โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ภาพเก่าเล่าตำนาน : เครื่องบินชน...ตึกถล่ม... ก่อการร้ายในอเมริกา

MATICHON ONLINE

อัพเดต 21 เม.ย. 2568 เวลา 15.13 น. • เผยแพร่ 21 เม.ย. 2568 เวลา 05.33 น.

ภาพเก่าเล่าตำนาน : เครื่องบินชน…ตึกถล่ม…ก่อการร้ายในอเมริกา

บังเกิดโรคภัยไข้เจ็บ มีเจ้าหน้าที่กู้ภัย ตำรวจ ป่วยตาย จากการทำงานในพื้นที่ตึกถล่มครั้งนั้นมานาน 20 ปี…ไม่ค่อยมีใครทราบมาก่อน

ก่อการร้ายเมื่อ 11 กันยายน 2544 ในอเมริกาเป็นเหตุสยดสยองโดยผู้ก่อการร้ายที่ร้ายแรงที่สุดในประวัติศาสตร์มนุษยชาติ ทำให้มีผู้เสียชีวิต 2,996 รายรวมถึงผู้ก่อการร้าย 19 รายที่ก่อเหตุฆาตกรรม-ฆ่าตัวตาย และมีเหยื่อ 2,977 ราย มีผู้ได้รับบาดเจ็บอีกหลายพันคน

ไม่น่าเชื่อว่า…มีผลกระทบต่อสุขภาพในระยะยาวนานกว่า 20 ปี

ผ่านมาแล้วราว 24 ปี ยังคงเป็นภาพจำของคนทั้งโลก โดยฝีมือกลุ่มก่อการร้ายอัลกออิดะห์ เกิดขึ้นในแมนฮัตตัน นิวยอร์ก

หลังจากวางแผน เตรียมการมาก่อนหน้าแล้วราว 1 ปี กลุ่มเด็กหนุ่มมุสลิมจากตะวันออกกลาง ที่ทยอยเข้ามาเรียนหนังสือในอเมริกา จำนวนหนึ่งได้รับคำสั่งให้ไปเรียน “ขับเครื่องบินพลเรือน” แบบบุคคลทั่วไป ที่ใครๆ ก็เสียเงินเรียนได้

ไม่มีใครทราบว่า…ทำไม “องค์กร” ต้องให้ไปเรียนขับเครื่องบิน หลายคนเรียนรู้วิธีการบังคับเครื่องบิน รู้จักอุปกรณ์ติดต่อสื่อสาร รู้ว่าพนักงานบนเครื่องบิน…ใครทำอะไร…แบบพอประมาณ

หลังจากรับคำสั่ง “ลับที่สุด” จากองค์กร โดยกำหนด วัน ว. เวลา น. กลุ่มชายฉกรรจ์เหล่านี้ทราบว่าต้องทำอะไร บุคคลกลุ่มนี้แยกย้ายกันไปซื้อตั๋วเครื่องบินโดยสารในอเมริกา 4 ลำ เพื่อจะพาตัวเองขึ้นไปอยู่บนเครื่องบินโดยสาร

เช้าวันนั้น…เครื่องบินโดยสารทั้ง 4 ลำ บินขึ้นสู่ท้องฟ้าในเวลาไล่เลี่ยกัน มีทีมงานพร้อมพลีชีพ 19 คน กระจายกันไปในแต่ละลำ เพื่อจะจี้เครื่องบินพร้อมผู้โดยสารและน้ำมันเต็มพิกัดมุ่งไป 4 เป้าหมาย

ภารกิจที่เข้าใจไม่ยาก ไม่ซับซ้อน คือจะต้องจี้เครื่องบินทุกลำ

2 ลำต้องพุ่งเข้าชนตึกแฝด 2 ตึก อีก 1 ลำไปพุ่งใส่ตึกกระทรวงกลาโหม และอีก 1 ลำไปพุ่งใส่อาคารรัฐสภาสหรัฐ (ลำนี้ทำไม่สำเร็จ เพราะผู้โดยสารสู้กับคนร้าย เครื่องไปตกในทุ่งรัฐเพนซิลเวเนีย)

