Krungthai COMPASS ชี้ Data Center หนุนเศรษฐกิจไทย ดึงลงทุน 3.2 แสนล้านบาท
The Bangkok Insight
อัพเดต 25 เม.ย. 2568 เวลา 01.51 น. • เผยแพร่ 25 เม.ย. 2568 เวลา 01.51 น. • The Bangkok InsightKrungthai COMPASS ชี้ Data Center หนุนเศรษฐกิจไทย ดึงเม็ดเงินลงทุนเข้าประเทศ 3.2 แสนล้านบาท ในปี 2571 จากการเดินหน้าขยายการลงทุนของบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำ
ศูนย์วิจัย Krungthai COMPASS ชี้บริษัทเทคโนโลยีชั้นนำของโลก เดินหน้าขยายการลงทุน Data Center ในไทย หนุนขนาดดาต้าเซ็นเตอร์ เพิ่มขึ้นถึง 13.9 เท่า ภายในปี 2571 ซึ่งก่อให้เกิดการลงทุนกว่า 3.2 แสนล้านบาท และสร้างรายได้ให้ผู้ประกอบการไทยในระหว่างพัฒนาดาต้าเซ็นเตอร์ สูงถึง 1.3 แสนล้านบาท แนะภาครัฐเพิ่มประสิทธิภาพโครงข่ายข้อมูลอินเทอร์เน็ต และอนุญาตผู้ให้บริการดาต้าเซ็นเตอร์ ใช้ไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนของภาคเอกชน เพื่อดึงเม็ดเงินลงทุนต่อเนื่อง
ดร.พชรพจน์ นันทรามาศ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า เศรษฐกิจดิจิทัลมีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง และจะเป็นกลไกหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยอย่างมีนัยสำคัญในอีก 6 ปีข้างหน้า จากการพัฒนาเทคโนโลยี และนโยบายการสนับสนุนของภาครัฐ
เศรษฐกิจดิจิทัลไทยโต ตามการขยายตัวของเทคโนโลยี
โดยบริษัทเทคโนโลยีและบริษัทให้คำปรึกษาชั้นนำ อย่าง Google TEMASEK และ BAIN & COMPANNY คาดว่ามูลค่าเศรษฐกิจดิจิทัลของไทยจะเติบโตเฉลี่ยปีละ 13.8% จาก 4.6 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (1.6 ล้านล้านบาท) ในปี 2567 เป็น 1 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (3.5 ล้านล้านบาท) ในปี 2573 ตามขยายตัวของการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในกิจกรรมทางเศรษฐกิจ ทั้ง E-Commerce สื่อออนไลน์ ท่องเที่ยว และการขนส่งสินค้า
ส่งผลให้ปริมาณการส่งข้อมูลผ่านระบบเครือข่าย (Data Traffic) ของไทยจะเพิ่มขึ้นถึง 1.75 เท่า ในช่วงปี 2566-2573 ซึ่งสนับสนุนความต้องการใช้ดาต้าเซ็นเตอร์ เพื่อจัดเก็บและประมวลข้อมูลมากขึ้น
อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันไทยมีดาต้าเซ็นเตอร์ในประเทศค่อนข้างน้อย เมื่อเทียบกับหลายประเทศในอาเซียน สะท้อนได้จากขนาดดาต้าเซ็นเตอร์ของไทยในปี 2566 ที่เล็กกว่าสิงคโปร์ มาเลเซีย และอินโดนีเซียถึง 13.7 เท่า 3.2 เท่า และ 2.5 เท่า ตามลำดับ จึงเป็นโอกาสดึงดูดให้ผู้ให้บริการดาต้าเซ็นเตอร์ชั้นนำของโลกเข้ามาลงทุนในไทยมากขึ้น
