ภาพเก่าเล่าตำนาน : เครื่องบินชน...ตึกถล่ม... ก่อการร้ายในอเมริกา
ภาพเก่าเล่าตำนาน : เครื่องบินชน…ตึกถล่ม…ก่อการร้ายในอเมริกา
บังเกิดโรคภัยไข้เจ็บ มีเจ้าหน้าที่กู้ภัย ตำรวจ ป่วยตาย จากการทำงานในพื้นที่ตึกถล่มครั้งนั้นมานาน 20 ปี…ไม่ค่อยมีใครทราบมาก่อน
ก่อการร้ายเมื่อ 11 กันยายน 2544 ในอเมริกาเป็นเหตุสยดสยองโดยผู้ก่อการร้ายที่ร้ายแรงที่สุดในประวัติศาสตร์มนุษยชาติ ทำให้มีผู้เสียชีวิต 2,996 รายรวมถึงผู้ก่อการร้าย 19 รายที่ก่อเหตุฆาตกรรม-ฆ่าตัวตาย และมีเหยื่อ 2,977 ราย มีผู้ได้รับบาดเจ็บอีกหลายพันคน
ไม่น่าเชื่อว่า…มีผลกระทบต่อสุขภาพในระยะยาวนานกว่า 20 ปี
ผ่านมาแล้วราว 24 ปี ยังคงเป็นภาพจำของคนทั้งโลก โดยฝีมือกลุ่มก่อการร้ายอัลกออิดะห์ เกิดขึ้นในแมนฮัตตัน นิวยอร์ก
หลังจากวางแผน เตรียมการมาก่อนหน้าแล้วราว 1 ปี กลุ่มเด็กหนุ่มมุสลิมจากตะวันออกกลาง ที่ทยอยเข้ามาเรียนหนังสือในอเมริกา จำนวนหนึ่งได้รับคำสั่งให้ไปเรียน “ขับเครื่องบินพลเรือน” แบบบุคคลทั่วไป ที่ใครๆ ก็เสียเงินเรียนได้
ไม่มีใครทราบว่า…ทำไม “องค์กร” ต้องให้ไปเรียนขับเครื่องบิน หลายคนเรียนรู้วิธีการบังคับเครื่องบิน รู้จักอุปกรณ์ติดต่อสื่อสาร รู้ว่าพนักงานบนเครื่องบิน…ใครทำอะไร…แบบพอประมาณ
หลังจากรับคำสั่ง “ลับที่สุด” จากองค์กร โดยกำหนด วัน ว. เวลา น. กลุ่มชายฉกรรจ์เหล่านี้ทราบว่าต้องทำอะไร บุคคลกลุ่มนี้แยกย้ายกันไปซื้อตั๋วเครื่องบินโดยสารในอเมริกา 4 ลำ เพื่อจะพาตัวเองขึ้นไปอยู่บนเครื่องบินโดยสาร
เช้าวันนั้น…เครื่องบินโดยสารทั้ง 4 ลำ บินขึ้นสู่ท้องฟ้าในเวลาไล่เลี่ยกัน มีทีมงานพร้อมพลีชีพ 19 คน กระจายกันไปในแต่ละลำ เพื่อจะจี้เครื่องบินพร้อมผู้โดยสารและน้ำมันเต็มพิกัดมุ่งไป 4 เป้าหมาย
ภารกิจที่เข้าใจไม่ยาก ไม่ซับซ้อน คือจะต้องจี้เครื่องบินทุกลำ
2 ลำต้องพุ่งเข้าชนตึกแฝด 2 ตึก อีก 1 ลำไปพุ่งใส่ตึกกระทรวงกลาโหม และอีก 1 ลำไปพุ่งใส่อาคารรัฐสภาสหรัฐ (ลำนี้ทำไม่สำเร็จ เพราะผู้โดยสารสู้กับคนร้าย เครื่องไปตกในทุ่งรัฐเพนซิลเวเนีย)
ขอกล่าวถึงเฉพาะกรณี ตึกแฝด เวิลด์เทรดเซ็นเตอร์ ครับ
