สะเทือนใจ แดนนี่ ลูเซียนโน่ ถูกพ่อแม่ทิ้ง! ตั้งแต่ลืมตาดูโลก โตมากับคนข้างบ้าน
แดนนี่ ลูเซียนโน่ ย้อนเล่าชีวิตจริงยิ่งกว่าละคร โดนพ่อแม่ แท้ๆ ทิ้งตั้งแต่ 7 วัน ต้องโตมากับคนข้างบ้าน สะเทือนใจ พ่อปฏิเสธไม่ใช่ลูก
นักแสดงหนุ่มแดนนี่ ลูเซียนโน่ วันนี้จะมาเล่าชีวิตจริงยิ่งกว่าละคร โดนพ่อแม่แท้ๆ ทิ้งไปตั้งแต่ลืมตาดูโลกได้เพียง 7 วันต้องโตมากับคนข้างบ้าน และพอโตขึ้นมาได้ออกตามหาพ่อชาวสวิส แต่พอไปถึงถูกปฏิเสธว่าไม่ใช่ลูก อีกทั้งยังเล่าเรื่องราวขนหัวลุกขณะไปพักในรีสอร์ทแห่งหนึ่งที่ต่างจังหวัด เจอผีหลอกตัวเป็นๆผ่านทางรายการ คุยแซ่บshow ทางช่องOne31 ที่มี ธัญญ่า ธัญญาเรศ, เป็กกี้ ศรีธัญญา และอาจารย์เป็นหนึ่ง เป็นพิธีกรดำเนินรายการ
ทราบข้อมูลมาว่า ตั้งแต่แดนนี่เด็ก คุณพ่อ คุณแม่ ไม่ได้เลี้ยง?
แดนนี่ : “อันนี่คุณแม่ที่เลี้ยงมาเล่าให้ฟังนะครับ ตั้งแต่ผมเกิดมา แม่แท้ๆ เอาไปฝากเลี้ยงตั้งแต่ช่วงผมเกิดได้ 7 วัน เขาก็เลี้ยงผมมาตั้งแต่ตอนนั้น”
โตมากับครอบครัวที่รับเลี้ยง?
แดนนี่ : “ใช่ครับ”
โตมารู้เลยไหมว่าเราไม่ใช่ลูกแท้ๆของคุณพ่อ คุณแม่?
แดนนี่ : “ตอนแรกผมก็ยังไม่ทราบ จนเรารู้ความ เราค่อยๆถามคุณแม่ที่เลี้ยงเรามา เราก็ค่อยๆ ได้รู้ความจริงว่าเราไม่ใช่ลูกเขา เพราะตอนเด็กผมเคยตั้งคำถามกับตัวเอง ทำไมหน้าเราถึงเป็นฝรั่ง”
พอได้รับคำตอบว่าเราไม่ใช่ลูกแท้ๆ รู้สึกยังไง?
แดนนี่ : “ไม่ได้รู้สึกอะไรครอบครัวที่เลี้ยงเรามาเขาให้ความอบอุ่น ถึงแม้ไม่ได้มีเงินเยอะ หรือฐานะที่ร่ำรวย แต่เขาให้ความอบอุ่นในการเลี้ยงดูเรา ผมก็เลยไม่ได้รู้สึกขาด”
ตอนที่เราถามอายุเท่าไหร่?
แดนนี่ : “ประมาณ 4-5 ขวบ”
ในครอบครัวที่เลี้ยงเรามามีพี่น้องไหม?
แดนนี่ : “จะมีพี่สาวและน้องชายคนละพ่อกัน”
เห็นว่าตอนเด็กเรามีโอกาสได้เจอคุณแม่แล้ว?
แดนนี่ : “ใช่ครับ ตอนเด็กเหมือนเขามาเยี่ยมที่บ้าน ผมเองก็ไม่ได้รู้สึกอะไรมาก เพราะเราไม่ได้มีความผูกพันกัน”
ตอนนั้นรู้ไหมเป็นคุณแม่แท้ๆ ของเรา?
แดนนี่ : “เริ่มรู้แล้วครับ เราก็ไม่ได้ตื่นเต้นอะไรมากครับ”
เท่าที่เราเห็น เราหน้าเหมือนคุณแม่ไหม?