ขอกล่าวถึงเฉพาะกรณี ตึกแฝด เวิลด์เทรดเซ็นเตอร์ ครับ

5 สิงหาคม พ.ศ.2509 เริ่มก่อสร้างเวิลด์เทรดเซ็นเตอร์ มี 2 ตึกคู่กันเด่นเป็นสง่า (จากทั้งหมด 7 ตึก)ถือเป็นโครงการที่มีความทะเยอทะยานมากที่สุดโครงการหนึ่งในแง่ของขนาดและขอบเขตที่มนุษย์เคยก่อสร้าง สร้างขึ้นเพื่อการบริหารท่าเรือนิวยอร์กและนิวเจอร์ซีย์

ปี พ.ศ.2513 บริษัทชั้นนำจากทั่วโลกเริ่มทยอยเข้ามาใช้พื้นที่ในตึกแฝด เพื่ออวดชาวโลก ตึกแฝดกลายเป็นเอกลักษณ์และเป็นสัญลักษณ์ในวัฒนธรรมของนิวยอร์กซิตี้และอเมริกา มีพื้นที่สำนักงานให้เช่าเกือบ 10 ล้านตารางฟุต

พ.ศ.2544 เวิลด์เทรดเซ็นเตอร์ 2 ตึกคู่ เป็นที่ตั้งของธุรกิจมากกว่า 430 แห่งจาก 28 ประเทศ มีรหัสไปรษณีย์เป็นของตัวเองคือ 10048 สำนักงานรัฐบาลรัฐนิวยอร์กที่เวิลด์เทรดเซ็นเตอร์ใช้รหัสไปรษณีย์ 10047

ในวันที่มีลมแรง ตึกยักษ์อาจแกว่ง ไป-มาได้ถึง 12 นิ้ว

มีหน้าต่างในตึกแฝด 43,600 บาน ซึ่งเท่ากับพื้นที่กระจกมากกว่า 600,000 ตารางฟุต ต้องใช้เวลาถึง 20 วันในการทำความสะอาดทั้งหมด

มีลิฟต์ 198 ตัวในตึกแฝดและช่องลิฟต์ยาว 15 ไมล์ ลิฟต์โดยสารด่วนในตึกแฝดแต่ละแห่งสามารถรองรับผู้ใหญ่ได้ถึง 55 คน

ธันวาคม 2513 “ตึกเหนือ” สร้างเสร็จเป็นตึกแรก ตามด้วย “ตึกใต้” เสร็จในเดือนกรกฎาคม 2514

มีโรงงานเหล็กอย่างน้อย 7 แห่งในอเมริกา จัดหาเหล็กโครงสร้างมากกว่า 200,000 ตันสำหรับการก่อสร้าง

จุดชมวิวของหอคอยด้านใต้อยู่บนชั้นที่ 107 ความสูง 1,377 ฟุตเหนือระดับถนน ถือเป็นจุดชมวิวที่สูงที่สุดในโลก เปิดให้บริการในเดือนธันวาคม พ.ศ.2518

แต่ละวันจะมีคนมาทำงานในอาคารนี้มากกว่า 50,000 คน เช้าวันนั้น ตึกแฝดของอเมริกาตกเป็น “เป้าหมาย” ที่ต้องถูกทำลายเพื่อแสดงการแก้แค้นของกลุ่มอัลกออิดะห์ที่เป็นศัตรูหมายเลข 1 ของอเมริกา

ทั้ง 2 ตึกแฝดโดนเครื่องบินพุ่งเข้าชนตรงกลางตึก (1 ลำ/ 1 ตึก) เกิดเป็นกองเพลิงบนฟ้านครนิวยอร์ก โทรทัศน์ไปตั้งกล้องอย่างเร็วปานฟ้าแลบ ถ่ายทอดสดให้คนทั่วโลกได้ชมกันสดๆ

ตึกแฝดสูง 110 ชั้น สูงเสียดฟ้าราว 500 เมตร ถล่มลงมาพร้อมกองเพลิงขนาดยักษ์ ก่อให้เกิดกลุ่มฝุ่นขนาดใหญ่ลอยฟุ้งในอากาศทั่วบริเวณ เกิดกองวัสดุ เศษซากนับแสนตันปะปนกับศพ