5 สิงหาคม พ.ศ.2509 เริ่มก่อสร้างเวิลด์เทรดเซ็นเตอร์ มี 2 ตึกคู่กันเด่นเป็นสง่า (จากทั้งหมด 7 ตึก)ถือเป็นโครงการที่มีความทะเยอทะยานมากที่สุดโครงการหนึ่งในแง่ของขนาดและขอบเขตที่มนุษย์เคยก่อสร้าง สร้างขึ้นเพื่อการบริหารท่าเรือนิวยอร์กและนิวเจอร์ซีย์
ปี พ.ศ.2513 บริษัทชั้นนำจากทั่วโลกเริ่มทยอยเข้ามาใช้พื้นที่ในตึกแฝด เพื่ออวดชาวโลก ตึกแฝดกลายเป็นเอกลักษณ์และเป็นสัญลักษณ์ในวัฒนธรรมของนิวยอร์กซิตี้และอเมริกา มีพื้นที่สำนักงานให้เช่าเกือบ 10 ล้านตารางฟุต
พ.ศ.2544 เวิลด์เทรดเซ็นเตอร์ 2 ตึกคู่ เป็นที่ตั้งของธุรกิจมากกว่า 430 แห่งจาก 28 ประเทศ มีรหัสไปรษณีย์เป็นของตัวเองคือ 10048 สำนักงานรัฐบาลรัฐนิวยอร์กที่เวิลด์เทรดเซ็นเตอร์ใช้รหัสไปรษณีย์ 10047
ในวันที่มีลมแรง ตึกยักษ์อาจแกว่ง ไป-มาได้ถึง 12 นิ้ว
มีหน้าต่างในตึกแฝด 43,600 บาน ซึ่งเท่ากับพื้นที่กระจกมากกว่า 600,000 ตารางฟุต ต้องใช้เวลาถึง 20 วันในการทำความสะอาดทั้งหมด
มีลิฟต์ 198 ตัวในตึกแฝดและช่องลิฟต์ยาว 15 ไมล์ ลิฟต์โดยสารด่วนในตึกแฝดแต่ละแห่งสามารถรองรับผู้ใหญ่ได้ถึง 55 คน
ธันวาคม 2513 “ตึกเหนือ” สร้างเสร็จเป็นตึกแรก ตามด้วย “ตึกใต้” เสร็จในเดือนกรกฎาคม 2514
มีโรงงานเหล็กอย่างน้อย 7 แห่งในอเมริกา จัดหาเหล็กโครงสร้างมากกว่า 200,000 ตันสำหรับการก่อสร้าง
จุดชมวิวของหอคอยด้านใต้อยู่บนชั้นที่ 107 ความสูง 1,377 ฟุตเหนือระดับถนน ถือเป็นจุดชมวิวที่สูงที่สุดในโลก เปิดให้บริการในเดือนธันวาคม พ.ศ.2518
แต่ละวันจะมีคนมาทำงานในอาคารนี้มากกว่า 50,000 คน เช้าวันนั้น ตึกแฝดของอเมริกาตกเป็น “เป้าหมาย” ที่ต้องถูกทำลายเพื่อแสดงการแก้แค้นของกลุ่มอัลกออิดะห์ที่เป็นศัตรูหมายเลข 1 ของอเมริกา
ทั้ง 2 ตึกแฝดโดนเครื่องบินพุ่งเข้าชนตรงกลางตึก (1 ลำ/ 1 ตึก) เกิดเป็นกองเพลิงบนฟ้านครนิวยอร์ก โทรทัศน์ไปตั้งกล้องอย่างเร็วปานฟ้าแลบ ถ่ายทอดสดให้คนทั่วโลกได้ชมกันสดๆ
ตึกแฝดสูง 110 ชั้น สูงเสียดฟ้าราว 500 เมตร ถล่มลงมาพร้อมกองเพลิงขนาดยักษ์ ก่อให้เกิดกลุ่มฝุ่นขนาดใหญ่ลอยฟุ้งในอากาศทั่วบริเวณ เกิดกองวัสดุ เศษซากนับแสนตันปะปนกับศพ
นี่คือเหตุฆาตกรรม ที่เปลี่ยนมหานครนิวยอร์กเป็นนรกบนดิน
ผู้รอดชีวิตคนสุดท้ายที่ถูกดึงออกมาจากเศษซากอาคาร คือเจเนลล์ กุซมัน-แมคมิลแลน ซึ่งถูกพบอยู่ในซากปรักหักพังของอาคารเหนือ 27 ชั่วโมงหลังจากที่อาคารถล่มลงมา
