โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

Basho ต้นกล้วย บทกวีไฮกุ และสัจธรรมของชีวิต

นิตยสารคิด

อัพเดต 21 ส.ค. 2566 เวลา 21.33 น. • เผยแพร่ 21 ส.ค. 2566 เวลา 21.33 น.
Basho-cover

ภายใต้สภาพภูมิศาสตร์ วัฒนธรรมและวิธีคิดที่แตกต่างกัน การมีอยู่ของสิ่ง ๆ หนึ่งในแต่ละสถานที่อาจสื่อความหมายตรงข้ามกันคนละขั้ว

“ต้นกล้วย” เป็นพืชพื้นเมืองของไทยที่พบเจอได้ในทุกจังหวัด คนไทยเราใช้ใบตองห่อขนม แล้วยังใช้ส่วนต่าง ๆ อย่างหัวปลีและผลเป็นอาหาร สำหรับคนไทย “กล้วย” เป็นสัญลักษณ์ของความสบาย ง่ายดายและไม่ยากเย็น ไม่ได้สลักสำคัญหรือว่ามีความพิเศษแต่อย่างใด

แต่ในประเทศเมืองหนาวอย่างญี่ปุ่น “ต้นกล้วย” เป็นไม้หายาก ปลูกขึ้นเฉพาะบริเวณที่มีอากาศอบอุ่น ในสายตาของคนญี่ปุ่น ต้นกล้วยจึงเป็นของที่ไม่คุ้นตา

และต้นกล้วยก็ยังกลายเป็นแรงบันดาลใจในชีวิตของกวีระดับตำนานชาวญี่ปุ่นอย่าง “Basho”

4045 / Freepik

ต้นกล้วย นามปากกาและความเป็นมาของ “Basho”
“บะโช” (Basho) เป็นนามปากกาของกวีชาวญี่ปุ่นที่มีชีวิตอยู่ในระหว่างปี ค.ศ.1644-1694 หรือที่เรียกกันว่า “สมัยเอโดะ” ตัวอักษรคำว่า “บะโช” ในภาษาญี่ปุ่นมีความหมายว่า “ต้นกล้วย” อันสื่อถึงความหมายลึกซึ้งของการมองโลก

ด้วยความที่เป็นไม้เขตร้อน ต้นกล้วยจึงเป็นของหายากของญี่ปุ่น พบเพียงในส่วนที่มีสภาพอากาศอบอุ่นอย่างที่เกาะโอกินาว่า แล้ววันหนึ่งบะโชก็ได้รับต้นกล้วยเป็นของขวัญจากลูกศิษย์

บะโชปลูกต้นกล้วยลงที่สวนในฤดูใบไม้ผลิ ทุก ๆ วันบะโชมักกวาดสายตาไปรอบ ๆ แล้วนำสิ่งที่สังเกตเห็นมาแต่งเป็นบทกวี รวมทั้งต้นกล้วยต้นนั้น แล้วต้นกล้วยเล็ก ๆ ก็ค่อย ๆ เติบโตในสภาพอากาศอบอุ่นของฤดูร้อน แต่แล้วใบก็เริ่มร่วงหล่นในฤดูใบไม้ร่วง บะโชจึงมองว่าธรรมชาติของต้นกล้วยไม่แตกต่างจากวัฏจักรชีวิตมนุษย์

ด้วยความประทับใจในความหมายอันลึกซึ้ง เขาจึงได้ตัดสินใจใช้นามปากกาในการแต่งบทกวีว่า “บะโช”

“A banana plant in autumn winds -

I listen to the drops of rain

Fall into a basin at night.”