แดนนี่ : “เหมือนครับ”
แล้วปฏิกิริยาตอนที่คุณแม่เจอเหมือนในหนังไหม?
แดนนี่ : “เราไม่ได้คุยกันเลยครับ ผมเลยเห็นเขาเหมือนคนที่เพิ่งมาเจอกัน มีกอดกันนะครับ แต่เราจะรู้สึกกับคนที่เลี้ยงเรามามากกว่า”
มีความโกรธหรือน้อยใจบ้างไหมที่ทิ้งเราไปใน 7 วัน?
แดนนี่ : “ผมเคยตั้งคำถามอยู่ แต่ก็ไม่รู้สึกว่าโกรธหรือเกลียดอะไรกับแม่เลย ผมเชื่อว่าแม่มีทางเลือกหรือการตัดสินใจของเขา ผมก็ไม่รู้ว่าเขามีปัญหาอะไรกันกับพ่อที่ไม่ได้อยู่ด้วยกัน”
เคยคิดอยากจะถามคุณแม่ไหมว่าเกิดอะไรขึ้น?
แดนนี่ : “อยากครับ ระยะเวลาที่ผมโตมาผมก็พยามหาคำตอบอยู่ในหลายๆ เรื่องเหมือนกัน”
ตอนนี้แดนนี่อายุเท่าไหร่?
แดนนี่ : “25 ครับ”
เจอคุณแม่แล้วเคยไปตามหาคุณพ่อไหม?
แดนนี่ : “เคยพยายามค้นหาชื่อในเฟซบุ๊ก มีซองจดหมายที่พ่อเคยส่งพัสดุมา ผมเลยเอาชื่อตรงนั้นลองไปเสิร์ชดูตามกูเกิ้ล ตามเฟซบุ๊ก ก็ไปเจอยูเซอร์นึงที่เป็นฝรั่งอยู่กับภรรยาและลูกๆ เราเลยเอาภาพผู้ชายคนนี้ส่งให้แม่เลี้ยงเราดู แม่เลี้ยงก็เลยส่งไปให้แม่ที่คลอดเรามา เขาก็ว่าคนนี้แหละ ใช่ เลยได้ลองขอเบอร์มา แล้วโทร.คุยกัน ตอนนั้นได้คุยกันแป๊บนึง เพราะผมใช้โทรศัพท์ระบบเติมเงิน แล้วโทร.ไปต่างประเทศไม่ได้ซื้อโปรโมชั่น มันก็เลยตัดไปก่อน คุยกันประมาณ 13 วินาที เขาพูดภาษาอังกฤษไม่ค่อยได้ เขาพูดภาษาเยอรมัน แต่เขาพยายามพูดภาษาอังกฤษให้เราฟัง ก็บอกเหตุผลของเขา เราก็โอเคมันคุยกันไม่จบ ผ่านไปสักพักก็มีไลน์นึงทักมาหาผม เป็นเหมือนไลน์ของเพื่อนเขาทักมาคุยกับเราเขาพยายามบอกกับเราว่าจริงๆ เขาไม่ใช่พ่อเรานะ หมายถึงเขาให้เพื่อนมาบอก”
แต่คุณแม่เลี้ยงและคุณแม่ที่คลอดยืนยันว่าใช่ ความรู้สึกตรงนั้นเป็นยังไง?
แดนนี่ : “ก็สตั๊นอยู่ครับ แต่ว่าก็ไปต่อครับ
พอเพื่อนคุณพ่อบอกว่าไม่ใช่ เราอยากมีความพยายามต่อไหม อยากจะหาคำตอบไหม?
แดนนี่ : “พอผมได้ไปถ่ายละครที่สวิส ได้มีการติดต่อกับเพื่อนของพ่อไว้ แต่จังหวะที่ไปถึงที่นู่นแล้ว ปรากฏว่าเพื่อนของพ่อเขาอยู่ที่ออสเตรเลีย ก็เลยไม่ได้เจอกันกับคนนี้ ตอนแรกว่าจะคุยกันและนัดกัน อย่างน้อยเราอยากเจอ อยากคุย อยากทำความรู้จัก ผมไม่ต้องการอะไรมากผมแค่อยากรู้ว่าเขาเป็นยังไงบ้าง คือเราไม่เคยรู้จักเลย คือแค่อยากคุย อยากรู้ว่าเรื่องตอนนั้นมันเป็นยังไงมากกว่า”
เราเจอคุณแม่แต่ไม่ได้รู้สึกผูกพัน แล้วทำไมเราถึงอยากเจอคุณพ่อ?