ดึงเม็ดเงินลงทุน 3.2 แสนล้าน
ทิศทางการลงทุน Data Center ในไทยเพิ่มขึ้น หนุนขนาด Data Center เพิ่มขึ้นถึง 13.9 เท่า ในช่วงปี 2566-2571 ก่อให้เกิดเม็ดเงินลงทุนเบื้องต้นราว 3.2 แสนล้านบาท
“โดยส่วนใหญ่มาจากการลงทุนของ กลุ่มบริษัทด้านเทคโนโลยีชั้นนำของโลก เช่น Microsoft Google และ TikTok และ กลุ่มผู้ให้บริการ Data Center ชั้นนำในระดับภูมิภาค เช่น CtrlS NEXTDC และ Beijing Haoyang Cloud Data Technology” นายพงษ์ประภา นภาพฤกษ์ชาติ นักวิเคราะห์ ศูนย์วิจัย Krungthai COMPASS
และช่วยสร้างรายได้ให้กับผู้ประกอบการไทยในระหว่างการพัฒนา Data Center ราว 1.3 แสนล้านบาท โดยธุรกิจที่ได้รับอานิสงส์มากที่สุดคือ ธุรกิจรับเหมาก่อสร้างโครงสร้างและอาคาร
นอกจากนี้ ยังเพิ่มรายได้จากการให้บริการดาต้าเซ็นเตอร์ จาก 5.7 หมื่นล้านบาทในปี 2566 เป็น 1.5 แสนล้านบาทในปี 2571 หรือเติบโตเฉลี่ยปีละ 21.3% จากความต้องการใช้บริการ Public Cloud เพื่อสนับสนุนการฝึกอบรมโมเดล AI และการพัฒนาแพลตฟอร์มออนไลน์มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ตามความต้องการใช้เทคโนโลยี AI และการลงทุนพัฒนาแพลตฟอร์มออนไลน์
อีกทั้ง ยังเพิ่มรายได้จากการให้บริการติดตั้งระบบ Cloud และบริการสาธารณูปโภคแก่ดาต้าเซ็นเตอร์ จาก 2.1 หมื่นล้านบาทในปี 2566 เป็น 8.2 หมื่นล้านบาทในปี 2571 หรือเพิ่มขึ้นเฉลี่ยปีละ 31.7% โดยธุรกิจที่มีโอกาสเติบโตโดดเด่น คือ ธุรกิจโทรคมนาคม และธุรกิจโรงไฟฟ้า ซึ่งมีอัตราเติบโตโดยเฉลี่ยต่อปีสูงถึง 71.6% และ 62.2% ตามลำดับ
เพื่อให้ไทยสามารถดึงดูดการลงทุนดาต้าเซ็นเตอร์ได้มากขึ้นในอนาคต ภาครัฐและเอกชนของไทยควรเพิ่มประสิทธิภาพของโครงข่ายของการเชื่อมต่อข้อมูลอินเทอร์เน็ตด้วยการเพิ่มสถานีเคเบิลใต้น้ำ และอนุญาตให้ผู้ให้บริการดาต้าเซ็นเตอร์ ใช้ไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนของภาคเอกชน ผ่านระบบโครงข่ายไฟฟ้าของภาครัฐ โดยไม่คิดค่าระบบบริการ เพื่อให้เข้าถึงค่าไฟในราคาที่ไม่สูงกว่าค่าไฟฟ้าโดยเฉลี่ยของประเทศในอาเซียน อย่างเวียดนาม และอินโดนีเซีย
อ่านข่าวเพิ่มเติม
- คลัง เตรียมอัดฉีด 5 แสนล้าน กระตุ้นเศรษฐกิจรอบใหม่ ไม่ห่วงแม้หนี้สาธารณะพุ่ง 80% ของจีดีพี
- 'รมว.คลัง' แจงเหตุเลื่อนเจรจาสหรัฐ บอกขอรอดูสถานการณ์ก่อน เร็วเกินไปก็ไม่ดี
- ‘แพทองธาร’ แจงเหตุเลื่อนถกมาตรการภาษี ‘ทรัมป์’ ยันพร้อมบินเจรจาด้วยตัวเอง
ติดตามเราได้ที่