โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

จีนเร่งสร้างท่าเรือสีเขียว ทันสมัย ขึ้นรอบอ่าวโป๋ไห่

China Media Group

อัพเดต 19 มี.ค. 2568 เวลา 00.56 น. • เผยแพร่ 19 มี.ค. 2568 เวลา 00.55 น.

“จีนเร่งสร้างท่าเรือสีเขียว ทันสมัย ขึ้นรอบอ่าวโป๋ไห่”

โดย รศ.วิภา อุตมฉันท์

ใครที่สนใจหรือรู้จักประเทศจีนดีพอจะรู้ว่า ลักษณะทางภูมิศาสตร์แบบสุดขั้วของจีนมี 2 อย่าง คือทะเลทรายกว้างใหญ่ทางทิศตะวันตก และมหาสมุทรล้อมรอบชายฝั่งทะเลทางทิศตะวันออกตั้งแต่เหนือสุดจรดใต้สุด ในสมัยโบราณการเดินเรือยังไม่เจริญ จีนต้องใช้การเดินทางข้ามทะเลทรายเพื่อติดต่อทำการค้ากับโลกภายนอก แต่ท่าเรือริมทะเลจะเป็นส่วนที่ชาวบ้านใช้ทำการประมงเล็ก ๆ น้อย ๆ หากุ้งหาปลา ซึ่งมีเต็มไปหมดตามชายฝั่ง

กลับไปดูแผนที่อีกที ท่านจะพบว่าพื้นที่ส่วนที่เป็นชายฝั่งของประเทศทางเหนืออยู่ที่มณฑลเหอเป่ย ซึ่งมีปักกิ่งและเทียนสินรวมอยู่ด้วย ที่นี่มีอ่าวขนาดใหญ่เรียกว่า “อ่าวโป๋ไห่” ทิศตะวันตกติดแผ่นดินจีน ทิศตะวันออกยื่นไปใกล้กับเกาหลีใต้ สภาพทางภูมิศาสตร์ที่มีลักษณะเป็นอ่าวปิด ล้อมรอบด้วยแผ่นดินเหมาะอย่างยิ่งในการป้องกันพายุคลื่นลมแรง ที่นี่จึงเป็นที่ตั้งของท่าเรือขนาดใหญ่ถึง 3 แห่ง

เดือนพฤษภาคม 2023 สีจิ้นผิงเดินทางไปสำรวจพื้นที่มณฑลเหอเป่ย ที่นี่เขามองเห็นลักษณะพิเศษของอ่าวโป๋ไห่ทันที จึงได้นำเสนอเป็นนโยบายให้รัฐเร่งยกระดับท่าเรือทั้ง 3 แห่งขึ้นมาโดยถือเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาปักกิ่ง-เทียนสินและมณฑลเหอเป่ย รวมทั้งเมืองใหม่ “สงอัน” ที่สร้างขึ้นใหม่ใกล้กับกรุงปักกิ่งไปด้วย เพื่อทำให้อ่าวโป๋ไห่เกิดบทบาทเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษในการสร้างวิสาหกิจที่ทันสมัยให้กับทางเหนือของจีน

3 ท่าเรือนี้ เรียงรายอยู่รอบอ่าวโป๋ไห่ ที่พร้อมจะออกสู่ทะเล ข้างบนสุดคือท่าเรือ “ฉินหวางเต่า” ถัดลงมาคือท่าเรือ “ถังซัน” ล่างสุดคือท่าเรือ “หวางหวา” ขณะนี้ท่าเรือทั้ง 3 ล้วนมีเส้นทางรถไฟเข้าถึง มีทางด่วนที่เชื่อมต่อกับภายในแผ่นดินได้ แต่ละปีทำหน้าที่ขนส่งถ่านหินไปทั่วประเทศและส่งออกสู่ภายนอกได้ถึง 88.1% แร่เหล็กอีก 25.9% ของประเทศ

ท่าเรือ “หวางหวา”
ท่าเรือ “ถังซัน”
ท่าเรือ “ฉินหวางเต่า”

