โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ม้าคริปโทฯ : บัญชีม้า พันธุ์ใหม่ที่ร้ายกว่าเดิม โอนย้ายเงินไวไม่ถึง 20 นาที

การเงินธนาคาร

อัพเดต 13 เม.ย. 2568 เวลา 12.40 น. • เผยแพร่ 13 เม.ย. 2568 เวลา 05.30 น.

2-3 ปีที่ผ่านมาหลายคนคงเริ่มคุ้นเคยกับคำว่า “บัญชีม้า” ที่เป็นช่องทางสำคัญที่มิจฉาชีพใช้ในการปกปิดเส้นทางการเงินและเชื่อมโยงไปสู่ผู้กระทำผิดตัวจริง จากข้อมูลของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ปี 2567 เพียงปีเดียว คนไทยถูกหลอกให้โอนเงินกว่า 37,582 ล้านบาท หรือเฉลี่ยเป็นเงิน 103 ล้านบาทต่อวัน นี่จึงไม่ใช่ปัญหาที่สามารถมองข้ามได้

ที่มา : วารสารพระสยาม 2568

ที่ผ่านมา มีความร่วมมือจากหลายภาคส่วนเพื่อจัดการบัญชีม้าอย่างจริงจังและต่อเนื่อง แต่มิจฉาชีพก็เปลี่ยนแปลงรูปแบบของบัญชีม้าไปเรื่อย ๆ จนล่าสุดไม่ได้หยุดอยู่แค่บัญชีเงินฝากในธนาคารอีกต่อไป แต่เริ่มเห็นแนวโน้มของ “บัญชีม้าคริปโทฯ” ที่เพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ

ส่องวิวัฒนาการบัญชีม้า การพัฒนาของมิจฉาชีพ

จากการที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้ออกมาตรการกวาดล้างบัญชีม้าในช่วงเดือนมิถุนายน 2567 ที่ผ่านมา โดยปรับจากการดำเนินการระดับ "บัญชี" เป็นระดับ "บุคคล" และช่วงต้นปี 2568 ได้ยกระดับการจัดการบัญชีม้าเพิ่มเติม ทำให้สมาคมธนาคารไทยและสถาบันการเงินสามารถอายัดบัญชีม้าได้มากกว่า 2 ล้านบัญชี หรือมากกว่า 1 แสน 5 หมื่นรายชื่อ (ยอดสะสม ณ เดือนกุมภาพันธ์ 2568) การกวาดล้างอย่างเข้มข้นครั้งนี้ส่งผลให้มิจฉาชีพหาบัญชีม้าใหม่ ๆ ได้ยากขึ้น และต้องหาช่องทางอื่นที่ติดตามได้ยากกว่าเดิม

หนึ่งในพฤติกรรมที่เห็นได้มากขึ้นในระยะหลังของมิจฉาชีพ คือ การพัฒนาจาก บัญชีม้า ระดับบุคคลไปเป็นบัญชีม้านิติบุคคล เนื่องจากมีเพดานการโอนเงินสูงกว่าบัญชีบุคคลธรรมดา ทำให้สามารถโอน-รับเงินมูลค่าสูง ๆ และยังดูมีความน่าเชื่อถือเมื่อนำไปใช้หลอกเหยื่ออีกด้วย

ไม่เพียงเท่านั้น เพราะปัจจุบันจะเริ่มเห็นการโอนเงินระหว่างบัญชีม้าเป็นทอด ๆ ที่สั้นลง จากเดิมที่เคยโอนเงินผ่านบัญชีม้า 4-5 ทอด แต่ละทอดกระจายไปในหลายบัญชี เปลี่ยนมาเป็นการโอนเงินเพียง 1-2 ทอด ในบัญชีม้าธนาคารแล้วโอนไปสู่บัญชีม้าคริปโทเคอร์เรนซีเลย ซึ่งนับเป็นการเปลี่ยนแปลงที่น่ากังวล เนื่องจากการตรวจสอบต้นสายปลายทางจะทำได้ยากขึ้นแบบทวีคูณ

ม้าคริปโทฯ : บัญชีม้าพันธุ์ใหม่ที่ร้ายกว่าเดิม

จากข้อมูลในระบบ Central Fraud Registry (CFR) พบว่าช่วงเดือนตุลาคม-ธันวาคม 2567 เพียง 3 เดือน มิจฉาชีพใช้บัญชีคริปโทเคอร์เรนซีเป็นช่องทางหลักในเส้นทางเงินทุจริต โดย 75% ของมูลค่าความเสียหายทั้งหมด หรือเท่ากับ 6,700 ล้านบาท ถูกแปลงสภาพจากเงินบาทเป็นคริปโทฯ ซึ่งการโอนย้ายดังกล่าวสามารถทำได้ภายในเวลาไม่ถึง 20 นาที ก่อนจะขายกลับคืนเป็นเงินบาทหรือเงินสกุลอื่น ๆ เรียกว่าสามารถจบกระบวนการ “ฟอกเงิน” ได้ภายในวันเดียว

