โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ลุยดึงดูดลงทุนครั้งใหญ่ ไม่ลืมมหามิตร “ญี่ปุ่น”

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 05 ต.ค. 2566 เวลา 03.54 น. • เผยแพร่ 05 ต.ค. 2566 เวลา 02.43 น.
เศรษฐา ทวีสิน

คอลัมน์ : สามัญสำนึก ผู้เขียน : ดิษนีย์ นาคเจริญ

ปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ประชาชาติธุรกิจจัดอีเวนต์ใหญ่ครั้งที่ 4 ของปี แต่ละปีเราจัดงานแบบนี้ 5 ครั้ง บางปีมากกว่า ก่อนโควิดเคยสัญจรไปในหัวเมืองต่างจังหวัดด้วย บนความตั้งใจที่ต้องการเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการในต่างจังหวัดมีโอกาสร่วมรับฟังมุมมองบิ๊กธุรกิจ และภาครัฐเช่นเดียวกับผู้ประกอบการในกรุงเทพฯ

งานแต่ละครั้งเราตั้งใจออกแบบให้พิเศษ และแตกต่าง เช่นเดียวกับครั้งนี้ ด้วยการเชิญนักธุรกิจ นักคิด นักวิชาการ ผู้นำท้องถิ่น เอสเอ็มอี สตาร์ตอัพ ร่วม 30 ท่าน มาร่วมในเซสชั่นพิเศษ “An Breakfast with The Prime Minister” ซึ่งต้องขอบคุณแขกรับเชิญ โดยเฉพาะ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี เศรษฐา ทวีสิน ที่ให้เกียรติและสละเวลามาร่วมพูดคุยตั้งแต่เช้ามาก

เป็นการตอกย้ำสิ่งที่เคยพูดไว้ตอนรับตำแหน่งใหม่ ๆ ว่า “จะขอทำหน้าที่นายกรัฐมนตรีที่ไม่รู้จักคำว่าเหน็ดเหนื่อย เป็นรัฐบาลที่ทุ่มเท ทำงานหนัก รับฟังเสียงประชาชน นำพาประเทศไทยไปข้างหน้า”

เชื่อว่าผู้ที่ไปมีโอกาสไปร่วมงานในวันนั้นจะสัมผัสได้ถึงพลังความตั้งใจ และ speed to market ของท่านนายกฯได้

เซสชั่นสัมมนา “ถอดรหัสลงทุน ก้าวข้ามวิกฤต” เชิญผู้บริหารบริษัทชั้นนำมาร่วมกันเปิดมุมมองที่น่าสนใจเกี่ยวกับการลงทุน และการขับเคลื่อนองค์กร ก้าวผ่านช่วงเวลาที่ท้าทาย

นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ปาฐกถาพิเศษ “Next Chapter ประเทศไทย” ย้ำว่าปัญหาเศรษฐกิจเป็นเรื่องใหญ่ แต่ปัญหาความเหลื่อมล้ำไม่เท่าเทียม ก็สำคัญ และเป็นสิ่งที่รัฐบาลนี้ตั้งใจจะทำให้ดีขึ้น “ผมจะไม่เคลมว่ารัฐบาลนี้ มี total absolute solution แต่จะเริ่มแก้ด้วยการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งเป็นกฎ กติกาของการอยู่ร่วมกันอย่างสันติ”

การแก้ปัญหาเศรษฐกิจ อะไรที่ทำได้จะทำก่อน ทำทันที ถ้าดีก็จะทำต่อ…เรื่องพักหนี้เกษตรกรใน 9 ปี พักไปแล้ว 13 ครั้งเป็นคำถามในใจผมเช่นกัน และไม่อยากให้เกิดขึ้นแต่จำเป็นต้องพักเดี๋ยวนี้ เพราะเขาเดือดร้อนกันมาก การพักก็เพื่อให้มีขวัญกำลังใจไปทำงานต่อ ทำให้นโยบายรัฐบาลนำไปสู่การฟื้นฟูได้ด้วยการตลาดนำนวัตกรรมเสริม เพิ่มรายได้ควบคู่ไปกับการออกไปเปิดตลาดใหม่ ๆ ในต่างประเทศ

