โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

หอการค้าเชียงใหม่ รุก 6 มิติ ติดอาวุธ AI ขับเคลื่อนธุรกิจ

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 01 พ.ค. 2568 เวลา 06.50 น. • เผยแพร่ 01 พ.ค. 2568 เวลา 09.35 น.

คอลัมน์ : สัมภาษณ์

หอการค้าจังหวัดเชียงใหม่ถือเป็นหนึ่งในองค์กรที่มีบทบาทในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของจังหวัด ล่าสุด “ดร.กอบกิจ อิสรชีววัฒน์” ได้รับเลือกให้ดำรงตำแหน่งประธานหอการค้าคนใหม่ สมัยที่ 25 ประจำปี 2568-2569 เร่งเดินหน้าทำงานทันที

หลังจากได้รับเลือกให้ดำรงตำแหน่งอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 21 มีนาคม 2568 พร้อมทีมคณะกรรมการบริหารรวมทั้งหมด 31 คน ที่จะร่วมกันขับเคลื่อนเศรษฐกิจจังหวัดเชียงใหม่ ภายใต้แผนงานสำคัญ 6 มิติ “ดร.กอบกิจ อิสรชีววัฒน์” ให้สัมภาษณ์ “ประชาชาติธุรกิจ” โดยย้ำชัดว่า การบริหารงานในสมัยที่ 25 นี้ จะต้องมีความเข้มข้นมากขึ้น

เคลื่อนธุรกิจ 6 ด้าน

ดร.กอบกิจบอกว่า แผนการขับเคลื่อนหอการค้าจังหวัดเชียงใหม่สมัยที่ 25 ได้วางมิติการขับเคลื่อนสำคัญ 6 ด้าน คือ 1.การใช้ AI ในการขับเคลื่อนธุรกิจ ด้วยเพราะปัจจุบันเทคโนโลยีมีผลอย่างมากต่อการดำเนินธุรกิจ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง AI ซึ่งเราไม่ได้หวังให้ AI เข้ามาทดแทนคนทั้งหมด แต่เราต้องการนำมาเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน

รวมทั้งช่วยเรื่องการวิเคราะห์ข้อมูลและวางแผนงานต่าง ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการพัฒนาองค์ความรู้ให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่เป็นสมาชิกหอการค้าได้รู้เท่าทันเทคโนโลยี นำ AI มาประยุกต์ใช้ในธุรกิจ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและผลผลิตในการทำงาน ทำธุรกิจได้รวดเร็วมากยิ่งขึ้น เป็นการสร้างขีดความสามารถใหม่ให้กับธุรกิจได้เพิ่มมากขึ้น

2.การขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจด้วยโมเดล Green ซึ่งเป็นยุทธศาสตร์ของชาติและของจังหวัดเชียงใหม่ โดยปัญหาสำคัญของเชียงใหม่ คือ ปัญหาสิ่งแวดล้อม ไฟป่า ฝุ่นควัน PM 2.5 โดยจะผลักดันแก้ปัญหานี้อย่างจริงจัง โดยปัญหา PM 2.5 เป็นพันธกิจหลักของหอการค้าจังหวัดเชียงใหม่ สมัยที่ 25 ที่จะร่วมมือกับทุกภาคส่วนทั้งรัฐและเอกชนในจังหวัดเชียงใหม่

ทั้งการแก้ไขปัญหาฝุ่นควันในประเทศและการเผาจากประเทศเพื่อนบ้าน ทั้งนี้ รัฐบาลต้องมีความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้านในการลดการเผาอย่างจริงจัง ขณะที่ในประเทศต้องกำหนดมาตรการเข้มข้นขึ้น โดยใช้มาตรการทางกฎหมาย ซึ่งปีนี้มีการจับจริง ซึ่งมาตรการทางกฎหมายจะช่วยลดการเผาได้ในระยะยาว

“เรายังทำงานอย่างเข้มข้นกับทุกภาคส่วน การลักลอบเผาป่ายังไม่มีข้อมูลชี้ชัดว่าการเผามีความมุ่งหวังสิ่งใด ชาวบ้านทั่วไปรับรู้อยู่แล้วว่าถ้าเผาจะถูกจับ แต่คนที่ลักลอบเผา ต้องใช้มาตรการทางกฎหมายที่เข้มข้นมากขึ้น จับ ปรับ หรือใช้มาตรการส่งเสริมความร่วมมือให้คนที่อยู่กับป่า ช่วยกันอนุรักษ์ป่า แจ้งเบาะแส โดยต้องเสริมแรงคนกลุ่มนี้ให้มากกว่านี้”

