Seagate เตรียมพัฒนา “ฮาร์ดไดรฟ์ 100 เทราไบต์” ภายในปี 2573 รับดีมานด์ Data Center พุ่ง
Seagate เตรียมพัฒนา “ฮาร์ดไดรฟ์ 100 เทราไบต์” ภายในปี 2573 รับดีมานด์ Data Center พุ่ง ท่ามกลางกระแสปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่เติบโตอย่างรวดเร็ว
วันที่ 7 พฤษภาคม 2568 สำนักข่าว CNBC รายงานว่า Seagate บริษัทผู้ผลิตอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูล กำลังพัฒนาฮาร์ดดิสก์ความจุ 100 เทราไบต์ ภายในปี 2573 เพื่อตอบสนองความต้องการมหาศาลจากศูนย์ข้อมูล (data centers) ท่ามกลางกระแสปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่เติบโตอย่างรวดเร็ว
BS Teh ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายพาณิชย์ของ Seagate กล่าวว่า บริษัทตั้งเป้าเปิดตัวฮาร์ดไดรฟ์ความจุ 100 TB ซึ่งมากกว่าฮาร์ดไดรฟ์รุ่นท็อปปัจจุบันของบริษัทถึง 3 เท่า โดยรุ่นที่มีความจุมากที่สุดในปัจจุบันคือ Exos M ขนาด 36 เทราไบต์ ที่เพิ่งเปิดตัวไปเมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา
“ดีมานด์ในตลาดมีแน่นอน และเทคโนโลยีฮาร์ดดิสก์นี้ถือเป็นหัวใจสำคัญที่ช่วยให้ภาคอุตสาหกรรมสามารถจัดเก็บข้อมูลมหาศาลได้ เพราะยังไม่มีเทคโนโลยีอื่นที่สามารถผลิตความจุในระดับนี้ได้ในขณะนี้”
ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา Seagate พยายามปรับภาพลักษณ์ให้เป็นผู้เล่นในวงการ AI มากขึ้น โดยเฉพาะเมื่อโมเดลพื้นฐานขนาดใหญ่ (foundational models) จาก OpenAI, Microsoft และ Google เข้ามามีบทบาท ขณะที่ผู้เล่นรายอื่นในตลาดฮาร์ดแวร์ เช่น Nvidia ได้รับผลประโยชน์อย่างมหาศาลจากการจำหน่ายหน่วยประมวลผลกราฟิก (GPU) สำหรับการฝึกและรันโมเดล AI เหล่านี้
โมเดล AI จำเป็นต้องใช้ข้อมูลจำนวนมากในการฝึก เพื่อให้ผลลัพธ์ของ AI มีคุณภาพและความแม่นยำสูงขึ้น ตัวอย่างเช่น Microsoft ประกาศเมื่อต้นปีว่าจะลงทุนถึง 8 กมื่นล้านดอลลาร์ กับศูนย์ข้อมูลในปีงบประมาณสิ้นสุดเดือนมิถุนายน 2568
อย่างไรก็ตามการเติบโตของศูนย์ข้อมูลก็สร้างผลกระทบด้านพลังงาน โดยแต่ละศูนย์ต้องใช้ไฟฟ้าอย่างมากในการทำงาน รายงานจากสำนักงานพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) ระบุว่า การใช้ ChatGPT หนึ่งครั้ง ต้องใช้พลังงานเฉลี่ย 2.9 วัตต์-ชั่วโมง ซึ่งมากกว่าการค้นหาบน Google เกือบ 10 เท่า หากมีการใช้ ChatGPT ในระดับเดียวกับการค้นหา 9 พันล้านครั้งต่อวันบนอินเทอร์เน็ต จะต้องใช้ไฟฟ้าเพิ่มเกือบ 10 เทราวัตต์-ชั่วโมง ต่อปี
BS Teh กล่าวว่า Seagate กำลังพยายามแก้ปัญหานี้ด้วยการเพิ่มความหนาแน่นของข้อมูลต่อไดรฟ์ และควบคุมกระบวนการผลิตให้อยู่ภายใต้พลังงานหมุนเวียน
“เรามุ่งเน้นสิ่งที่เราควบคุมได้ และนั่นคือการผลิตสินค้าอย่างยั่งยืน” เขากล่าว “เป้าหมายของเราคือให้โรงงานทั้งหมดใช้พลังงานหมุนเวียนในการผลิตฮาร์ดไดรฟ์”
นอกจากนี้ Seagate ยังออกแบบไดรฟ์ให้ใช้พลังงานน้อยลงต่อเทราไบต์ และมีความหนาแน่นในการจัดเก็บข้อมูลมากขึ้น ทำให้ใช้เนื้อที่และพลังงานน้อยลงในการจัดเก็บข้อมูลขนาดใหญ่
“เมื่อคุณนำไดรฟ์นี้ไปใช้ในศูนย์ข้อมูล จะใช้พื้นที่น้อยลง ใช้ไฟน้อยลง และใช้ทรัพยากรโดยรวมน้อยลง เพราะคุณใช้ไดรฟ์จำนวนน้อยลงเพื่อเก็บข้อมูลปริมาณเท่าเดิม”
แม้จะมีการแข่งขันจากเทคโนโลยีอื่นอย่าง Solid-State Drives (SSD) ซึ่งใช้หน่วยความจำแฟลชแทนจานแม่เหล็กในการจัดเก็บข้อมูล แต่ BS Teh ยืนยันว่า “ฮาร์ดดิสก์ยังคงเป็นเทคโนโลยีที่ยั่งยืนกว่าในเชิงของคาร์บอนที่สะสมในกระบวนการผลิต”
อ้างอิง : cnbc.com