โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

บุกจับ กก.บริษัทจำหน่ายรถหรูนำเข้าเลี่ยงภาษีกว่า 160 ล้านบาท

ข่าวเวิร์คพอยท์ 23

อัพเดต 05 ก.พ. 2568 เวลา 12.00 น. • เผยแพร่ 05 ก.พ. 2568 เวลา 12.00 น. • Tum1

(5 ก.พ.68) เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม กองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) นำโดย พ.ต.ท.พีระพัฒน์ สุทธเสนา สว.กก.2 บก.ปอศ. , ร.ต.อ.ศรัณยพงษ์ จังพนาสิน , ร.ต.อ.ปฏิภาณ เป็นสุข รอง สว.กก.2 บก.ปอศ. , ร.ต.ท.คณาธิป สงพิมพ์ รอง สว.(ป.) กก.2 บก.ปอศ.และ ด.ต.นิติธร ปานพวงแก้ว ผบ.หมู่ กก.2 บก.ปอศ. ร่วมกันจับกุม นายจักรี (สงวนนามสกุล) อายุ 48 ปี บริเวณหน้าห้องพัก อาคารแห่งหนึ่ง หมู่ที่ 2 ต.สามเรือน อ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา ผู้ต้องหาตามหมายจับ ของศาลอาญา ที่ 403/2568 ลงวันที่ 21 ม.ค.68 ในความผิดฐาน “หลีกเลี่ยงหรือพยายามหลีกเลี่ยงการเสียภาษีอากร”

คดีนี้ หลังจากกรมสรรพากร ตรวจสอบพบว่าบริษัทแห่งหนึ่ง ซึ่งประกอบกิจการขายรถยนต์และชิ้นส่วนอุปกรณ์รถยนต์หรู มีนายจักรี เป็นกรรมการ ผู้มีอำนาจ มีพฤติกรรมในการเลี่ยงภาษี โดยการแจ้งข้อมูลอันเป็นเท็จ ต่อเจ้าหน้าที่กรมสรรพากร จากการตรวจสอบประวัติการยื่นภาษีของบริษัทดังกล่าวย้อนหลัง ช่วงระยะเวลา 4 ปี (2554-2558) พบว่า มีการยื่นรายได้อยู่ที่ประมาณ 400 ล้านบาท เมื่อทำการตรวจสอบบัญชีธนาคารของบริษัทดังกล่าว กลับพบว่า มีเงินฝากเข้าบัญชีบริษัทกว่า 1,000 ล้านบาท ซึ่งมีจำนวนสูงกว่ายอดรายได้ที่ยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้นิติบุคคล หรือ ภ.ง.ด.50 ต่อกรมสรรพากร และบริษัทไม่สามารถนำส่งเอกสารและชี้แจงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับกิจการหรือที่มาของเงินได้

การกระทำในลักษณะดังกล่าว เป็นการกระทำโดยการแจ้งความเท็จ โดยฉ้อโกงหรืออุบาย หรือโดยวิธีการอื่นใด เพื่อหลีกเลี่ยงหรือพยายามหลีกเลี่ยงการเสียภาษีอากร เป็นเหตุให้รัฐได้รับความเสียหายไม่สามารถจัดเก็บภาษีได้กว่า 160 ล้านบาท ต่อมากรมสรรพากร จึงได้นำพยานหลักฐานมาร้องทุกข์เพื่อดำเนินคดีกับบริษัทดังกล่าว จนกว่าคดีจะถึงที่สุดตามกฎหมาย

ต่อมา เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.2 บก.ปอศ.ได้ทำการสืบสวนทราบว่า ผู้ต้องหานี้ได้หลบหนีมาพักอาศัยอยู่ที่ ห้องพักแห่งหนึ่ง ใน จ.พระนครศรีอยุธยา จึงได้นำกำลังเข้าไปทำการจับกุมตัว ตามหมายจับของศาลอาญาดังกล่าว และนำตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวน กก.2 บก.ปอศ. เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย

สอบถามคำให้การผู้ต้องหาเบื้องต้น ผู้ต้องหาให้การปฏิเสธ และอ้างว่าตนได้มาสมัครงานเป็นพนักงานขับรถยนต์และพนักงานขายที่บริษัทดังกล่าว โดยมีพนักงานฝ่ายบุคคล ได้ให้ตนมอบเอกสารส่วนบุคคล เพื่อใช้ในการสมัครงาน โดยไม่ทราบมาก่อนว่า ได้มีการนำเอกสารของตนไปเปิดและจดทะเบียนบริษัท ตนมาทราบภายหลังจากที่เจ้าหน้าที่ตำรวจติดตามจับกุมตัวและได้แจ้งให้ตนทราบเท่านั้น

โอกาสนี้ ตำรวจสอบสวนกลาง โดย บก.ปอศ.ฝากเตือนถึงประชาชน ห้ามขาย หรือให้บัตรประชาชนแก่ผู้อื่นโดยไม่ทราบวัตถุประสงค์ มิเช่นนั้นจะตกเป็นผู้ต้องหาโดยไม่รู้ตัว ซึ่ง บก.ปอศ.ยืนยันว่า ได้ดำเนินการตามมาตรการเชิงรุก ป้องกันปราบปรามและจับกุมผู้กระทำความผิดอย่างจริงจัง - ข่าวเวิร์คพอยท์รายงาน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...