โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เทียบฟอร์มกันชัดๆ ''พิมล VS สุชัย'' ศึกชิงปธ.อลป.

108 ดู

ใกล้เข้ามาทุกทีกับการเลือกประธานคณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทย ในวันที่ 25 มีนาคม 2568 และยิ่งใกล้วันเลือกเท่าไหร่ ดูเหมือนว่าอุณหภูมิความเดือดก็ยิ่งจะสูงขึ้นเท่านั้น

การแข่งขัน ณ เวลานี้เหลือเพียงสองผู้ท้าชิง ระหว่าง ผศ.พิมล ศรีวิกรม์ นายกสมาคมกีฬาเทควันโด กับ สุชัย พรชัยศักดิ์อุดม นายกลอนเทนนิสสมาคมแห่งประเทศไทยเนื่องจากอีกหนึ่งตัวเต็งอย่าง คุณหญิงปัทมา ลีสวัสดิ์ตระกูล ไอโอซีเมมเบอร์ และนายกสมาคมกีฬาแบดมินตันฯ เสียสละ ออกมาประกาศชัดไม่ขอรับตำแหน่งประธานโอลิมปิคไทย

แม้จะมีผู้เสนอชื่อ ในวันเลือกตั้ง วันที่ 25 มีนาคม นี้ ก็ตาม พร้อมย้ำมีเสียงสนับสนุน และทีมงานพร้อมอยู่แล้ว แต่ที่ตัดสินใจเช่นนี้ เพราะต้องการรักษาบรรยากาศที่ดีในวงการกีฬาเอาไว้ ยกผู้เสนอตัวทั้ง 2 ท่าน มีคุณสมบัติเหมาะสม หลังเลือกตั้งยินดีช่วยประสานงานด้านกีฬาทั้งในและต่างประเทศ อย่างต่อเนื่องต่อไป

ใครจะมารับช่วงต่อจาก "บิ๊กป้อม" พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ ที่หมดวาระลงไปแล้ว วันนี้เราจะมา เทียบนโยบายกัน ว่าใครดูดี ดูเหมาะสมต่อวงการกีฬาไทยโดยเริ่มที่ "บิ๊กเอ" ผศ. พิมล ศรีวิกรม์ นายกสมาคมกีฬาเทควันโดแห่งประเทศไทย "บิ๊กเอ" ปัจจุบันดำรงตำแหน่งนายกสมาคมเทควันโดแห่งประเทศไทย มีพื้นฐานเป็นนักการเมืองอดีต ส.ส. พรรคเพื่อไทย และเป็นที่ปรึกษานโยบายกีฬาของพรรค นอกจากนี้ยังเป็นหนึ่งในคณะกรรมการยุทธศาสตร์ซอฟต์พาวเวอร์แห่งชาติ ซึ่งเป็นนโยบายสำคัญของรัฐบาลชุดปัจจุบัน

นโยบายหลัก ''บิ๊กเอ" เน้นการแก้ปัญหาด้านงบประมาณในวงการกีฬา โดยมีข้อเสนอที่โดดเด่น ได้แก่ ปรับเพิ่มเบี้ยเลี้ยงนักกีฬาเก็บตัวจาก 900 บาท เป็น 1,200 บาท , เพิ่มเงินรางวัลซีเกมส์สำหรับเหรียญทองจาก 300,000 บาท เป็น 500,000 บาท , จัดสรรเงินอัดฉีดพิเศษ 2 ล้านบาท ด้วยงบประมาณรวม 150-200 ล้านบาท "บิ๊กเอ" ยังมีเครือข่ายทางการเมืองที่แข็งแกร่ง โดยเฉพาะความสัมพันธ์กับรัฐบาลชุดปัจจุบัน สามารถเข้าถึงงบประมาณด้านซอฟต์พาวเวอร์ได้ง่าย

"บิ๊กเอ" ยังมีทีมงานที่แข็งแกร่ง เป็นบิ๊กเนมในวงการกีฬามาเปิดตัวเป็นทีมงานมากมาย ไม่ว่าจะเป็น “บิ๊กแน๊ต” นายชัยภักดิ์ ศิริวัฒน์ นายกสมาคมกีฬาฮอกกี้แห่งประเทศไทย ,"เสธ.ยอด” พล.ต.อินทรัตน์ ยอดบางเตย นายกกิตติมศักดิ์สมาคมกีฬายกน้ำหนักสมัครเล่นแห่งประเทศไทย ,"เสธ.หมึก” พล.อ.เดชา เหมกระศรี นายกสมาคมกีฬาจักรยานแห่งประเทศไทยฯ ,"บิ๊กต้อม” นาย ธนา ไชยประสิทธิ์ นายกสมาคมกีฬาตะกร้อแห่งประเทศไทย ส่วน มาดามแป้ง” นางนวลพรรณ ล่ำซำ นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ก็อยู่ในทีมชุดนี้ด้วย

