โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

บล.ทิสโก้ เปิด 7 หุ้นหลบภัยชั้นยอด หลัง ตลาดหุ้นไทย ผันผวน-P/BV ต่ำใกล้ช่วงวิกฤติ

การเงินธนาคาร

อัพเดต 04 ก.พ. 2568 เวลา 12.54 น. • เผยแพร่ 04 ก.พ. 2568 เวลา 05.54 น.

บล.ทิสโก้ เปิด 7 หุ้นหลบภัยชั้นยอด หลัง ตลาดหุ้นไทย ผันผวน-P/BV ใกล้ช่วงวิกฤติคล้ายกับช่วงวิกฤติต้มยำกุ้ง วิกฤติแฮมเบอร์เกอร์ และวิกฤติ COVID-19

หุ้นไทย บล.ทิสโก้

วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2568 นายอภิชาติ ผู้บรรเจิดกุล, CISA ผู้อำนวยการอาวุโส สายงานวิเคราะห์เชิงกลยุทธ์ บริษัทหลักทรัพย์ ทิสโก้ จำกัด เปิดเผยว่า ตลาดหุ้นไทย ในปัจจุบันอยู่ในภาวะ “ตกต่ำ” จนใกล้สุกงอมจาก อัตราส่วนราคาตลาดต่อมูลค่าตามบัญชี (P/BV) อยู่ในระดับต่ำ มูลค่าซื้อขายลดลงเกือบ 60% จากจุดสูงสุด และสภาพคล่องในตลาดลดลงต่อเนื่องในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา สำหรับภาพรวมการลงทุนนั้นในเชิงกลยุทธ์

เราให้น้ำหนักกลุ่มที่มีสัญญาณแข็งแกร่งกว่าตลาดในปีนี้ เช่น กลุ่ม BANK และกลุ่ม COMM โดยเน้นที่อยู่ใน SETHD Index ที่มีโอกาสชนะตลาดในระยะสั้น ผสานกับหุ้นอิงการบริโภคในประเทศที่ได้ประโยชน์จากมาตรการภาครัฐ คือ E-Receipt-แจกเงินหมื่น-ลดค่าไฟ-ไฮซีซั่นการท่องเที่ยว
และไม่ได้รับผลกระทบจากนโยบายทรัมป์ คือ AP, BBL, BJC, CRC, KGI, KTB และ TASCO

“บล.ทิสโก้มองว่าหุ้นกลุ่ม BANK และกลุ่ม COMM เป็นกลุ่มหุ้นที่น่าสนใจในช่วงนี้ โดยเน้นหุ้นที่อยู่ใน SETHD Index ที่มีโอกาสชนะตลาดในระยะสั้น คือ AP, BBL, KTB, TASCO ผสานกับหุ้นอิงการบริโภคในประเทศที่ได้ประโยชน์จากมาตรการภาครัฐ และไม่ได้รับผลกระทบจากนโยบายทรัมป์ คือ BJC และ CRC และหุ้นม้ามืดที่อาจถูกหยิบขึ้นมาเก็งกำไรในเดือน กุมภาพันธ์จากการจ่ายเงินปันผลที่สูง คือ KGI เพราะฉะนั้น หุ้นเด่นที่เราแนะนำในเดือนกุมภาพันธ์ คือ AP, BBL, BJC, CRC, KGI, KTB และ TASCO ด้านแนวรับสำคัญของเดือนนี้อยู่ที่ 1,300 จุด และแนวรับต่ำไปคือ 1,270-1,280 จุด แนวต้านสำคัญอยู่ที่ 1,340 จุด และ 1,365-1,370 จุด ตามลำดับ” นายอภิชาติกล่าว

+สำหรับรายละเอียดที่ บล.ทิสโก้มองว่าตลาดหุ้นไทยอยู่ในภาวะตกต่ำนั้นมาจาก 3 ปัจจัย คือ +

อัตราส่วนราคาตลาดต่อมูลค่าตามบัญชี (P/BV) โดยรวมถืออยู่ในโซนต่ำบนเส้นแนวโน้ม PBV ระยะยาวที่เคยผ่านวิกฤติมาแล้ว 3 ครั้ง คือ

  • วิกฤติต้มยำกุ้งปี 2540
  • วิกฤติแฮมเบอร์เกอร์ปี 2551
  • วิกฤติโควิดปี 2563

ที่บริเวณ 0.5-0.6 เท่า, 0.8-0.9 เท่า และ 1.1-1.2 เท่าตามลำดับ นอกจากนี้ ในปัจจุบันมีสัดส่วนหุ้นที่ซื้อขายต่ำกว่ามูลค่าทางบัญชี (BV) (PBV < 1x) จำนวนมากถึง 58% ของหุ้นทั้งหมด 926 ตัวทั้งในตลาด SET และ mai เทียบกับช่วงวิกฤติ 3 ครั้งก่อนที่สัดส่วนนี้อยู่ที่ 60-70%

ภาวะตกต่ำของตลาดนอกจากจะดูได้จากระดับ PBV ในตลาดแล้ว ยังสามารถดูได้จาก มูลค่าการซื้อขายในตลาด ปัจจุบันมูลค่าซื้อขายหุ้นไทยลดลงจากที่ขึ้นสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่เฉลี่ยวันละ 8.8 หมื่นล้านบาทในปี 2564 มาเหลือเพียงเฉลี่ยวันละ 3.7 หมื่นล้านบาทในเดือนที่แล้ว หรือลดลงเกือบ 60% ขณะที่ Turnover Ratio ก็ลดลงเหลือเพียงประมาณ 20% ต้น ๆ ซึ่งเป็นระดับ -1SD จากค่าเฉลี่ยระยะยาว

นอกจากนี้ตัวชี้วัดสภาพคล่องในตลาดโดยผ่านการกู้ยืมเงินเพื่อซื้อหุ้นหรือการจำนำหุ้นในการค้ำประกันเงินกู้ปรับตัวลดลงต่อเนื่องในช่วง 3 ปีที่ผ่านมาจากระดับสูงสุดที่มีมูลค่ากว่า 4.14 แสนล้านบาท ลดลงมากกว่า 40% เหลือ 2.44 แสนล้านบาทในปัจจุบัน ซึ่งอยู่ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในระยะยาวแล้ว สะท้อนการ Deleverage ของตลาดไปมากพอสมควรแล้ว ดังนั้นเราการถูกบังคับขายจากการปรับตัวลงของราคาหุ้นไม่น่าจะส่งผลกระทบต่อตลาดอย่างมีนัยสำคัญเหมือนที่ผ่านมาแล้ว

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ ตลาดหุ้นทั้งไทยและเทศ ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...