ขณะเดียวกัน การนำเทคโนโลยีมาใช้ในการแก้ปัญหามีความจำเป็นมาก โดยหอการค้าจังหวัดเชียงใหม่ได้ร่วมกับมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ส่งเสริมนำเทคโนโลยีเข้ามาแก้ปัญหา PM 2.5 ให้ชุมชนท้องถิ่นที่อยู่กับป่านำไปใช้ นำวัสดุเหลือทิ้งทางการเกษตรทุกชนิดมาทำเป็นไบโอแมส พร้อมกับส่งเสริมภาคเอกชนที่ทำธุรกิจเกี่ยวกับกระแสไฟฟ้าให้นำประโยชน์จากไบโอแมส ใช้พลังงานชีวมวลมากขึ้นที่จะขยายสเกลเพิ่มขึ้น เริ่มมีการลงทุนที่จังหวัดลำพูน และเชียงใหม่อีก 2-3 จุด ที่กำลังขยายธุรกิจนี้

ดร.กอบกิจกล่าวต่อว่า แอปพลิเคชั่น FireD ของจังหวัดเชียงใหม่ เป็นแอปพลิเคชั่นสนับสนุนการบริหารจัดการเชื้อเพลิงในพื้นที่ป่า พื้นที่ทางการเกษตร หรือการเปิดโอกาสให้ผู้ที่มีความจำเป็นลงทะเบียนขอใช้ไฟ สำหรับการขออนุญาตเผาอย่างถูกต้อง ซึ่งทางหอการค้าเป็นห่วงว่าการเผาอย่างถูกต้องนั้น มีการตรวจสอบหรือไม่ว่าเผาถูกต้องจริงหรือไม่

โดยจากข้อมูลในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ 2568 พบว่ามีการขออนุญาตเผาหลายพันจุด และมีการอนุมัติจากภาครัฐ ซึ่งต้องเคลียร์ให้ชัดว่าผู้ที่ขออนุญาตเผาผ่าน FireD เผาถูกต้องตามหลักเกณฑ์หรือไม่ จึงขอเรียกร้องให้ทางภาครัฐตรวจสอบ ซึ่งหอการค้าจังหวัดเชียงใหม่ยินดีเข้าร่วมตรวจสอบด้วย โดยทุกขั้นตอนการตรวจสอบต้องมีความโปร่งใส การขออนุญาตเผาควรมีเหตุผลจริง ๆ ไม่ใช่อนุมัติทุกเคส

เชียงใหม่

รุกตลาดจีน 10 เมือง

ดร.กอบกิจกล่าวว่า แผนงานด้านที่ 3 คือ การเชื่อมโยงสู่ระดับโลก (Global) หากการทำธุรกิจเน้นเฉพาะในประเทศเพียงอย่างเดียว จะมีช่องทางตลาดที่ค่อนข้างน้อย ดังนั้นหากเปิดตลาดเชื่อมต่างประเทศให้มากขึ้น จะเพิ่มโอกาสทางการค้าให้กว้างมากขึ้น

โดยที่ผ่านมาได้มีการเชื่อมโยงความสัมพันธ์ทางการค้าผ่านทูตและหอการค้าในต่างประเทศ ถือเป็นมิติที่ดีและต้องมีการสานต่อความร่วมมือ ในการพาผู้ประกอบการของเชียงใหม่ไปตลาดโลก การสร้างความเข้มแข็งของหอการค้าจังหวัดเชียงใหม่ คือ สมาชิกมีความสำคัญอย่างมาก ที่ต้องทำให้สมาชิกได้สิทธิประโยชน์ อาทิ การนำสมาชิกออกงานแสดงสินค้า จัดกิจกรรม Business Matching หรือเปิดโอกาสให้สมาชิกได้มีโอกาสได้ไปพบนักลงทุนและได้เจอกลุ่มตลาดเป้าหมายโดยตรง

การเชื่อมโยงตลาดต่างประเทศ เราทำมาต่อเนื่องทุกสมัยอยู่แล้ว เฉพาะประเทศจีนประเทศเดียว ได้มีการทำบันทึกข้อตกลง (MOU) ระหว่างหอการค้าจังหวัดเชียงใหม่และหอการค้าจีนมากถึง 10 เมือง เป็นบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางการค้า โดยปีนี้จะเร่งสานต่อกิจกรรมร่วมกัน สร้างให้เกิด Business Matching ให้มากขึ้น

ทั้งนี้ จะมีการทำฐานข้อมูลอัพเดตสินค้าบริการต่าง ๆ ของผู้ประกอบการที่เป็นสมาชิกของหอการค้าจังหวัดเชียงใหม่ และกระจายข้อมูลสินค้าไปให้เมืองคู่มิตรของเราว่ามีสินค้าอะไร มีความพร้อมด้านไหนบ้าง เน้นการทำตลาดเชิงรุก ผ่านช่องทางการค้าแบบออนไลน์