ฟากฝั่งของ สุชัย พรชัยศักดิ์อุดม เป็นประธานที่ปรึกษาสมาคมกีฬามวยสากล และนายกสมาคมกีฬาลอนเทนนิสแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ซึ่งดำรงตำแหน่งเป็นสมัยที่ 2 ปี2567-2571 โดยนโยบายหลักในการบริหารงานของปี 2568 จะยังคงให้ความสำคัญกับการพัฒนานักเทนนิสทุกระดับอย่างต่อเนื่อง และจะมีการเพิ่มรายการแข่งขันให้มากขึ้น ทั้งสำหรับเด็ก เยาวชน และประชาชนทั่วไปอย่างต่อเนื่องกว่า 200 รายการ พร้อมทั้งให้ความสำคัญกับการแข่งขันภายในประเทศ และระดับนานาชาติ

นโยบายหลัก ของ สุชัย เน้นการระดมทุนและการสร้างความร่วมมือ โดยมีข้อเสนอหลัก ได้แก่ ระดมทุน 200 ล้านบาทจากภาคเอกชน เพื่อจัดตั้งกองทุนช่วยเหลือสมาคมกีฬาที่ขาดแคลน ,จัดทำบันทึกข้อตกลง MOU 3 ฝ่าย ระหว่างโอลิมปิกไทย การกีฬาแห่งประเทศไทย และสมาคมกีฬา ,ตั้งเป้าหมายระยะยาวในการผลักดันให้ไทยเป็นเจ้าภาพการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก

สุชัย และทีมงานที่สายสัมพันธ์ที่แนบแน่นกับ IOC อย่างสีหศักดิ์ อารีราชการัณฑ์" ลูกชายของอดีต "เสธจารึก" เลขาธิการโอลิมปิก 6 สมัย ในตำแหน่งเลขาธิการมาพร้อมทีมงานชุดใหญ่ไฟกระพริบ ซึ่งประกอบด้วย ดร.สีหศักดิ์ อารีราชการัณย์ นายกสมาคมกีฬาฟิกเกอร์และสปีดสเก็ตติ้งแห่งประเทศไทย, พลตำรวจโท ชัยวัฒน์ โชติมา เลขาธิการสมาคมกีฬามวยสากลแห่งประเทศไทย ซึ่งเป็นผู้แทน นายพิชัย ชุณหวชิร นายกสมาคมกีฬามวยสากลแห่งประเทศไทย รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และ นายไทยทนุ วรรณสุข เลขาธิการสมาคมกีฬาลอนเทนนิสฯ

สุชัย มีจุดแข็ง คือมีประสบการณ์บริหารกีฬาโดยตรงและยาวนาน ,มีเครือข่ายในวงการธุรกิจที่สามารถระดมทุนได้อย่างเป็นรูปธรรม , มีทีมงานที่มีชื่อเสียง รวมถึง "พิชัย ชุณหวชิร" รัฐมนตรีและนายกสมาคมมวยสมัครเล่น ในตำแหน่งอุปนายก และ "สีหศักดิ์ อารีราชการัณฑ์" ลูกชายของอดีตเลขาธิการโอลิมปิก 6 สมัย ในตำแหน่งเลขาธิการ

นี่ถือเป็นครั้งแรกในหน้าประวัติศาสตร์วงการกีฬาไทย ที่มีการเปิดหน้าขับเคี่ยวแย่งชิงตำแหน่งประธานโอลิมปิคฯ กันชนิดดุเดือดขนาดนี้ มองมุมดี อาจเป็นมาตรฐานใหม่ที่จะทำให้เราได้คนที่ดีที่สุดเข้ามาทำงาน

วันที่ 25 มีนาคม 2568 จะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของวงการกีฬาไทย การตัดสินใจว่าใครจะเป็นผู้นำคณะกรรมการโอลิมปิกแห่งประเทศไทยคนต่อไประหว่าง พิมล ศรีวิกรม์ หรือ สุชัย พรชัยศักดิ์อุดม ไม่ว่าใครจะได้รับเลือก ความท้าทายที่รออยู่คือการพัฒนาวงการกีฬาไทยให้มีมาตรฐานระดับสากล เเละคำนึงถึงประโยชน์ของนักกีฬาและการพัฒนากีฬาในระยะยาวเป็นสำคัญ

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

Facebook :https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube :https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

LINE Official Account :@innnews

INN News

เผยแพร่ 22 มี.ค. 2568 เวลา 03.58 น.

เล่นอัตโนมัติ

Loading...
Loading...

คลิปล่าสุดจาก INN News

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...