บลูมเบิร์กเผย “CPALL” อาจเข้าร่วมลงทุนซื้อ “Seven & i” ผู้ถือครองแบรนด์ 7-Eleven ทั่วโลก
บลูมเบิร์กเผย "CPALL" อาจเข้าร่วมลงทุนซื้อ "Seven & i" ผู้ถือครองแบรนด์ 7-Eleven ทั่วโลก คาดมูลค่าประมาณ 500,000 ล้านเยน
วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2568 สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า แหล่งข่าวระบุว่า กลุ่มที่เสนอซื้อกิจการ Seven & i Holdings Co. เตรียมแหล่งเงินทุนเพิ่มเติมจาก Citigroup Inc. และ Bank of America Corp. เพื่อสนับสนุนการเข้าซื้อกิจการ ซึ่งอาจเป็นการซื้อกิจการโดยฝ่ายบริหารที่มีมูลค่าสูงเป็นประวัติการณ์
บทบาทของธนาคารทั้งสองแห่งในการเสนอราคาครั้งนี้ คือ การรีไฟแนนซ์หนี้ของหน่วยงานในสหรัฐ ของ Seven & i บริษัทญี่ปุ่นที่ถือครองแบรนด์ 7-Eleven ทั่วโลก หนึ่งในแหล่งข่าวกล่าวว่า บริษัทมีหนี้ 2.7 ล้านล้านเยน หรือราว 17,800 ล้านดอลลาร์ ณ เดือนพฤศจิกายน โดย 56% ของหนี้ทั้งหมดเป็นหนี้ของธุรกิจร้านสะดวกซื้อในต่างประเทศ ตามผลการเงินของบริษัท โดยปกติแล้วธนาคารจะโอนหนี้ดังกล่าวให้กับนักลงทุนภายนอก
บริษัท ซีพี ออลล์ จํากัด (มหาชน) หรือ CPALL ซึ่งเป็นกลุ่มบริษัทในเครือของไทย ซึ่งถือสิทธิ์แฟรนไชส์ร้าน 7-Eleven ในประเทศไทย กำลังพิจารณาร่วมลงทุนด้วยในการทำ management buyout ร่วมลงทุนซื้อกิจการของ Seven & i Holdings มูลค่าประมาณ 500,000 ล้านเยน โดยเป็นแผนร่วมกับบริษัท Itochu Corp. ซึ่งเป็นผู้ก่อตั้งเครือร้าน Seven & i และผู้ดำเนินการร้าน Familymart เมื่อปีที่แล้ว
หุ้น CPALL ลดลงต่อเนื่องในการซื้อขายในวันที่ 6 ก.พ.68 โดยลดลงถึง 5% การที่ CPALL เข้าร่วมในข้อตกลงดังกล่าวจะส่งผลให้ค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น ส่งผลให้กำไรของบริษัทเติบโตช้าลง บมจ.หลักทรัพย์เอเซีย พลัส ระบุในบันทึกประจำสัปดาห์นี้
เดิมทีครอบครัว Ito และ Itochu วางแผนซื้อกิจการด้วยมูลค่า 9 ล้านล้านเยน ซึ่งมากกว่าข้อเสนอซื้อกิจการของ Couche-Tard มูลค่า 7.5 ล้านล้านเยน ซึ่งอาจลดลงได้ เนื่องจากมูลค่าปัจจุบันของบริษัทอยู่ต่ำกว่าตัวเลขทั้งสองอย่างมาก มูลค่าตลาดของ Seven & i อยู่ที่ประมาณ 6.2 ล้านล้านเยน ณ วันที่ 6 ก.พ.68
การเสนอราคาที่ประสบความสำเร็จไม่เพียงแต่จะช่วยให้ผู้ค้าปลีกที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศสามารถปรับโครงสร้างใหม่โดยเอกชนเท่านั้น แต่ยังถือเป็นความพยายามของกลุ่มที่ประสบความสำเร็จขององค์กรต่างๆ ในญี่ปุ่นในการรักษาแบรนด์อันโด่งดังนี้ให้พ้นจากมือของชาวต่างชาติ
Apollo Global Management Inc. กำลังหารือถึงการมุ่งมั่นในการลงทุนสูงถึง 1.5 ล้านล้านเยน ขณะที่ KKR & Co.ก็กำลังพิจารณาการถือหุ้นด้วยเช่นกัน ตามที่ Bloomberg News รายงานไว้ก่อนหน้านี้
Sumitomo Mitsui Financial Group Inc. , Mitsubishi UFJ Financial Group Inc.และMizuho Financial Group Inc.เตรียมเข้าร่วมในการระดมทุน
จากกระแสข่าวดังกล่าวทำให้ราคาหุ้น CPALL ทำจุดต่ำสุดที่ 46.75 บาท ลบ 3.25 บาท (-6.95%) ปิดที่ราคา 47.50 บาท ลบ 2.50 บาท (-5.00%)
บล.บัวหลวง มองลบต่อกระแสข่าวดังกล่าว ประเมินดอกเบี้ยจ่ายที่เกิดจากดีลนี้จะสูงกว่าเงินปันผลที่ได้จากการลงทุนในระยะสั้น เป็น downside ต่อประมาณการกำไรปี 2025-2026 ราว 7-8%ต่อปี แนะนำ wait and see จนกว่ามีรายละเอียดดีลเพิ่มเติม
บล.ยูโอบี เคย์เฮียน (ประเทศไทย) มองว่า หากเป็นไปตามข่าว CPALL จะร่วมลงทุน 5 แสนล้านเยน (คิดเป็น 1.1 แสนล้านบาท) เบื้องต้นจะคิดเป็นการถือหุ้นราว 6-8% หากอิงราคาซื้อในแต่ละช่วง และในส่วนผลกระทบคาดว่าจะเป็น downside กำไรปี 2568 ราว 3% (อิงดอกเบี้ยกู้ 4%) และจะทำให้ net gearing เพิ่มขึ้นเป็น 1.18x จาก 0.84x
แม้ว่าผลกระทบอาจจะไม่ได้มีนัยสำตัญมากถ้าเป็น structure ตามนี้ แต่ตลาดน่าจะมองเป็น overhang ไปก่อนจากเรื่องของหนี้ที่จะกลับมาเพิ่มขึ้น
อ้างอิง : bloomberg.com