นี่คือเหตุฆาตกรรม ที่เปลี่ยนมหานครนิวยอร์กเป็นนรกบนดิน

ผู้รอดชีวิตคนสุดท้ายที่ถูกดึงออกมาจากเศษซากอาคาร คือเจเนลล์ กุซมัน-แมคมิลแลน ซึ่งถูกพบอยู่ในซากปรักหักพังของอาคารเหนือ 27 ชั่วโมงหลังจากที่อาคารถล่มลงมา

จำนวนผู้รอดชีวิตจากการพังทลายในเบื้องต้นไม่ทราบแน่ชัด แต่ถูกฝังอยู่ในช่องอากาศลึกใต้ซากปรักหักพัง ไม่สามารถช่วยเหลือได้ บางคนสามารถช่วยเหลือตัวเองและช่วยผู้อื่นจากซากปรักหักพังได้ด้วยการปีนขึ้นไปบนซากปรักหักพัง หรือขุดและฟังเสียงสิ่งมีชีวิตเพื่อนำเหยื่อออกมาจากซากปรักหักพังอย่างปลอดภัย

ตึกถล่มล้างโลก เริ่มตั้งแต่เช้า ไฟไหม้ยังคงลุกไหม้ด้วยน้ำมันเครื่องบิน ไหม้กองเศษซากและอาคาร เรื่อยมาจนถึงสิ้นเดือนธันวาคม 2544 ลุกลามต่อเนื่องในปี 2545

การตรวจสอบในเวลาต่อมา พบว่า ไฟ ควันไฟ ฝุ่น ปล่อยสารก่อมะเร็งออกมา สารปนเปื้อนเหล่านี้ยังคงอยู่ในแมนฮัตตันตอนล่างและบางส่วนของบรู๊คลินเป็นระยะเวลานาน

แน่นอนที่สุด …เจ้าหน้าที่กู้ภัย คนทำงานในพื้นที่ ผู้อยู่อาศัย อาสาสมัครและบุคคลอื่นๆ ได้รับสารเหล่านี้ในระยะเริ่มต้น และยังคงได้รับสารตกค้างในอาคารและนอกอาคาร รวมถึงได้รับก๊าซพิษ ควัน ไอระเหย และสารก่อมะเร็งจากไฟไหม้ที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง หากแต่เป็นหน้าที่ ความรับผิดชอบ จึงหลีกเลี่ยงไม่ได้

28 กันยายน 2551 มีตัวเลข…ตำรวจ นักดับเพลิง เจ้าหน้าที่กู้ภัย และสมาชิกชุมชนรวมกว่า 33,000 คน ได้รับการรักษาอาการบาดเจ็บและเจ็บป่วยที่เกี่ยวข้องกับการโจมตี รวมทั้งอาการทางระบบทางเดินหายใจ ปัญหาสุขภาพจิต เช่น PTSD และภาวะซึมเศร้า อาการทางระบบทางเดินอาหาร รวมถึงผู้ป่วยมะเร็ง อย่างน้อย 4,166 ราย

“ตำรวจ” เสียชีวิตจาก “อาการป่วย” ที่เกี่ยวข้องกับการโจมตีมากกว่าจำนวนผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ดังกล่าว

รายงาน ของ USA Today ประเมินว่ามีผู้เสียชีวิตภายในลิฟต์ประมาณ 200 คน ในขณะที่มีเพียง 21 คนเท่านั้นที่หนีออกจากลิฟต์ได้ อย่างไรก็ตาม ในเวลาต่อมาพบว่า 16% ของผู้ที่อพยพออกจากอาคารใต้ใช้ลิฟต์ และจากการจำลองการอพยพโดยไม่ใช้ลิฟต์ พบว่าการใช้ลิฟต์ช่วยชีวิตผู้คนในอาคารใต้ได้ประมาณ 3,000 คน

