนไปต่างประเทศด้วย ได้แก่ หุ้นสหรัฐฯ 11% ญี่ปุ่น 4% จีน (เน้นเทคโนโลยี) 7% เวียดนาม 7% อินเดีย 4% และไทย 5%

แม้ตลาดหุ้นไทยครึ่งหลังปี 2568 ยังเผชิญความผันผวนจากปัจจัยรอบด้าน แต่หลักทรัพย์บัวหลวงมองว่า ‘จุดต่ำสุด’ กำลังผ่านไปแล้ว โดยกลยุทธ์สำคัญในปีนี้ คือ ‘เล่นเกมยาว’ เน้นความเสถียร และเก็บโอกาสจากการฟื้นตัวในรอบใหม่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...