“การไปประชุมยูเอ็นจีเอที่นิวยอร์กเป็นการประกาศให้ชาวโลกรู้ว่าประเทศไทยเปิดแล้วสำหรับการทำธุรกิจกับทุกประเทศ เราจะมีผู้นำ มีคณะรัฐบาลที่เดินทางไปเชื่อมสัมพันธ์ทางการค้ากับทุกประเทศ ให้ความสำคัญกับการเจรจา FTA หลายบริษัทให้ความสนใจ ทั้งไมโครซอฟท์ เทสลา กูเกิล บริษัทเทคใหญ่ ๆ จะลงทุนไม่ต่ำกว่า 5 พันล้านจะมีการคุยกันต่อที่เอเปคกลาง พ.ย.นี้ และคาดหวังว่าจะตกลงกันได้ในขั้นต้น”

นอกจากทะเล ภูเขา วัฒนธรรม และอาหารอร่อย ไทยยังมีโรงเรียนนานาชาติดี ๆ มีระบบการดูแลสุขภาพระดับโลก มีระบบอินเทอร์เน็ตที่ดีที่สุดประเทศหนึ่งในโลก สิ่งเหล่านี้เป็นปัจจัยเสริมที่ทำให้ไทยน่าลงทุน

นายกรัฐมนตรีย้ำว่า ประเทศไทยพร้อมสำหรับการยกระดับการลงทุนครั้งใหญ่ที่สุด ซึ่งจะต้องมีแพ็กเกจสนับสนุนเพราะคงไม่สามารถพึ่งการเจริญเติบโตของจีดีพีภาคเกษตรอย่างเดียวได้

และที่สำคัญต้องไม่ลืมอีกหนึ่งมหาอำนาจ และเป็นมหามิตรที่มีการลงทุนโดยตรงระหว่างประเทศสูงที่สุดในไทยอย่าง “ญี่ปุ่น”

“ก็ได้ยืนยันกับเจ้าหน้าที่บีโอไอว่า รัฐบาลนี้ไม่ลืมต้นน้ำ ไม่ลืมพระคุณรัฐบาลญี่ปุ่น หรือเอกชนญี่ปุ่นที่ช่วยเหลือเรามาตลอดหลายสิบปีที่ผ่านมา”

การสนับสนุนรถยนต์อีวีก็ต้องไปต่อ แต่ต้องเข้ามาดูแลอุตสาหกรรมรถยนต์สันดาปเดิมให้อยู่ต่อได้อย่างน้อย 10-15 ปี

“ทำให้ไทยเป็นศูนย์กลางช่วงสุดท้ายของการผลิตรถยนต์สันดาปอาจให้อินเซนทีฟบางประการเพื่อให้เขาย้ายฐานการผลิตมาที่นี่เพื่อส่งออก”

นายกฯเศรษฐาทิ้งท้ายว่า รัฐบาลพร้อมพูดคุยรับข้อเสนอแนะในการที่จะเปิดประเทศเพื่อดึงดูดการลงทุนครั้งใหญ่ อยากให้ทุกท่านช่วยกันออกไปพูด อะไรที่จะช่วยเหลือได้ เช่น “บิสซิเนส แมตชิ่ง” ที่ถูกต้องตามกฎหมาย รัฐบาลนี้ยินดีให้การสนับสนุน หน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นตลาดหลักทรัพย์ฯ หรือหน่วยงานอื่นๆ และว่า “การไปโรดโชว์สำคัญ จึงอยากเรียกร้องว่าให้เริ่มทำแผนกันได้แล้ว ช่วยกันออกไปพูดคุย ออกไปโฆษณาประเทศ”

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...