ลิฟต์หลายตัวไม่ได้ดิ่งลงมาเมื่อเครื่องบินชน แต่ถูกทิ้งไว้ในช่องลิฟต์ ทำให้ผู้โดยสารถูกไฟไหม้ตายหรือติดอยู่และไม่สามารถหนีออกมาได้ก่อนที่อาคารจะถล่ม

ฝุ่นพิษ เศษซาก และเถ้าถ่านจำนวนมากที่กระจุกตัวอยู่รอบๆ Ground Zero และสร้างปัญหาด้านสุขภาพในระยะยาว วัสดุพิษ เช่น แร่ใยหิน ตะกั่ว และปรอท เจ้าหน้าที่กู้ภัยและเหยื่อจำนวนมากไม่ได้สวมเครื่องช่วยหายใจ

มีรายงานในปี 2561 ว่าเจ้าหน้าที่เอฟบีไออย่างน้อย 15 นายเสียชีวิตด้วยโรคมะเร็ง ฝ่ายการแพทย์ของโครงการสุขภาพเวิลด์เทรดเซ็นเตอร์ที่โรงพยาบาลเมาท์ไซนายรายงานในปี 2561 ว่าจากเจ้าหน้าที่กู้ภัยและคนอื่นๆ ประมาณ 10,000 คนที่อยู่ในกราวด์ซีโร่และเป็นมะเร็งจากเหตุการณ์นั้น มากกว่า 2,000 คนเสียชีวิตด้วยโรคที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์นี้

สมาคมนักดับเพลิงในเครื่องแบบแห่งนิวยอร์กยังรายงานด้วยว่านักดับเพลิงเสียชีวิตมากกว่า 170 รายจากโรคที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์นี้ และนักดับเพลิงประมาณ 1 ใน 8 คนที่อยู่ในกราวด์ซีโร่เป็นมะเร็ง

ตำรวจอย่างน้อย 221 นายเสียชีวิตในช่วงหลายปีนับตั้งแต่ปี 2544 จากโรคที่เกี่ยวข้องกับการโจมตีในนิวยอร์กซิตี้

ในปี 2563 กรมตำรวจนิวยอร์กยืนยันว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจนิวยอร์ก 247 นายเสียชีวิตจากอาการป่วยที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ 9/11 จำนวนเจ้าหน้าที่ดับเพลิงเกี่ยวข้องกับตึกถล่มป่วย 299 นาย

งานหนักต่อเนื่องอีกนับ 10 ปี เพื่อ…ระบุตัวตนทางนิติเวช

เนื่องจากมีเศษซากมหาศาลและมีขนาดใหญ่ ทำให้ไม่สามารถพบผู้เสียชีวิต โดยรายงานระบุว่าพบศพที่สมบูรณ์เพียง 174 ศพจากผู้เสียชีวิตทั้งหมด 2,753 ราย พบเศษซากจำนวนมากในรองเท้าที่ค้นพบ จากชิ้นส่วนเสื้อผ้า

การระบุตัวตนโดยใช้ “ดีเอ็นเอ” สามารถทำได้โดยการเปรียบเทียบโปรไฟล์ดีเอ็นเอของตัวอย่างอ้างอิงกับตัวอย่างที่พบในซากศพมนุษย์ โดยการขอตัวอย่างจากสิ่งของส่วนตัว (แปรงสีฟัน/แปรงผม) หรือตัวอย่างทางชีวภาพที่เก็บไว้ ญาติ หรือซากศพอื่นๆ ที่ระบุตัวตนได้

ความร้อนที่รุนแรง แรงกด และการปนเปื้อนจากการพังทลายของอาคารทำให้ดีเอ็นเอบางส่วนเสื่อมสภาพและไม่สามารถใช้งานได้ ตัวอย่างยังเสื่อมสภาพเนื่องจากชิ้นส่วนร่างกายบางส่วนยังคงอยู่ในซากปรักหักพังเป็นเวลา 8-10 เดือน

สำนักงานนิติเวชมี “ชิ้นส่วนกระดูกและเนื้อเยื่อที่ไม่สามารถระบุตัวตนได้ประมาณ 10,000 ชิ้น ซึ่งไม่สามารถระบุได้กับรายชื่อผู้เสียชีวิต”