นอกจากนี้ จะนำผู้ประกอบการไปแนะนำตัวกับกงสุลต่างประเทศที่ประจำอยู่ในจังหวัดเชียงใหม่ 4-5 ประเทศ และกงสุลกิตติมศักดิ์อีกกว่า 10 ประเทศ เพื่อหาช่องทางนำสินค้าไปสู่ประเทศต่าง ๆ และทำโครงการร่วมกับกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ เบื้องต้นที่เร็วที่สุดคือ การจัดอีเวนต์ออนไลน์ เพื่อลดค่าใช้จ่ายให้กับผู้ประกอบการ

สำหรับสินค้าเด่นของผู้ประกอบการเชียงใหม่ อาทิ สินค้าเกษตรและเกษตรแปรรูป เป็นที่ต้องการของตลาดจีน รวมถึงกลุ่มเครื่องสำอาง อาหารเสริม โดยหอการค้าจะร่วมกับศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคที่ 1 ผลักดันสินค้าของผู้ประกอบการสู่ตลาดต่างประเทศมากขึ้น

ปีนี้เราจะเริ่มรุกตลาดจีน 10 เมืองที่ได้ทำ MOU ไว้ก่อนหน้านี้ ได้แก่ เซี่ยงไฮ้ คุนหมิง ฉงชิ่ง เฉิงตู เขตปกครองตนเองสิบสองปันนา มณฑลยูนนาน กว่างโจว ชิงเต่า หางโจว เมืองหยางโจว มณฑลเจียงซู มณฑลไห่หนาน สาธารณรัฐประชาชนจีน มุ่งส่งเสริมให้ผู้ประกอบการสมาชิกใช้เทคโนโลยี เช่น เรียนรู้วิธีไลฟ์สด เพื่อเข้าถึงผู้บริโภคโดยตรง โดยใช้ AI มาช่วยแปลเป็นภาษาต่างประเทศ สามารถแปลแบบเรียลไทม์ สามารถขายของเป็นภาษาไทย และ AI จะช่วยแปลเป็นภาษาต่าง ๆ ได้เลย ซึ่งจะช่วยลดปัญหาด้านการสื่อสารลงไปได้มาก

ผุดศูนย์วิจัยผู้ประกอบการ

ดร.กอบกิจกล่าวต่อว่า แผนงานที่ 4 ถือเป็นโครงการสำคัญที่จะต้องผลักดันต่อเนื่องจากสมัยที่ 24 คือ การผลักดันให้หอการค้าจังหวัดเชียงใหม่เป็นศูนย์วิจัยผู้ประกอบการ โดยร่วมมือกับคณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงานภาคเหนือ ที่จะสร้างศูนย์วิจัยผู้ประกอบการขึ้นมาให้เป็นรูปธรรม ศูนย์ตั้งอยู่ที่สำนักงานหอการค้าจังหวัดเชียงใหม่

โดยจะเจาะลึกปัญหาอุปสรรคต่าง ๆ ของผู้ประกอบการแต่ละธุรกิจ เช่น ภาคธุรกิจการท่องเที่ยว ที่จะโฟกัสแต่ละกลุ่มธุรกิจอย่างครอบคลุม เช่น ธุรกิจเวลเนส จะเจาะลึกเป็นรายเซ็กเตอร์ว่าผู้ประกอบการต้องการความช่วยเหลือด้านไหน อย่างไร เป็นข้อมูลสำคัญที่จะนำไปสื่อสารและเป็นแนวทางให้กับภาครัฐและภาคส่วนอื่น ๆ ในการแก้ไขร่วมกันอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อให้เกิดประโยชน์สู่ภาคธุรกิจจริง ๆ ซึ่งโครงการนี้จะผลักดันให้เกิดขึ้นในสมัยที่ 25 นี้

ขณะนี้ได้เริ่มต้นดำเนินการแล้ว คือ สำรวจ Focus Group เมื่อสิ้นเดือนมีนาคม 2568 ทั้งนี้ เมื่อมีข้อมูลที่ดี จะสามารถนำข้อมูลมาวางแผนการทำธุรกิจได้อย่างตรงจุด และข้อมูลจะถูกนำเสนอให้ภาครัฐ ซึ่งจะทำให้ภาครัฐเข้าใจสภาพธุรกิจของผู้ประกอบการได้มากขึ้น จะทำให้การทำงานบูรณาการมากขึ้น ความมุ่งหวังของเราคือ อยากเห็นปัญหาและข้อมูลเชิงลึกของแต่ละกลุ่มธุรกิจ เช่น ธุรกิจเวลเนส จะค่อนข้างกว้างตั้งแต่การนวดจนถึงการให้บริการทางการแพทย์