แดนนี่ : “เพราะผมหน้าเป็นฝรั่ง ผมเลยตั้งคำถามเฉยๆ ทำไมตอนนั้นถึงทะเลาะกับแม่ ผมไม่รู้ว่าเรื่องมันเป็นยังไง ผมรู้แค่ฝั่งนี้ ผมไม่รู้อีกฝั่งว่าเรื่องมันเป็นยังไง”
ตอนนี้ถอดใจหรือยัง?
แดนนี่ : “ตอนนี้รู้สึกเฉยๆ ไปแล้ว รู้สึกว่าเราก็ทำหน้าที่ของเราต่อไป”
มีอะไรอยากจะบอกคุณพ่อ คุณแม่ ที่เลี้ยงเรามาไหม?
แดนนี่ : “ต้องขอบคุณท่านครับ เขาซัพพอร์ตเราเยอะมากๆ ต้องขอบคุณครอบครัวของเราที่ท่านดูแลเรามาจนถึงทุกวันนี้ ให้ทุกอย่าง ให้ความอบอุ่น ให้โอกาส ให้การเลี้ยงดูเป็นอย่างดี ต้องขอบคุณจริงๆ ครับ”
เห็นว่าตอนเด็กเป็นคนขยันมากทำงานหาเลี้ยงตัวเอง งานแรกที่ทำคืออายุเท่าไหร่?
แดนนี่ : “เป็นพนักงานเสิร์ฟโต๊ะจีน ในช่วง ป.5 คือบ้านใกล้ๆ เขาทำธุรกิจโต๊ะจีน ก็มีพี่ๆ ไปเป็นพนักงานเสิร์ฟ เราก็รู้สึกว่าเขาไปหารายได้พิเศษได้เงินด้วย ตั้ง 5-6 ร้อย ตอนนั้นเราอยากมีเงินไปซื้อของเล่น ไปซื้ออะไรของเรา ไม่อยากรบกวนพ่อแม่ ก็เลยอยากไปทำครับ”
เห็นว่าทำหนักมาก ได้นอน 2 ชั่วโมง?
แดนนี่ : “ก็ตื่นตั้งแต่เช้า ตี4-5 แล้วไปเลิกงานอีกทีประมาณตี 2”
แล้วเรื่องเรียนล่ะ หรือทำช่วงปิดเทอม?
แดนนี่ : “ส่วนใหญ่พ่อกับแม่จะให้ไปทำช่วง เสาร์-อาทิตย์ แต่ถ้าเรียนอยู่ก็จะบอกว่าพ่อวันนี้มีงานนะขอไปหน่อย ขอลาเรียน หรือว่าเราจะตื่นไปเรียนแบบสายหน่อย”
แสดงว่าทุกอย่างไม่ว่าจะทำอะไรเราจะปรึกษาคุณพ่อ คุณแม่?
แดนนี่ : “ใช่ครับ”
งานในแต่ละวันทำอะไรบ้าง หนักไหม?
แดนนี่ : “ช่วงแรกผมจะเป็นพนักงานเสิร์ฟแอลกอฮอล์ก่อน พอขึ้นมาช่วง ม.1-ม.2 ก็จะมาเสิร์ฟอาหาร พอไปถึงร้านเราก็จะมาเช็คของว่าจะต้องเอาอะไรบ้าง ถ้าเป็นเสิร์ฟอาหารเราก็จะเตรียมทุกอย่างเลย เก้าอี้ โต๊ะ ขาโต๊ะ ทุกอย่างที่อยู่บนโต๊ะจีน เราต้องขนขึ้นรถบรรทุก พอเติมรถบรรทุกก็ไปลงที่หน้างาน แล้วเริ่มจัดของ”
ความรู้สึกตอนนั้นเหนื่อยไหม?
แดนนี่ : “ผมว่าสนุก แล้วก็ได้เงิน ได้เจอพี่ๆ ที่ไปทำด้วยกัน แต่พอมาคิดตอนนี้ โห..ตอนนั้นมันเหนื่อยมากกว่าจะได้มา 5-6 ร้อย รู้สึกว่าทำงานนานครับ”
แล้วอาชีพต่อมาทำอะไร?