จำนวนผู้รอดชีวิตจากการพังทลายในเบื้องต้นไม่ทราบแน่ชัด แต่ถูกฝังอยู่ในช่องอากาศลึกใต้ซากปรักหักพัง ไม่สามารถช่วยเหลือได้ บางคนสามารถช่วยเหลือตัวเองและช่วยผู้อื่นจากซากปรักหักพังได้ด้วยการปีนขึ้นไปบนซากปรักหักพัง หรือขุดและฟังเสียงสิ่งมีชีวิตเพื่อนำเหยื่อออกมาจากซากปรักหักพังอย่างปลอดภัย
ตึกถล่มล้างโลก เริ่มตั้งแต่เช้า ไฟไหม้ยังคงลุกไหม้ด้วยน้ำมันเครื่องบิน ไหม้กองเศษซากและอาคาร เรื่อยมาจนถึงสิ้นเดือนธันวาคม 2544 ลุกลามต่อเนื่องในปี 2545
การตรวจสอบในเวลาต่อมา พบว่า ไฟ ควันไฟ ฝุ่น ปล่อยสารก่อมะเร็งออกมา สารปนเปื้อนเหล่านี้ยังคงอยู่ในแมนฮัตตันตอนล่างและบางส่วนของบรู๊คลินเป็นระยะเวลานาน
แน่นอนที่สุด …เจ้าหน้าที่กู้ภัย คนทำงานในพื้นที่ ผู้อยู่อาศัย อาสาสมัครและบุคคลอื่นๆ ได้รับสารเหล่านี้ในระยะเริ่มต้น และยังคงได้รับสารตกค้างในอาคารและนอกอาคาร รวมถึงได้รับก๊าซพิษ ควัน ไอระเหย และสารก่อมะเร็งจากไฟไหม้ที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง หากแต่เป็นหน้าที่ ความรับผิดชอบ จึงหลีกเลี่ยงไม่ได้
28 กันยายน 2551 มีตัวเลข…ตำรวจ นักดับเพลิง เจ้าหน้าที่กู้ภัย และสมาชิกชุมชนรวมกว่า 33,000 คน ได้รับการรักษาอาการบาดเจ็บและเจ็บป่วยที่เกี่ยวข้องกับการโจมตี รวมทั้งอาการทางระบบทางเดินหายใจ ปัญหาสุขภาพจิต เช่น PTSD และภาวะซึมเศร้า อาการทางระบบทางเดินอาหาร รวมถึงผู้ป่วยมะเร็ง อย่างน้อย 4,166 ราย
“ตำรวจ” เสียชีวิตจาก “อาการป่วย” ที่เกี่ยวข้องกับการโจมตีมากกว่าจำนวนผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ดังกล่าว
รายงาน ของ USA Today ประเมินว่ามีผู้เสียชีวิตภายในลิฟต์ประมาณ 200 คน ในขณะที่มีเพียง 21 คนเท่านั้นที่หนีออกจากลิฟต์ได้ อย่างไรก็ตาม ในเวลาต่อมาพบว่า 16% ของผู้ที่อพยพออกจากอาคารใต้ใช้ลิฟต์ และจากการจำลองการอพยพโดยไม่ใช้ลิฟต์ พบว่าการใช้ลิฟต์ช่วยชีวิตผู้คนในอาคารใต้ได้ประมาณ 3,000 คน
ลิฟต์หลายตัวไม่ได้ดิ่งลงมาเมื่อเครื่องบินชน แต่ถูกทิ้งไว้ในช่องลิฟต์ ทำให้ผู้โดยสารถูกไฟไหม้ตายหรือติดอยู่และไม่สามารถหนีออกมาได้ก่อนที่อาคารจะถล่ม
ฝุ่นพิษ เศษซาก และเถ้าถ่านจำนวนมากที่กระจุกตัวอยู่รอบๆ Ground Zero และสร้างปัญหาด้านสุขภาพในระยะยาว วัสดุพิษ เช่น แร่ใยหิน ตะกั่ว และปรอท เจ้าหน้าที่กู้ภัยและเหยื่อจำนวนมากไม่ได้สวมเครื่องช่วยหายใจ