บัญชีม้าคริปโทฯ มีความซับซ้อนกว่าบัญชีม้าธนาคาร การโอนเงินจากบัญชีธนาคารไปยังบัญชีคริปโทฯ ทำได้ผ่านบัญชีซื้อขายคริปโท 2 รูปแบบ ได้แก่ (1) บัญชีซื้อขายผ่านตัวกลาง เช่น ผ่านกระดานเทรด (exchange) ซึ่งอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) และ (2) บัญชีซื้อขายผ่านแพลตฟอร์มต่างประเทศแบบ Peer-to-Peer (P2P) ซึ่งเป็นการซื้อขายระหว่างผู้ซื้อและผู้ขายโดยตรง ทั้งนี้ ปัจจุบันประเทศไทยยังไม่มีกฎหมายรองรับ รวมถึงไม่มีหน่วยงานกำกับดูแล จึงมีความเสี่ยงสูงที่จะถูกใช้เป็นเครื่องมือของมิจฉาชีพ

บางท่านอาจเคยได้ยินว่าการทำธุรกรรมการซื้อขายคริปโทเคอร์เรนซีมีความโปร่งใส เพราะมีเทคโนโลยีบล็อกเชนอยู่เบื้องหลัง ทำให้ใคร ๆ ก็สามารถตรวจสอบข้อมูลธุรกรรมย้อนหลังได้ แต่ในความเป็นจริง แม้เราจะตรวจสอบการซื้อขายบนบล็อกเชนได้ แต่หากซื้อขายคริปโทฯ แบบ P2P หรือหากบัญชีต้นทางหรือปลายทางไม่ได้มีการ KYC หรือ CDD เอาไว้ ก็จะรู้เพียงเหรียญคริปโทฯ จำนวนนี้ถูกโยกย้ายไปกระเป๋า “ใบไหน” แต่ไม่ทราบว่ากระเป๋าใบนั้นเป็น “ของใคร” ดังนั้น การติดตามเส้นทางเงินเพื่อจับมิจฉาชีพ และนำเงินมาคืนเหยื่อจึงเป็นไปได้ยากมาก

รู้จัก KYC และ CDD

การรู้จักลูกค้า (Know Your Customer: KYC) และการตรวจสอบเพื่อทราบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับลูกค้า (Customer Due Diligence: CDD) คือ กระบวนการที่สถาบันการเงินและผู้ให้บริการสินทรัพย์ดิจิทัลใช้เพื่อตรวจสอบตัวตนของลูกค้า และตรวจสอบข้อมูลที่ลูกค้าให้ไว้กับผู้ให้บริการ ภายใต้หลักเกณฑ์ที่ ธปท. และ ก.ล.ต. กำหนด

การทำ KYC/ CDD ทำให้ทราบวัตถุประสงค์และธุรกรรมที่ดำเนินการอยู่ของผู้ใช้บริการ ป้องกันการปลอมแปลงหรือใช้ข้อมูลบุคคลอื่นในการทำผิดกฎหมาย โดยผู้ให้บริการจะขอข้อมูลบางอย่างของลูกค้า เช่น บัตรประชาชน หนังสือรับรองเงินเดือน ข้อมูลเครดิตบูโร

จับให้ได้ ไล่ให้ทัน รวมพลังปราบม้า

ที่ผ่านมา ภาครัฐร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ออกมาตรการและกฎหมายต่าง ๆ เพื่อแก้ไขปัญหาบัญชีม้า และเพิ่มความเข้มข้นในการจัดการบัญชีม้า แต่มิจฉาชีพก็มีการปรับตัวและขยายออกไปไกลกว่าขอบเขตบัญชีธนาคาร หน่วยงานที่กำกับดูแลและผู้ที่เกี่ยวข้องจึงต้องประสานความร่วมมือกันมากขึ้น โดยเฉพาะการแลกเปลี่ยนข้อมูลบัญชีม้าเพื่อตรวจจับและอายัดให้ทันการณ์

นอกจากนี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องอยู่ระหว่างแก้ไขกฎหมายให้รัดกุมมากขึ้น เพื่อให้มีมาตรการป้องกันและคุ้มครองประชาชนที่อาจตกเป็นเหยื่อ รวมถึงยังอาจต้องมีส่วนร่วมรับผิดชอบความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการหลอกลวงของมิจฉาชีพ

นอกจากการทำงานสอดประสานกันของทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว การสร้างภูมิคุ้มกันให้กับประชาชนอย่างต่อเนื่องผ่านการให้ความรู้และประชาสัมพันธ์กลลวงใหม่ ๆ ก็เป็นเรื่องที่ยังต้องมุ่งมั่นทำต่อไป ขณะเดียวกันประชาชนก็ต้องติดตามข่าวสาร และระมัดระวังการทำธุรกรรมต่าง ๆ รวมไปถึงการลงทุน การร่วมทุน หรือการซื้อขายเหรียญคริปโทฯ ก็ควรทำอย่างมีสติ และตรวจสอบว่าเป็นการทำผ่านผู้ให้บริการภายใต้การกำกับเท่านั้น เพื่อความปลอดภัยของตนเอง ไม่ตกเป็นเหยื่อ และไม่ได้กลายเป็นเครื่องมือของมิจฉาชีพ (เพิ่มเติม…)

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...