โดยจะโฟกัสเป็น Sector ย่อย ๆ ธุรกิจขนาดเล็ก กลาง ใหญ่ ข้อมูลที่ได้มาจะถูกกลั่นกรอง และจากนั้นจะนำเสนอกลับไปให้ผู้ประกอบการที่เป็นสมาชิกหอการค้า และหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง จะเห็นภาพชัดว่าการส่งเสริมเป็นราย Sector ควรจะส่งเสริมด้วยรูปแบบใด

ผลที่จะเกิดขึ้น คือ การเติบโตทางด้านยอดขายและรายได้ ถ้าเราได้ข้อมูลชัดเจน จะทำให้ผู้ประกอบการสามารถวางแผนธุรกิจได้ดีขึ้น กำหนดลูกค้าเป้าหมายได้ชัดขึ้น และหอการค้าจะเสนอภาครัฐในการทำโครงการส่งเสริมผู้ประกอบการ ก็จะเสนอให้นำงบประมาณมาใช้ให้ตรงประเด็นและมีประสิทธิภาพมากขึ้น ทำให้ผู้ประกอบการสามารถเข้าถึงตลาดและปรับโครงสร้างในการทำงานได้ตรงประเด็นมากขึ้น

และเนื่องจากธุรกิจมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว การพัฒนาผู้ประกอบการหลาย ๆ กลุ่ม ทั้งผู้ประกอบการขนาดใหญ่ ขนาดกลาง และเอสเอ็มอี นับว่ามีความสำคัญ ซึ่งได้มีความร่วมมือกับวิทยาลัยพหุศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และวิทยาลัยศิลปะ สื่อ และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มหาวิทยาลัยนอร์ทเชียงใหม่ และมหาวิทยาลัยแม่โจ้

เชียงใหม่

ขับเคลื่อน Smart City

แผนงานที่ 5 คือ การขับเคลื่อนการพัฒนาเมือง (Smart City) รวมถึง Creative Lanna ซึ่งเป็นยุทธศาสตร์สำคัญของจังหวัดเชียงใหม่ ที่หอการค้าจังหวัดเชียงใหม่จะขับเคลื่อนร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ ทั้งนี้ ปัญหาของจังหวัดเชียงใหม่มีทั้งมิติปัญหาด้านโครงสร้าง หรือกฎหมายผังเมือง ที่จะต้องช่วยขับเคลื่อนต่อไป ในการหาทางออกและให้ข้อมูลกับหน่วยงานภาครัฐ

แผนงานที่ 6 ประเด็นเรื่อง ESG เป็นมิติสำคัญ โครงการที่เน้นความยั่งยืนที่เริ่มดำเนินงานมาตั้งแต่สมัยที่ 23-24 จะมีการขับเคลื่อนต่อ โดยได้ทำความร่วมมือกับ Uniserv CMU ของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ที่มีผู้เชี่ยวชาญเรื่อง Carbon Credit และ Carbon Footprint ทำให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีสามารถนำไปใช้ได้

ล่าสุดธนาคารต่าง ๆ ออกสินเชื่อสีเขียว หรือ Green Loan ซึ่งยังมีข้อจำกัดหลายด้านที่ผู้ประกอบการยังไม่สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนเหล่านี้ได้ ดังนั้น ต้องนำเรื่อง Green เข้าไปถึงเอสเอ็มอีและผู้ประกอบการสมาชิกให้มากขึ้น

ขณะเดียวกันก็จะผลักดันโครงการเมกะโปรเจ็กต์ของรัฐบาลที่จะนำเม็ดเงินเข้ามาลงทุนในจังหวัดเชียงใหม่ อาทิ โครงการสนามบินแห่งที่ 2 โครงการรถไฟรางคู่ โครงการรถไฟความเร็วสูง และถนนวงแหวนต่าง ๆ ต้องเร่งผลักดันให้โครงการได้เกิดขึ้นเร็วกว่านี้ ซึ่งเมื่อมีเม็ดเงินการลงทุนจากภาครัฐเข้ามาก็จะเกิดการจ้างงาน และมีเงินหมุนเวียนเกิดขึ้นในพื้นที่เชียงใหม่

แผนการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ 6 มิติ ของหอการค้าจังหวัดเชียงใหม่ สมัยที่ 25 เริ่มเดินเครื่องแล้วอย่างเข้มข้น

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : หอการค้าเชียงใหม่ รุก 6 มิติ ติดอาวุธ AI ขับเคลื่อนธุรกิจ

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...