ต้นกล้วยในสายลมแห่งฤดูใบไม้ร่วง -

ฉันฟังเสียงหยาดฝน

ตกลงในแอ่งน้ำยามราตรี

การสังเกตมองต้นกล้วยในสวน ทำให้บะโชเข้าใจถึงความเปราะบางของชีวิต ผ่านธรรมชาติที่ผันแปร ฤดูกาลหมุนเวียนเปลี่ยนผ่าน จากไอเย็นที่ปลายนิ้ว สู่แสงแดดร้อน รอบกายมีแต่สีน้ำตาลของใบไม้ที่ร่วงหล่น สายลมพัดผ่านและหยาดฝนที่หยดลงมา แล้วสัจธรรมข้อนี้ก็เป็นหนึ่งในแกนสำคัญของบทกวีไฮกุของบะโชเช่นกัน

รากฐานของชุดความคิดนี้มาจากงานเขียนของพระไซเงียวในช่วงศตวรรษที่ 12 พระไซเงียวมีความเข้าใจในสัจธรรมของโลก และถ่ายทอดความจริงของชีวิตผ่านบทกลอนที่งดงาม

“Every single thing

changes and is changing

always in this world.

Yet with the same light

The moon goes on shining.”

ทุกสรรพสิ่งในโลกล้วนเปลี่ยนแปลง

และแปรผัน ไม่หยุดนิ่ง

แต่กระนั้นพระจันทร์ก็ยังคงส่องแสงเหมือนดังเช่นเดิม

งานเขียนของพระไซเงียวเต็มไปด้วยการเปรียบเทียบธรรมชาติกับชีวิต แล้วชีวิตกับธรรมชาติก็ไม่สามารถแยกออกจากกันได้ ตามแนวคิดของพุทธศาสนานิกายขงจื้อ

“When the wind blows at random

go the leaves of the banana;

Thus is it laid waste;

Can anyone rely on this world?”

สายลมพัดผ่าน

ใบกล้วยที่ร่วงหล่น

โรยราลงบนพื้น

แล้วใครจักพึ่งพาโลกใบนี้ได้?

การมองโลกในแบบที่เป็น และมองเห็นวัฏจักรของชีวิต คือใจความสำคัญในโคลงกลอนของพระไซเงียว และด้วยอิทธิพลทางความคิดนี้ บะโชจึงมักสอดแทรกการน้อมรับความเปราะบางและไม่ยั่งยืนของชีวิตด้วยสายตาของกวีในแบบของตนเสมอ

Lyndon Li / Unsplash

โคลงกลอนญี่ปุ่นโบราณและบทกวีไฮกุของบะโช
บทกลอนไฮกุมีพัฒนาการมาจากโคลงกลอนญี่ปุ่นดั้งเดิมที่เรียกว่า “วะกะ” (Waka) ซึ่งมีมาตั้งแต่ในสมัยโบราณ เดิมวะกะใช้ในการถ่ายทอดตำนานหรือเรื่องเล่าที่สืบทอดกันมา เช่น ยะมะโตะโมะโนะกะตะริ (Yamato Monogatari) ซึ่งพูดถึงต้นกำเนิดของญี่ปุ่น อิเสะโมะโนะกะตะริ (Ise Monogatari) หรือว่าตำนานอิเสะเมืองศักดิ์สิทธิ์ ไปจนถึงเกนจิโมะโนะกะตะริ (Genji Monogatari) นวนิยายที่เก่าแก่ที่สุดในโลกที่มีชื่อว่า “ตำนานเกนจิ”

แล้วในสมัยเอโดะ บะโชก็ได้นำโครงสร้างบางส่วนของวะกะมาขัดเกลาให้สวยงามและมีเอกลักษณ์ จนพัฒนาเป็นบทกลอน “ไฮกุ” อย่างในปัจจุบัน ซึ่งประกอบไปด้วยคำกลอน 3 วรรค ภายใต้โครงสร้าง 5-7-5 รวมออกมาเป็น 17 พยางค์

เสน่ห์ของไฮกุคือการสื่อความหมายลึกซึ้งด้วยคำสั้น ๆ เพียงไม่กี่คำ โดยมากมักเป็นคำที่ใช้บรรยายถึงธรรมชาติรอบกาย และความประทับใจที่ได้เห็น เพื่อสื่อถึงจิตวิญญาน ความรู้สึกนึกคิดของกวีและข้อคิดที่เรียนรู้

บทกลอนไฮกุของบะโช โดดเด่นในเรื่องการมองธรรมชาติและชีวิตมนุษย์ที่มีรากฐานมาจากความเชื่อของพุทธศาสนานิกายเต๋าและนิกายเซ็น บะโชโอบกอดการใช้ชีวิตสันโดษและยอมรับความจริงของโลก ซึ่งเป็นแรงบันดาลใจในการแต่งบทกลอน

The lillies!

