โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

เทรนด์เที่ยวของคนชอบกิน ‘Gastronomy Tourism’ ชูราชาผลไม้ ‘ทุเรียนหมอนทอง’ เบอร์หนึ่งส่งออกของไทย ฟื้นยอดนักท่องเที่ยว

TODAY Bizview

อัพเดต 24 เม.ย. 2568 เวลา 14.29 น. • เผยแพร่ 24 เม.ย. 2568 เวลา 07.29 น. • workpointTODAY

ประเทศไทยมีจุดดึงดูดนักท่องเที่ยวหลายอย่าง ตั้งแต่สถานที่ ผู้คน ไปจนถึงอาหาร เทรนด์ที่นักการตลาดกำลังพูดถึง และมาแรงมากๆ ในปีนี้ก็คือ ‘Gastronomy Tourism’ การท่องเที่ยวเชิงอาหาร

ศูนย์วิจัย‘Baramizi Lab’ ที่ปรึกษาและช่วยสร้างแบรนด์ระบุว่า นักท่องเที่ยวมากถึง 53% เลือกที่เที่ยวจากอาหารและเครื่องดื่มที่อยากลองชิม ดังนั้น อาหารไทย ผลไม้ไทยมากมายที่ตอนนี้กลายมาเป็น Soft power เป็นความได้เปรียบของประเทศที่จะฟื้นฟูการท่องเที่ยวด้วยเทรนด์นี้

ทางด้าน Credence Research บริษัทวิจัยตลาดได้คาดการณ์ว่า ตลาดการท่องเที่ยวด้านอาหารของไทยจะเติบโตจาก 32,489.66 ล้านเหรียญสหรัฐในปี 2567 เป็น 80,730.95 ล้านเหรียญสหรัฐภายในปี 2575 คิดเป็นอัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปี (CAGR) ที่สูงถึง 12.05%

โอกาสที่เห็นนี้ทำให้โรงแรมระดับ 5 ดาวอย่าง ‘ไฮแอท รีเจนซี่ กรุงเทพฯ สุขุมวิท’ ทำการตลาดเพื่อกระตุ้นกลุ่มนักท่องเที่ยวด้วยพระเอกอย่าง‘ทุเรียนหมอนทอง’ ซึ่ง มร.แซมมี่ คาโรลุส ผู้จัดการทั่วไปของโรงแรม กล่าวว่า “เราน่าจะเป็นโรงแรมแรกๆ ในไทยที่ทำการตลาดกับทุเรียน ผลไม้ที่มีกลิ่นแรง และหลายคนก็กังวลเรื่องกลิ่นว่าจะไปรบกวนแขกที่มาพักโรงแรมหรือไม่ แต่ทุเรียนหมอนทองที่เราใช้กลิ่นไม่รุนแรงแบบนั้น”

[ ลูกค้าห้องอาหารเพิ่ม 41% เพราะทุเรียน ]

ช่วงที่จัดโปรโมชั่น ‘Durian Decadent Afternoon Tea’ ที่โรงแรมทำร่วมกับ Toby’s Farm เป็นปีที่ 2 สะท้อนให้เห็นถึงความสำเร็จตั้งแต่ปีแรก โดยมีลูกค้าเข้ามาที่ห้องอาหารเพิ่มขึ้นถึง 41% เทียบกับช่วงเวลาปกติ

Top 3 กลุ่มลูกค้าห้องอาหารช่วงที่มีโปรโมชั่นนี้ ก็คือ จีน, ไต้หวัน และ สิงคโปร์ แต่ มร.แซมมี่ บอกว่า โดยปกติกลุ่มลูกค้าหลักของโรงแรม Top 5 ที่มาพักที่โรงแรมแห่งนี้ ไม่ใช่ ‘จีน’ อันดับหนึ่ง แต่เป็น ‘สหรัฐอเมริกา’ ส่วนประเทศอื่น ดังนี้

  • สหรัฐอเมริกา

  • จีน

  • ญี่ปุ่น

  • เกาหลีใต้

  • สิงคโปร์

อุตสาหกรรมโรงแรมและการท่องเที่ยวไทยกำลังเข้าสู่ช่วงฟื้นตัวที่แข็งแกร่ง ด้วยรายได้ธุรกิจโรงแรมที่คาดการณ์ว่าจะมีมูลค่าราว 9.0-9.6 แสนล้านบาทในปี 2567-2568