แนวชายฝั่งของมณฑลเหอเป่ยส่วนที่ติดกับอ่าวโป๋ไห่มีความยาว 487 กม. ขณะที่ความกว้างใหญ่ของอ่าวโป๋ไห่ที่หันหน้าออกสู่ทะเลกินพื้นที่ถึง กว่า 7,200 ตร.กม. เหมาะอย่างยิ่งที่จะเป็นท่าเรือที่หลบภัยจากพายุลมแรง และเป็นทำเลที่ดีเยี่ยมในการรองรับเรือเดินสมุทรขนาดใหญ่ ซึ่งสามารถเดินทางไปได้ทั่วโลก ทางตะวันออกสู่เกาหลีใต้และญี่ปุ่นที่อยู่ใกล้ที่สุด ทางใต้เดินทางข้ามมหาสมุทรแปซิฟิกไปได้ถึงอเมริกา และละตินอเมริกาที่อยู่บนเส้นทางส่วนหนึ่งของ One Belt One Road (BRI) ได้สบาย ๆ

เมื่อสีจิ้นผิงมองเห็นข้อได้เปรียบเหล่านี้แล้ว จึงเสนอให้เร่งยกระดับความทันสมัยและสมรรถภาพของท่าเรือทั้ง 3 โดยถือเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาเขตปักกิ่ง-เทียนสิน ยกระดับให้เป็นยุทธศาสตร์สำคัญของประเทศ ซึ่งจะต้องสร้างระบบบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพขึ้นมารับงานโดยเร็ว

ตามแผนการของจีน ท่าเรือฉินหวางเต่า ซึ่งแต่เดิมเป็นท่าเรือขนถ่ายถ่านหินจะพัฒนาให้เป็นท่าเรือที่ทันสมัยสามารถรองรับเรือท่องเที่ยวจากต่างประเทศและการค้าที่ทันสมัย ส่วนท่าเรือถังซันเป็นท่าเรือน้ำลึกจะสร้างเป็นเขตการค้าเสรีสำหรับการขนถ่ายสินค้าคอนเทนเนอร์ ท่าเรือหวางหวาจะเป็นท่าเรือสากลออกสู่ทะเลใต้และมหาสมุทรไปเชื่อมโยงกับ BRI สู่นานาประเทศทั่วโลก

เพื่อให้การบริหารมีประสิทธิภาพ รัฐได้ตั้ง “กลุ่มบริษัทท่าเรือเหอเป่ย” ขึ้นมารับผิดชอบท่าเรือทั้ง 3 นับแต่นั้นการขึ้นลงสินค้าก็เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ปี 2025 มณฑลเหอเป่ยยังมีโครงการสร้างท่าเรือขึ้นอีก 21แห่ง สร้างท่าเทียบเรือรวมกัน 278 แห่ง อาศัยความพร้อมเช่นนี้ ดึงดูดให้บริษัทการค้าต่าง ๆ เข้ามาใช้บริการขนส่งสินค้าสู่ภาคตะวันตกของอเมริกา เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น ตะวันออกของรัสเซีย และเอเชียอาคเนย์หลายร้อยบริษัท

จีนตั้งเป้าว่าการพัฒนาท่าเรือทั้ง 3 นี้จะต้องทำให้เป็นท่าเรือสีเขียวพร้อมเทคโนโลยีอัจฉริยะครบครัน เช่น ปัจจุบันท่าเรือหวางหวา มีสายโซ่ขนถ่ายถ่านหินอัตโนมัติแบบยกเท กล่าวคือแต่ละตู้รถไฟสามารถถ่ายเทถ่านหินลงสู่ตู้คอนเทนเนอร์เพื่อขนถ่ายลงเรือได้ถึง 8,000 ตันภายในเวลา 1 ชม. ท่าเรือถังซันติดตั้งระบบเครนอัตโนมัติมีประสิทธิภาพสูง ส่วนท่าเรือฉินหวางเต่า ก็ได้รับการประเมินให้เป็นท่าเรือสีเขียวระดับ 5 ดาว ขนถ่ายสินค้าแบบอัจฉริยะ ใช้เทคนิคการป้องกันฝุ่นละอองตลอดการทำงานขนถ่ายถ่านหินในท่าเรือ เช่นเดียวกับการขนส่งก๊าซธรรมชาติเหลว ซึ่งจะมีการสร้างคลังเก็บสินค้าขนาดใหญ่ ประมาณการณ์กันว่าภายในปี 2027 ทั้ง 3 ท่าเรือจะมีอุปกรณ์โลจิสติกส์ทั้งระบบที่ทันสมัยอย่างพร้อมเพรียง

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...