โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สมาคมผู้ค้าปลีกไทย หวั่นสงครามการค้า สินค้าจีน ปัญหานอมินีลุกลาม

กรุงเทพธุรกิจ

อัพเดต 21 เม.ย. 2568 เวลา 16.46 น. • เผยแพร่ 21 เม.ย. 2568 เวลา 11.00 น.

นายณัฐ วงศ์พานิช ประธานสมาคมผู้ค้าปลีกไทย กล่าวว่า จากการติดตามสถานการณ์ค้าปลีกไทยในปี 2568 มีความท้าทายมากขึ้น มาจากดัชนีความเชื่อมั่นของภาคค้าปลีกลดลง การบริโภคชะลอตัว การท่องเที่ยวขยายตัวลดลง และการส่งออกที่เผชิญกำแพงภาษี มีผลต่ออุตสาหกรรมค้าปลีกที่มีมูลค่าประมาณ 4 ล้านล้านบาท คาดว่าจะขยายตัวชะลอตัวอยู่ที่ 3.4% ในปี 2568 แตกต่างจากปี 2567 ที่ผ่านมา มีการขยาย 5.9% เป็นการประเมินจากศูนย์วิจัยกสิกรไทย

ขณะเดียวกันปัจจัยที่ต้องติดตามกับสงครามการค้าระหว่างสหรัฐ และจีน มีผลกระทบต่อการส่งออกของไทย และอีกด้านทำให้สินค้าจีนเกิดปัญหาโอเวอร์ซัพพลาย มีโอกาสเข้ามาในไทย และภูมิภาคอาเซียนจำนวนมาก กระทบต่อผู้ประกอบการไทย และเอสเอ็มอี ที่มีอยู่กว่า 3.3 ล้านราย รวมถึงทำให้ผู้ประกอบการไทยต้องปิดกิจการหรือมีการเลิกจ้างแรงงานได้

ทั้งนี้ประเมินเบื้องต้นสินค้าเข้ามาในประเทศจำนวนมากคือ สินค้าอิเล็กทรอนิกส์ สินค้าแอกเซสซอรี และสินค้าเครื่องหนัง รวมถึงต้องกังวลสินค้าด้อยคุณภาพที่เข้ามาทำในประเทศ

หวังรัฐเร่งตรวจสอบนอมินีธุรกิจ

สำหรับจากปัญหาสินค้าจากต่างประเทศที่เข้ามาไทย ภาครัฐควรดำเนินการทั้ง การตรวจสอบสินค้านำเข้า 100% แทนการสุ่มตรวจ ด้วยระบบเทคโนโลยีที่มีความแม่นยำ ทั้งการมีมาตรฐาน มอก. และฉลากต้องเป็น ภาษาไทย

ขณะเดียวกันควรเร่งปราบปรามธุรกิจนอมินี (Nominee) ที่สวมสิทธิคนไทยทุกระดับ ตั้งแต่รายย่อยถึง รายใหญ่ ครอบคลุมธุรกิจหลากหลาย เช่น ร้านอาหาร ซูเปอร์มาร์เก็ต และโรงแรมศูนย์เหรียญ เพื่อป้องกันการไหลออกของเม็ดเงิน ร่วมทำให้รายได้จากภาคค้าปลีกหมุนเวียนกลับสู่ระบบเศรษฐกิจ และผู้ประกอบการไทย อีกทั้งต้อง ป้องกันการสวมสิทธิผลิตสินค้าที่ใช้ไทยเป็นฐานการผลิตส่งออกไปสหรัฐ (Re-Export) ส่งผลให้ไทยเกินดุลสหรัฐ