ส่วนอัตราการเข้าพักและราคาห้องพักเฉลี่ยกลับมาใกล้เคียงระดับก่อนโควิด โดยครึ่งแรกของปี 2567 ไทยได้ต้อนรับนักท่องเที่ยวต่างชาติกว่า 17.5 ล้านคน หรือ 88% เพิ่มจากปี 2562

นักการตลาดมองว่า ช่วงเวลานี้เป็นโอกาสทองของผู้ประกอบการในการสร้างสรรค์ประสบการณ์ที่แตกต่างและโดดเด่น โดยเฉพาะการใช้แคมเปญเชิงวัฒนธรรมและอาหาร เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศที่กำลังกลับมาเที่ยวเมืองไทยอย่างคึกคักอีกครั้ง

[ จีน ตลาดบริโภคทุเรียนมากที่สุดในโลก ]

ถามว่าปัจจุบันใครบริโภค ‘ทุเรียนมากที่สุด’ ก็ยังคงเป็น ‘จีน’ ที่เป็นตลาดหลักบริโภคทุเรียนมากถึง 91% ของดีมานด์ทั้งหมดทั่วโลก

กระทรวงพาณิชย์ ประเทศไทย เปิดเผยว่า การส่งออกทุเรียนสดของไทยคิดเป็นมูลค่า 3,219.42 ล้านเหรียญสหรัฐในปี 2565 มีส่วนแบ่งในตลาดโลกสูงถึง 93.3% โดยมีตลาดหลักคือ จีน ฮ่องกง และไต้หวัน

Mordor Intelligence รายงานว่า ตลาดทุเรียนสดทั่วโลกคาดว่าจะเติบโตจาก 10.78 พันล้านเหรียญสหรัฐในปี 2025 เป็น 16.89 พันล้านเหรียญสหรัฐในปี 2030 ด้วยอัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปี (CAGR) 9.4%

ธวัชชัย จุงสุพงษ์เจ้าของ Toby’s Farm ระบุว่า ไทยยังเป็นตลาดผู้ส่งออกทุเรียนที่สำคัญของโลก โดยเฉพาะทุเรียนหมอนทอง ซึ่งไทยเป็นเบอร์ 1 มาโดยตลอด แต่ช่วงหลังๆ ตลาดทุเรียนจากเพื่อบ้านเริ่มสร้างความกังวล และทำให้เกิดความท้าทายในการแข่งขันขึ้น

เพราะ‘ราคา’ ของทุเรียนเพื่อนบ้านที่ถูกกว่าไทย แม้ว่าปัจจุบันอาจจะยังไม่เป็นที่นิยมมากนักในตลาดหลักอย่างจีน หรือตลาดอื่นๆ ที่ชอบทุเรียน แต่ภาวะเศรษฐกิจที่ยังไม่ฟื้นตัว บวกกับมาตรฐานการส่งออกที่เข้มงวด และสภาพอากาศที่ร้อนขึ้นทุกวัน

มูลค่าของทุเรียนไทยผ่านจะมีปัญหาได้ในอนาคต และทุเรียนเพื่อนบ้านก็อาจจะตีตลาดเคียงคู่ทุเรียนไทยด้วยเช่นกัน

“ทุกวันนี้บ้านเรามีสายพันธุ์ทุเรียนมากถึง 227 สายพันธุ์ หมอนทองยังเป็นอันดับ 1 ที่คนนิยม แต่ก็ไม่ใช่ว่าเราไม่มีโอกาสพัฒนาสายพันธุ์อื่นได้เลย ปัจจัยหลายเรื่องทั้งคุณภาพ, คู่แข่งในตลาด และเหตุการณ์ที่เกินควบคุม อย่างสภาพอากาศ ผมคิดว่า Soft Power สำคัญ และการท่องเที่ยวเชิงอาหารก็จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ และการท่องเที่ยวได้”

แน่นอนว่านอกจากทุเรียน ที่เป็นสินค้าเศรษฐกิจของไทยอยู่แล้ว ถ้าเราสามารถพัฒนาสายพันธุ์อื่นๆ ของทุเรียน หรือเพิ่มโอกาสให้กับผลไม้ท้องถิ่นอื่นๆ ให้เป็นที่ชื่นชอบของนักท่องเที่ยว Gastronomy Tourism ก็น่าจะเหมาะมากๆ กับไทย ในฐานะที่เป็นทั้งครัวของโลก และประเทศที่อุดมไปด้วยความสมบูรณ์ของผลไม้นานาพันธุ์

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...