“KTAM” คัด 5 “Passive Fund” คุณภาพ... ลงทุนง่ายๆ โอกาสรับ “ผลตอบแทน” ตามตลาดสำคัญโลก !!!
โดย: บลจ.กรุงไทย
รู้หรือไม่?…หนึ่งในกลยุทธ์การลงทุนที่ได้รับความนิยมในโลกก็คือ “กองทุนดัชนี” (Passive Fund) นั่นเอง แม้แต่เซียนหุ้นที่เป็นตำนานของโลกอย่าง “วอร์เรน บัฟเฟตต์” (Warren Buffett) ก็ยังแนะนำให้เลือกลงทุนใน “กองทุนดัชนี S&P500” ในระยะยาวแทนการเลือกหุ้นรายตัว เพราะคุณไม่จำเป็นต้องเอาชนะตลาดก็สามารถมีโอกาสสร้างผลตอบแทนที่ดีได้เช่นกัน (เอาแค่ผลตอบแทนเท่าตลาด หรือค่า Beta เท่านั้นก็พอ)
คำกล่าวนี้ ดูจะไม่เกินจริงเลย เพราะการได้ “ผลตอบแทนเท่าตลาด” (Beta) นั้น แม้จะไม่ได้ดีที่สุด แต่ก็จะไม่แย่ที่สุดเช่นเดียวกัน ช่วยลดความเสี่ยงในการ “เลือกกองทุนผิด” ออกไปได้
ที่สำคัญ ยัง “ติดตามผลงาน” ของกองทุนได้ง่ายๆ เพียงติดตามความเคลื่อนไหวของดัชนีที่ “Passive Fund” นั้นๆ อ้างอิงนั่นเอง นี่เป็นหนึ่งในเหตุผลที่กลยุทธ์นี้เข้าไปลงทุนในสินทรัพย์ต่างๆ ในรูปแบบของ “ETF: Exchange Trade Fund” ทั้งไปลงทุนในหุ้น, ตราสารหนี้, สินค้าโภคภัณฑ์ เป็นต้น ที่มีให้ลงทุนในโลก เป็นกองทุนที่ได้รับความนิยมและมีสภาพคล่องสูง
เป็นหนึ่งในกองทุนที่สามารถนำมาใช้เติมเต็มพอร์ตเพื่อ “จัดสรรเงินลงทุน” (Asset Allocation) เพื่อตอบโจทย์เป้าหมายการเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพให้กับพอร์ตการลงทุนของคุณเลยทีเดียว
“Passive Fund” ลงทุนง่ายๆ ตามตะกร้าดัชนี…ช่วยเซฟค่าใช้จ่ายด้วย “ค่าธรรมเนียมที่ต่ำกว่า” Active Fund
แล้ว “กองทุนที่บริหารเชิงรับ” (Passive Fund) คืออะไร?
“Passive Fund” คือ กองทุนที่มีกลยุทธ์การลงทุนที่เน้นการสร้างผลตอบแทนให้ใกล้เคียงกับดัชนีอ้างอิงมากที่สุดโดยจะเน้นลงทุนในหุ้นที่อยู่ในดัชนีอ้างอิง เช่น S&P 500 หรือ NASDAQ เป็นต้น
เรียกว่าเป็นการลงทุนใน “ตะกร้าหุ้น” ของดัชนีอ้างอิงนั้นๆ!!!