นอกจากนี้ควรจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม VAT 7% กับสินค้าออนไลน์นำเข้าที่มีมูลค่าตั้งแต่บาทแรก จากเดิมสินค้าไม่เกิน 1,500 บาท ได้รับการยกเว้นภาษี ซึ่งควรออกเป็นกฎหมายบังคับใช้เป็นการถาวร การมุ่งปรับปรุงกฎหมายที่มีข้อจำกัด และไม่ครอบคลุมของ พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ หรือการซื้อขายสินค้าออนไลน์ โดยเฉพาะสินค้าไม่ได้มาตรฐานราคาถูกที่จำหน่ายผ่านแพลตฟอร์มต่างๆ และมีมาตรการรับมือสินค้าจากจีนที่เข้ามาในไทย

การออกมาตรการภาษี ดันไทยสู่ ชอปปิง พาราไดซ์

อีกทั้งควรมีมาตรการส่งเสริมการท่องเที่ยวของไทย ร่วมดึงดูดนักท่องเที่ยวระยะไกลเข้ามาในประเทศ ทั้งจากยุโรป และตะวันออกกลาง พร้อมมีมาตรการทางภาษีดึงดูดนักท่องเที่ยว ทั้งการทำชอปปิงยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม (Instant Tax Refund) โดยการทำมาตรการ Instant Tax Refund คืนภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% ให้กับนักท่องเที่ยวที่มียอดซื้อสินค้าขั้นต่ำ 3,000 บาทขึ้นไป ต่อ 1 วันในร้านค้าเดียวกัน เพื่อกระตุ้นการใช้จ่าย และดึงดูดนักท่องเที่ยวให้เพิ่มมากขึ้น

พร้อมกันนี้ควรทำเขตปลอดภาษีสำหรับสินค้าไลฟ์สไตล์ (Shopping Paradise Sandbox) โดยการลดภาษีนำเข้าสินค้าไลฟ์สไตล์ ทั้งแฟชั่น เครื่องสำอาง เครื่องหนัง น้ำหอม ซึ่งนำร่องทำแซนด์บ็อกซ์เป็นเขตปลอดภาษี (Free Trade Zone) ในจังหวัดท่องเที่ยว เช่น ภูเก็ต

ขณะเดียวกันควรลดภาษีนำเข้าสินค้าไลฟ์สไตล์จากสหรัฐ เพื่อร่วมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศสหรัฐ และไทย นำร่องที่พื้นที่ภูเก็ต ก่อน เพื่อร่วมกระตุ้นการใช้จ่ายในประเทศไทย โดยเฉพาะจากกลุ่มนักท่องเที่ยว

ทั้งหมดจะร่วมทำให้ประเทศไทยก้าวสู่เมืองสวรรค์ของการชอปปิงในภูมิภาค หรือ ชอปปิง พาราไดซ์ ได้สำเร็จ

ผู้ประกอบการควรรับมือค้าปลีกที่เปลี่ยนแปลงไป

ทั้งนี้ผู้ประกอบการค้าปลีกควรเร่งดำเนินการปรับตัวรับมือกับเทรนด์ค้าปลีกที่เปลี่ยนแปลงไปทั้ง Convergence Commerce as the New Standard มุ่งสร้างประสบการณ์ที่เชื่อมโยงอย่างไร้รอยต่อระหว่างช่องทาง Offline และ Online รวมถึงร่วมมือร้านค้ารายใหญ่ และรายย่อยให้เป็นระบบนิเวศ (Ecosystem) เดียวกัน

การใช้ AI Personalization Engine มุ่งนำเสนอสินค้า โปรโมชัน และประสบการณ์ที่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าแต่ละรายอย่างเฉพาะบุคคล (Personalization) ด้วยการใช้ AI วิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data) เพื่อบริหารจัดการสต๊อกสินค้าอย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยเพิ่มยอดขาย ลดปริมาณสินค้าคงคลัง และ Sustainable Retail ผู้บริโภคยุคใหม่ให้ความสนใจแบรนด์ที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม และมุ่งใช้บรรจุภัณฑ์ยั่งยืน

พิสูจน์อักษร….สุรีย์ ศิลาวงษ์

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...