มีรายงานในปี 2561 ว่าเจ้าหน้าที่เอฟบีไออย่างน้อย 15 นายเสียชีวิตด้วยโรคมะเร็ง ฝ่ายการแพทย์ของโครงการสุขภาพเวิลด์เทรดเซ็นเตอร์ที่โรงพยาบาลเมาท์ไซนายรายงานในปี 2561 ว่าจากเจ้าหน้าที่กู้ภัยและคนอื่นๆ ประมาณ 10,000 คนที่อยู่ในกราวด์ซีโร่และเป็นมะเร็งจากเหตุการณ์นั้น มากกว่า 2,000 คนเสียชีวิตด้วยโรคที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์นี้
สมาคมนักดับเพลิงในเครื่องแบบแห่งนิวยอร์กยังรายงานด้วยว่านักดับเพลิงเสียชีวิตมากกว่า 170 รายจากโรคที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์นี้ และนักดับเพลิงประมาณ 1 ใน 8 คนที่อยู่ในกราวด์ซีโร่เป็นมะเร็ง
ตำรวจอย่างน้อย 221 นายเสียชีวิตในช่วงหลายปีนับตั้งแต่ปี 2544 จากโรคที่เกี่ยวข้องกับการโจมตีในนิวยอร์กซิตี้
ในปี 2563 กรมตำรวจนิวยอร์กยืนยันว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจนิวยอร์ก 247 นายเสียชีวิตจากอาการป่วยที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ 9/11 จำนวนเจ้าหน้าที่ดับเพลิงเกี่ยวข้องกับตึกถล่มป่วย 299 นาย
งานหนักต่อเนื่องอีกนับ 10 ปี เพื่อ…ระบุตัวตนทางนิติเวช
เนื่องจากมีเศษซากมหาศาลและมีขนาดใหญ่ ทำให้ไม่สามารถพบผู้เสียชีวิต โดยรายงานระบุว่าพบศพที่สมบูรณ์เพียง 174 ศพจากผู้เสียชีวิตทั้งหมด 2,753 ราย พบเศษซากจำนวนมากในรองเท้าที่ค้นพบ จากชิ้นส่วนเสื้อผ้า
การระบุตัวตนโดยใช้ “ดีเอ็นเอ” สามารถทำได้โดยการเปรียบเทียบโปรไฟล์ดีเอ็นเอของตัวอย่างอ้างอิงกับตัวอย่างที่พบในซากศพมนุษย์ โดยการขอตัวอย่างจากสิ่งของส่วนตัว (แปรงสีฟัน/แปรงผม) หรือตัวอย่างทางชีวภาพที่เก็บไว้ ญาติ หรือซากศพอื่นๆ ที่ระบุตัวตนได้
ความร้อนที่รุนแรง แรงกด และการปนเปื้อนจากการพังทลายของอาคารทำให้ดีเอ็นเอบางส่วนเสื่อมสภาพและไม่สามารถใช้งานได้ ตัวอย่างยังเสื่อมสภาพเนื่องจากชิ้นส่วนร่างกายบางส่วนยังคงอยู่ในซากปรักหักพังเป็นเวลา 8-10 เดือน
สำนักงานนิติเวชมี “ชิ้นส่วนกระดูกและเนื้อเยื่อที่ไม่สามารถระบุตัวตนได้ประมาณ 10,000 ชิ้น ซึ่งไม่สามารถระบุได้กับรายชื่อผู้เสียชีวิต”