น่าปลื้มนะครับ..ที่ทางการสหรัฐทำงานหนักเพื่อระบุตัวตน

การทำความสะอาดบริเวณที่ตั้งของเวิลด์เทรดเซ็นเตอร์ (เรียกกันทั่วไปว่า “กราวด์ซีโร่”) เสร็จสิ้นในเดือนพฤษภาคม 2546 ในขณะที่เพนตากอนได้รับการซ่อมแซมภายใน 1 ปี

ขอเปลี่ยนประเด็นมาเป็น..การไล่ล่าผู้ก่อการร้าย

หลังเกิดเหตุ…ภายในเย็นวันนั้นเอง…หน่วยข่าวกรองกลาง (CIA) แจ้งต่อ ปธน.จอร์จ ดับเบิลยู บุชว่า เป็นฝีมือของ “กลุ่มอัลกออิดะห์” ภายใต้ การนำของ โอซามา บิน ลาเดน

สหรัฐตอบโต้ด้วยการเปิดฉากสงครามต่อต้านการก่อการร้ายและบุกโจมตีอัฟกานิสถานเพื่อโค่นล้ม “กลุ่มทาลิบัน”

สหรัฐเรียกร้องให้พันธมิตรต่อสู้กับกลุ่มอัลกออิดะห์ขณะที่กองกำลังของสหรัฐและพันธมิตรบุกโจมตีอัฟกานิสถาน โลกร้อนระอุ ชาติตะวันตกโดยทั่วไปและอเมริกา บังเกิดความเกลียดชังอิสลามอย่างร้ายแรง

สหรัฐทุ่มเทสรรพกำลังสุดฤทธิ์ พลิกแผ่นดิน เพื่อล่าตัววายร้าย บิน ลาเดน หน่วยข่าวกรองสหรัฐและพันธมิตร ทุ่มเท สืบสวน จับกุม ผู้เกี่ยวข้องได้แบบ เป็นขั้นเป็นตอน ทีละคนสองคน

กลุ่มอาคารเวิลด์เทรดอันสง่างามในนิวยอร์ก เป็นสัญลักษณ์ของ “อำนาจทางเศรษฐกิจและการทหาร” ของอเมริกา ที่ บิน ลาเดน ต้องทำลายล้างเพื่อทำให้อเมริกาอับอายต่อชาวโลก

ผู้ก่อการร้ายหมายเลข 1 ของโลก หลบหนีการจับกุมของสหรัฐ และหายหน้าหายตาไปจากความรู้เห็นของสาธารณะ

บิน ลาเดน ได้ปรากฏตัวในคลิปวิดีโอ อ้างตัวว่าเป็นผู้อยู่เบื้องหลังการโจมตี 11 กันยายน หลังจากนั้นเขาก็ได้ออกบันทึกเสียงเป็นระยะๆ

ราว 10 ปีต่อมา สหรัฐสามารถระบุพื้นที่หลบซ่อนตัวของเขาในปากีสถานได้สำเร็จ

2 พฤษภาคม 2554 ช่วงกลางดึก ทีมรบพิเศษ SEAL ที่รอคอยการแก้แค้นมา 10 ปี บุกไปสังหาร บิน ลาเดนได้ ซึ่งร่างของเขาและดีเอ็นเอได้รับการยืนยันอัตลักษณ์ก่อนนำไปทำพิธีศพ

ประธานาธิบดีบารัค โอบามา ออกมาประกาศการเสียชีวิตของ บิน ลาเดน อย่างเป็นทางการด้วยตนเอง และภายหลังอัลกออิดะฮ์ก็ได้ออกแถลงการณ์ยอมรับการเสียชีวิตของ บิน ลาเดน เช่นกัน…

ตึกถล่มครั้งนั้น…เป็นเรื่องก่อการร้าย

พลเอกนิพัทธ์ ทองเล็ก

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ภาพเก่าเล่าตำนาน : เครื่องบินชน…ตึกถล่ม… ก่อการร้ายในอเมริกา

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...