แดนนี่ : “พนักงานเซเว่นครับ ก็เหนื่อยใช้ได้เหมือนกันครับ ตอนทำเซเว่นผมไปเริ่มงานหลังเที่ยง เพราะช่วงนั้นเราไปเรียน ปวช. ก็จะเลิกเร็วหน่อย พอเลิกเรียนเราก็กลับมาเข้างาน ก็เริ่มงานตั้งแต่บ่ายจนถึง 3-4 ทุ่ม แล้วก็กลับมาที่บ้าน มันก็จะเป็นลูปประมาณนี้”
ทำไมไม่ไปเที่ยวเล่นเหมือนเด็กคนอื่น?
แดนนี่ : “ตอนนั้นรู้สึกว่าอยากหาเงินอย่างเดียวเลย เราไม่อยากไปขอพ่อกับแม่ เรารู้สึกว่าเราเลี้ยงตัวเองดีกว่า ตอนนั้นมีมอเตอร์ไซค์ด้วย เราทำงานเอาเงินไปผ่อนมอเตอร์ไซค์ เพื่อขี่ไปเรียน”
รายได้ต่อเดือนประมาณเท่าไหร่?
แดนนี่ : “ตอนนั้นไม่เยอะเลยครับ แต่ก็ก็พอกับค่าใช้จ่ายของตัวเอง”
สมัยนั้นถึง 10,000 ไหม?
แดนนี่ : “ไม่ถึงครับ”
เรามีความฝันอยากเข้าวงการบันเทิงไหม?
แดนนี่ : “เคยมีโอกาสตอนเด็กน้อย ผมยังไม่รู้เรื่องเท่าไหร่ แม่เล่าให้ฟังว่า มีโมเดลลิ่งพาผมไปแสดง ละครหรือภาพยนตร์นี้นี่แหละ แล้วผมก็งอแง ไม่เอาเลย อยู่ติดแต่กับแม่ แม่มาเล่าให้ฟังตอนโต ผมก็เลยรู้สึกว่าทำไมตอนนั้นถึงไม่ตั้งใจ ก็ผ่านไปจนมีโอกาสได้มาเจอกับผู้จัดการ ก็เลยเหมือนเป็นโอกาสครั้งใหม่ เราก็เลยแบบอยากตั้งใจทำมากกว่า”
แล้วเราเข้าวงการมาได้ยังไง?
แดนนี่ : “ก็เริ่มมาแคสโฆษณา ละครบ้างช่วงแรกๆ เริ่มเรียนแอ็คติ้งมาเรื่อยๆ”
กับผู้จัดการเจอกันได้ยังไง?
แดนนี่ : “เจอกันผ่าน Facebook แม่เอารูปผมไปโพสต์ในคอมเม้นต์โพสต์หนึ่ง ที่มีพี่เอ ศุภชัย แล้วบอกว่า ฝากลูกเข้าวงการหน่อย แล้วพี่ผู้จัดการผมเข้ามาดู แล้วแกก็อยากหาเด็กเข้าสังกัดอยู่พอดี แกเลยมาถามว่าสนใจไหม ก็เป็นจุดเริ่มต้นที่มีโอกาสได้มาทำงาน”
เห็นว่าแคส 10 ได้ 1 มันขนาดนั้นเลยเหรอ ท้อไหม?
แดนนี่ : “นิดนึงครับ แต่ก็สู้ครับ ท้อแต่ไม่ถอย”
เจอเหตุการณ์ขนหัวลุกด้วย ไปเที่ยวที่ไหนมา?
