โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

แชร์สนั่น! หนุ่มต่างชาติก่อกวนร้านสะดวกซื้อพัทยา ราดหัวด้วยน้ำอัดลม-ปัดไวน์แตกกว่า 10 ขวด สุดท้ายยอมจ่ายค่าเสียหาย 35,000 บาท

THE PATTAYA NEWS

อัพเดต 30 เม.ย. 2568 เวลา 09.32 น. • เผยแพร่ 30 เม.ย. 2568 เวลา 02.32 น. • เดอะ พัทยานิวส์ The Pattaya News

กลายเป็นกระแสร้อนในโลกโซเชียล เมื่อผู้ใช้ TikTok ชื่อว่า @Mrbochkarev ได้โพสต์คลิปวิดีโอเผยพฤติกรรมของชายชาวต่างชาติรายหนึ่ง ซึ่งมีพฤติกรรมก่อกวนภายในร้านสะดวกซื้อแห่งหนึ่งในพื้นที่เมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี โดยมีการเผยแพร่คลิปจำนวน 4 คลิป ทำให้ผู้คนในโซเชียลมีเดียต่างให้ความสนใจและวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง

โดยเหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 04.00 น. ของวันที่ 27 เมษายนที่ผ่านมา โดยในคลิปแรกจะเห็นว่าชายต่างชาติ อายุประมาณ 30–40 ปี ได้ใช้น้ำอัดลมราดศีรษะตนเองบริเวณหน้าเคาน์เตอร์ชำระเงิน ก่อนจะเดินไปยังชั้นวางไวน์แบรนด์ดัง แล้วใช้มือปัดขวดไวน์ตกลงมาแตกเกลื่อนพื้นร้าน คาดว่ามีไวน์แตกเสียหายไม่ต่ำกว่า 10 ขวด ทำให้เศษแก้วและไวน์เปรอะเปื้อนทั่วพื้น สร้างความตกใจแก่พนักงานภายในร้าน

ในคลิปถัดมา (คลิปที่ 2-4) ปรากฏภาพเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจรถยนต์จาก สภ.บางละมุง เดินทางเข้าระงับเหตุและควบคุมตัวชายผู้ก่อเหตุไปยังสถานีตำรวจ โดยระหว่างเกิดเหตุ เจ้าของคลิปได้มีการบรรยายสถานการณ์เป็นภาษารัสเซีย ซึ่งคลิปดังกล่าวมีผู้ชมและแชร์ออกไปจำนวนมาก พร้อมข้อความว่า “ฟรีวีซ่า นักท่องเที่ยว พัทยาคลั่ง” ทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ถึงความปลอดภัยในแหล่งท่องเที่ยว

ต่อมา เมื่อวันที่ 29 เมษายน ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง พบว่าร้านสะดวกซื้อที่เกิดเหตุอยู่ภายในซอยนาเกลือ 16 หมู่ 5 ถนนพัทยา-นาเกลือ ตำบลหนองปรือ อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี โดยพนักงานร้านยืนยันว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นจริง แต่ทางสำนักงานใหญ่ไม่สะดวกให้ข้อมูลเพิ่มเติม

จากการตรวจสอบเพิ่มเติม ทราบชื่อชายชาวต่างชาติผู้ก่อเหตุคือ นายมุสตาฟา (Mr. Mustafa) อายุ 25 ปี สัญชาติเบลเยียม โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งข้อกล่าวหา เมาสุราและประพฤติตนวุ่นวาย ก่อนนำตัวเข้าสู่ห้องขังเพื่อให้สงบสติอารมณ์

ภายหลังเมื่ออาการเมาสุราหมดลง นายมุสตาฟาได้ยินยอมชดใช้ค่าเสียหายให้กับทางร้านสะดวกซื้อเป็นจำนวนเงิน 35,000 บาท ซึ่งทางร้านก็ไม่ได้ติดใจเอาความ ทำให้เรื่องราวยุติลงด้วยการตกลงกันทั้งสองฝ่ายต่อหน้าพนักงานสอบสวน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...