หนึ่งใน “ข้อดี” ของการลงทุนใน “Passive Fund” คือ ค่าธรรมเนียมที่ค่อนข้างต่ำกว่า “กองทุนที่บริหารเชิงรุก” (Active Fund) นั่นเอง เหตุผลนั้น ตรงไปตรงมา เพราะไม่จำเป็นต้องใช้ฝีไม้ลายมือของ “ผู้จัดการกองทุน” ในการสร้างผลตอบแทนเหนือตลาด (Alpha) เพียงลงทุนให้ได้ผลตอบแทนใกล้เคียงกับ “ผลตอบแทนตลาด” (Beta) เท่านั้น จึงมักมีค่าธรรมเนียมที่ค่อนข้างต่ำกว่ากองทุนรวมประเภท Active Fund ซึ่งช่วยให้ผู้ลงทุนลดค่าใช้จ่ายในระยะยาวและมีโอกาสได้รับผลตอบแทนที่ดีขึ้น
นอกจากนี้ การลงทุนใน “Passive Fund” ยังช่วย “กระจายความเสี่ยง” จากการกระจายลงทุนในหุ้นหลายๆ ตัว เพราะเป็นการลงทุนในตะกร้าหุ้นทั้งดัชนีครบจบในกองทุนเดียว นั่นจึงทำให้การลงทุนของคุณมี ‘ความเสี่ยงที่ต่ำลง’ เมื่อเทียบกับการลงทุนในหุ้นรายตัว ในขณะเดียวกันก็ยังสามารถมีโอกาสได้รับผลตอบแทนที่ใกล้เคียงกับตลาดโดยรวม
ลองหลับตาจินตนาการดูว่าถ้าคุณจะลงทุนในหุ้นสหรัฐที่อยู่ในดัชนี S&P500 ให้ครบทุกตัว จะต้องใช้เงินสักเท่าไร? แต่ด้วยกลไกของ “Passive Fund” ของ “บลจ.กรุงไทย” ด้วยเงินลงทุนเริ่มต้นเพียง “1 บาท” คุณก็สามารถเข้าถึงการลงทุนในหุ้นดัชนี S&P500 ได้แล้ว
และสิ่งที่ทำให้ ‘Passive Fund’ น่าสนใจอีกอย่างก็คือ กองทุนประเภทนี้เหมาะสำหรับนักลงทุนที่ไม่สามารถติดตามการลงทุนทุกวัน เพราะกองทุนเหล่านี้จะติดตามดัชนีอ้างอิงที่มีโอกาสเติบโตในระยะยาว เมื่อเวลาผ่านไป คุณจะมีโอกาสเห็นผลตอบแทนที่เติบโตตามตลาดโดยไม่ต้องกังวลเรื่องการปรับพอร์ตหรือการเลือกหุ้นด้วยตัวเองแต่ประการใด”
คำเตือน “ผู้ลงทุนต้องทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน”
“KTAM” คัด 5 “Passive Fund” คุณภาพ…ลงทุนง่ายๆ รับ “ผลตอบแทน” ตามตลาดสำคัญโลก
สำหรับ “Passive Fund” จึงเหมาะกับนักลงทุนที่ต้องการความสะดวกสบาย อยากลงทุนระยะยาวและมั่นคง โดยไม่ต้องใช้เวลามากในการศึกษาตลาดหรือวิธีการลงทุน
ซึ่งทาง “บลจ.กรุงไทย” มี 5 กองทุนประเภท “Passive Fund” ในตลาดสำคัญของโลกทั้งหุ้นทั่วโลก, หุ้นยุโรป และหุ้นสหรัฐ มาแนะนำกัน
ล่าสุดทาง “กองทุนการเงินระหว่างประเทศ” (IMF) คาดการณ์ว่า “เศรษฐกิจโลก” ในปีนี้และปีหน้ายังเติบโตได้ 3.3%เท่ากัน ในขณะที่ “เศรษฐกิจสหรัฐ” ชะลอตัวลงเหลือ 2.7% ในปีนี้และ 2.1% ในปีหน้า เรียกว่ายังเติบโตแต่ในอัตราที่ชะลอตัวลง ส่วน “เศรษฐกิจยุโรป” มีแนวโน้มฟื้นตัวโดยคาดว่าจะโต 1.0% ในปีนี้ และ 1.4% ในปีหน้าตามลำดับ (ที่มา: World Economic Outlook, January 2025) ซึ่งแม้ตัวเลขการเติบโตอาจจะดูไม่มาก แต่ต้องไม่ลืมว่าทั้ง 3 ภูมิภาคนี้ มีขนาดเศรษฐกิจที่ใหญ่มากและยังเป็นโอกาสการลงทุนที่ “ไม่อาจละเลย” อยู่นั่นเอง