แดนนี่ : “เป็นช่วงปีที่แล้ว ไปจันทบุรี เป็นรีสอร์ทแห่งหนึ่ง อยู่กลางน้ำ เป็นทะเลน้ำจืด เรียกว่าน้ำกร่อยก็ได้ มันเป็นที่พักที่เราจะต้องนั่งเรือเข้าไป ตรงนั้นก็จะเป็นป่าชายเลนด้วย แล้วก็มีทะเลด้วย ไปกันประมาณ 7-8 คน ระหว่างทางที่เราลงเรือ จะต้องขี่จักรยานเข้าไปที่พัก มันจะเป็นทางเล็กๆ พอไปถึงที่พักก็ทำกิจกรรมอะไรกันเสร็จสรรพ พอกลางคืนก็นั่งเล่นเกมการ์ดกัน หลังจากนั้นก็มีน้องไปเอามาม่ามา เรารู้สึกว่าอยากกินบ้าง หิว แต่เล่นเกมกันจนเสร็จ ก็ประมาณ 3-4 ทุ่ม”
“อยากขี่จักรยานออกไปเอามาบ้าง แต่เขาไปกันหลายคน ผมไปคนเดียว มันเป็นทางเล็กๆ มืดด้วย ไม่มีคนเลย เพราะว่ามันมืดแล้ว คนเข้าที่พักหมดแล้ว แต่พอผมไปถึงบริเวณเคาน์เตอร์มาม่า ผมกวาดสายตาไปมันเป็นโรงอาหาร ผมกว่าสายตาไปเรื่อยๆ จนถึงเคาน์เตอร์ ผมไม่เห็นใครเลย จนมาถึงหางตาทางขวาที่ลงเรือ มีชุดขาว ปลิวผ่านสายตาไปผมก็เลยคิดว่านั่นคือคน เราก็ค่อยๆ ปั่นจักรยานไปจนถึงตรงนั้น แต่พอไปถึงปุ๊บไม่มีใครเลย เราก็หมุนจักรยานกลับ แล้วเห็นหมาสองตัวเดินออกมา แล้วหมาก็วิ่งมาทางเรา เหมือนจะเห่า แต่วิ่งไปข้างหลังรวมกันอีกสามสี่ตัว แล้วในจังหวะนั้นผมก็เริ่มไถมา แต่เริ่มเร็วขึ้น เพราะผมไม่มั่นใจแล้วว่ามันหอบผมหรือเปล่า เพราะมันเห่าปุ๊บก็เห่าทั้งรีสอร์ทเลย ผมก็เริ่มขี่จักรยานเร็วขึ้นเพื่อที่จะกลับไปทางรีสอร์ท ตอนนั้นคนลุกแล้ว เพราะเราอยู่คนเดียว ลมทะเลก็พัดเข้ามา”
คิดว่าใช่ไหม?
แดนนี่ : “ตอนนั้นไม่อยากคิด ตอนนั้นคิดอย่างเดียวว่าอยากกลับที่พัก”
แล้วได้มาม่าไหม?
แดนนี่ : “ไม่ได้ ไม่เจอใครเลย แล้วปั่นจักรยานเข้าทางเล็กๆ ไฟเป็นหย่อมๆ แล้วผ่านโค้งแรก ที่พักมันเป็นงุ้มลงมา ถ้าสังเกตเราจะเห็นคนยืนแค่กระโปรงด้านล่างกับเท้า พอผมผ่านโค้งแรกมา แล้วเห็นตรงนั้นก็รู้สึกดีใจ รู้สึกใจชื้น เราเจอคนแล้ว เป็นคนใส่กระโปรงสีแดง รองเท้าคัตชูสีขาว เราก็รีบปั่นไปเพื่อจะให้ใกล้เขา แต่จังหวะที่ก้มหน้าแล้วเงยขึ้นมา เอ๊าหายไปแล้ว แล้วผมเห็นพี่ที่ไปด้วยกันออกมาข้างนอกพอดี ผมก็เลยตะโกนไปบอกว่าพี่ช่วยด้วย”
ตื่นเช้ามาได้ใส่บาตรให้เขาไหม?
แดนนี่ : “เรียบร้อยครับ”
ติดตามชมรายการคุยแซ่บShow ทุกวันจันทร์-วันศุกร์ เวลา13.15-14.15 น. ทางช่อง one31 Facebook Page : คุยแซ่บShow รับชมย้อนหลังได้ที่ Youtube Channel : Orange Mama
คลิปสัมภาษณ์ : https://youtu.be/CXSnSa-4eyc?si=G7QvIYoKYTk7fOi0
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : สะเทือนใจ แดนนี่ ลูเซียนโน่ ถูกพ่อแม่ทิ้ง! ตั้งแต่ลืมตาดูโลก โตมากับคนข้างบ้าน
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th