น่าปลื้มนะครับ..ที่ทางการสหรัฐทำงานหนักเพื่อระบุตัวตน
การทำความสะอาดบริเวณที่ตั้งของเวิลด์เทรดเซ็นเตอร์ (เรียกกันทั่วไปว่า “กราวด์ซีโร่”) เสร็จสิ้นในเดือนพฤษภาคม 2546 ในขณะที่เพนตากอนได้รับการซ่อมแซมภายใน 1 ปี
ขอเปลี่ยนประเด็นมาเป็น..การไล่ล่าผู้ก่อการร้าย
หลังเกิดเหตุ…ภายในเย็นวันนั้นเอง…หน่วยข่าวกรองกลาง (CIA) แจ้งต่อ ปธน.จอร์จ ดับเบิลยู บุชว่า เป็นฝีมือของ “กลุ่มอัลกออิดะห์” ภายใต้ การนำของ โอซามา บิน ลาเดน
สหรัฐตอบโต้ด้วยการเปิดฉากสงครามต่อต้านการก่อการร้ายและบุกโจมตีอัฟกานิสถานเพื่อโค่นล้ม “กลุ่มทาลิบัน”
สหรัฐเรียกร้องให้พันธมิตรต่อสู้กับกลุ่มอัลกออิดะห์ขณะที่กองกำลังของสหรัฐและพันธมิตรบุกโจมตีอัฟกานิสถาน โลกร้อนระอุ ชาติตะวันตกโดยทั่วไปและอเมริกา บังเกิดความเกลียดชังอิสลามอย่างร้ายแรง
สหรัฐทุ่มเทสรรพกำลังสุดฤทธิ์ พลิกแผ่นดิน เพื่อล่าตัววายร้าย บิน ลาเดน หน่วยข่าวกรองสหรัฐและพันธมิตร ทุ่มเท สืบสวน จับกุม ผู้เกี่ยวข้องได้แบบ เป็นขั้นเป็นตอน ทีละคนสองคน
กลุ่มอาคารเวิลด์เทรดอันสง่างามในนิวยอร์ก เป็นสัญลักษณ์ของ “อำนาจทางเศรษฐกิจและการทหาร” ของอเมริกา ที่ บิน ลาเดน ต้องทำลายล้างเพื่อทำให้อเมริกาอับอายต่อชาวโลก
ผู้ก่อการร้ายหมายเลข 1 ของโลก หลบหนีการจับกุมของสหรัฐ และหายหน้าหายตาไปจากความรู้เห็นของสาธารณะ
บิน ลาเดน ได้ปรากฏตัวในคลิปวิดีโอ อ้างตัวว่าเป็นผู้อยู่เบื้องหลังการโจมตี 11 กันยายน หลังจากนั้นเขาก็ได้ออกบันทึกเสียงเป็นระยะๆ
ราว 10 ปีต่อมา สหรัฐสามารถระบุพื้นที่หลบซ่อนตัวของเขาในปากีสถานได้สำเร็จ
2 พฤษภาคม 2554 ช่วงกลางดึก ทีมรบพิเศษ SEAL ที่รอคอยการแก้แค้นมา 10 ปี บุกไปสังหาร บิน ลาเดนได้ ซึ่งร่างของเขาและดีเอ็นเอได้รับการยืนยันอัตลักษณ์ก่อนนำไปทำพิธีศพ
ประธานาธิบดีบารัค โอบามา ออกมาประกาศการเสียชีวิตของ บิน ลาเดน อย่างเป็นทางการด้วยตนเอง และภายหลังอัลกออิดะฮ์ก็ได้ออกแถลงการณ์ยอมรับการเสียชีวิตของ บิน ลาเดน เช่นกัน…
ตึกถล่มครั้งนั้น…เป็นเรื่องก่อการร้าย
พลเอกนิพัทธ์ ทองเล็ก
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ภาพเก่าเล่าตำนาน : เครื่องบินชน…ตึกถล่ม… ก่อการร้ายในอเมริกา
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th