โดยทั้ง 5 “Passive Fund” คุณภาพที่จะมาแนะนำในครั้งนี้ ประกอบด้วย
1.กองทุนเปิดเคแทม World Quality Factor Equity Passive (KT-WQUALITY) (ความเสี่ยงระดับ 6) เน้นลงทุนในบริษัทขนาดกลางและขนาดใหญ่ในกลุ่มประเทศพัฒนาแล้ว (DM) เป็นหลัก เพื่อให้ผลตอบแทนใกล้เคียงกับดัชนี MSCI World Sector Neutral Quality Index
2.กองทุนเปิดเคแทม EURO 50 (KT-EURO50) (ความเสี่ยงระดับ 6) เน้นการลงทุนในบริษัท Blue-chip ขนาดใหญ่ในกลุ่มประเทศยูโรโซน จำนวน 50 บริษัทที่เป็นส่วนประกอบของดัชนี EURO STOXX 50
3.กองทุนเปิดเคแทม US 500 (KT-US500) (ความเสี่ยงระดับ 6) เน้นการลงทุนในบริษัทขนาดใหญ่ของสหรัฐฯ จำนวน 500 บริษัทที่เป็นองค์ประกอบของดัชนี S&P500
4.กองทุนเปิดเคแทม NASDAQ 100 (KT-NASDAQ) (ความเสี่ยงระดับ 6) เน้นการลงทุนในบริษัทที่มีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดมากที่สุด 100 บริษัท ในตลาดหุ้น NASDAQ ของสหรัฐฯ (ไม่รวมหุ้นกลุ่มสถาบันการเงิน)
5.กองทุนเปิดเคแทม US Small Cap Equity Passive (KT-USSM) (ความเสี่ยงระดับ 6) เน้นกระจายการลงทุนในบริษัทขนาดเล็กของสหรัฐฯ ที่เป็นองค์ประกอบของดัชนี CRSP US Small Cap Index ในสัดส่วนที่ใกล้เคียงกับน้ำหนักของหุ้นดังกล่าวในดัชนีอ้างอิง
สำหรับนักลงทุนท่านใดที่กำลังมองหาโอกาสลงทุนใน “ตลาดหุ้นสำคัญ” ของโลก เพื่อโอกาสรับผลตอบแทนตามตลาด ลงทุนแบบง่ายๆ สไตล์ “Passive Fund” นั้น ทาง “บลจ.กรุงไทย” ได้คัด 5 “Passive Fund” คุณภาพมาเป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์ โดยจะทำการเปิดเสนอขายครั้งแรก (IPO) ในวันที่ 2 – 9 เม.ย. 2025 นี้ สามารถติดต่อเพื่อขอข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ บลจ.กรุงไทย ธนาคารกรุงไทย และผู้สนับสนุนการขายและรับซื้อคืน ที่สำคัญใช้เงินลงทุนเริ่มต้นเพียง “1 บาท” เท่านั้น
คำเตือน กองทุนมีความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน ทั้งนี้ กองทุนมีนโยบายป้องกันความเสี่ยงโดยดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน ในกรณีที่กองทุนไม่ได้มีนโยบายป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนทั้งจำนวน ผู้ลงทุนอาจจะขาดทุนหรือจะได้รับกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน หรือได้รับเงินคืนต่ำกว่าเงินลงทุนเริ่มแรกได้ / ผู้ลงทุนต้องทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน
สนใจติดต่อขอรับหนังสือชี้ชวนที่บลจ.กรุงไทยwww.ktam.co.th หรือโทร 0-2686-6100 กด 9