The stems, just as they are,

the flowers, just as they are.

ดอกไม้

ก้านก็คือดอกไม้

ส่วนที่เป็นดอกก็คือดอกไม้เช่นเดียวกัน

ดอกไม้ดอกหนึ่งจึงไม่แตกต่างอะไรจากชีวิต ที่ไม่ว่าจะเป็นส่วนไหน ก็เป็นชีวิตเหมือนกัน แทนที่จะมองด้วยความขมขื่น แต่บะโชกลับมองสิ่งต่าง ๆ ด้วยสายตาอ่อนโยนและรอยยิ้มที่มุมปากแบบที่รู้สึกได้

Shino / Unsplash

สัจธรรมของโลกที่ไม่เคยเปลี่ยนแปลง และการตามรอยเส้นทางของ Basho
เวลาผ่านมากว่าร้อยปี แต่งานเขียนของบะโชยังคงแพร่หลายมาจนถึงปัจจุบัน ในหนังสือชื่อ “Oku no Hosomichi” หรือที่รู้จักกันว่า “The Narrow Road to the Deep North” บะโชเล่าถึงเส้นทางการเดินทางของตนเองจากเมืองเอโดะหรือว่ากรุงโตเกียวในอดีต ไปในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของญี่ปุ่น ระหว่างการเดินทางบะโชค้นพบธรรมชาติของชีวิต การปล่อยวางและการเข้าถึงสัจธรรม

Each day is a journey,

and the journey itself is home

สำหรับบะโชแล้ว ชีวิตคือการเดินทาง และการเดินทางก็คือบ้านหรือจุดหมายปลายทางของมนุษย์

หนังสือเล่มนี้เป็นแรงบันดาลใจให้ผู้คนทั่วโลกเดินทางตามรอยของบะโช ไปยังสถานที่ธรรมชาติและเมืองต่าง ๆ ทั้งที่อยู่ในเล่มเดียวกันและเล่มอื่น ๆ ทั้งน้ำพุศักดิ์สิทธิ์ที่เมืองนิกโกะ และเมืองอิเสะที่เป็นที่มาของบทกลอนญี่ปุ่นเรื่อง “ตำนานเมืองอิเสะ”

บริษัททัวร์ทั้งในและนอกประเทศญี่ปุ่นจัดเส้นทางเดินตามรอยบะโช เพื่อชักชวนนักเดินทางจากทั่วโลกมาสัมผัสธรรมชาติและความจริงของชีวิตตามแบบของบะโช

แม้เวลาจะเปลี่ยนแปลงไป แต่การค้นพบความจริงของบะโชยังคงเป็นอมตะ ชีวิตยังคงร่วงหล่น และโลกยังคงหมุนเหมือนอย่างเช่นเดิม

แล้วทั้งหมดก็ได้มาจากการสังเกตมอง “ต้นกล้วย” ของกวีที่มีชื่อว่า “บะโช”

ที่มา : บทความ “Basho—The Man and the Plant” โดย Donald H. Shively จาก www.hermitary.com
บทความ “Matsuo Basho (1644-1694)” จาก www2.cs.arizona.edu

เรื่อง : จินนี่ สาระโกเศศ

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...

วิดีโอแนะนำ

ข่าว ไลฟ์สไตล์ อื่น ๆ

บอลวันนี้ โปรแกรมบอล ดูบอลสด ถ่ายทอดสด วันพฤหัสบดีที่ 9 เม.ย. 69

PostToday

เปิดโครงการ “GoSec (CTMR)”

เดลินิวส์

สาดความบันเทิงรับปีใหม่ไทย Netflix ยกทัพดาราเสิร์ฟความม่วนอกม่วนใจ๋ที่เชียงใหม่ 11 – 15 เม.ย. นี้

Insight Daily

“แก๊ป ปณิธิพัทธ์” อินฟลูฯ ไทยที่ไปชมแฟชั่นวีก ระดับโลกมานับสิบแบรนด์

Manager Online

จากอักขระโบราณ สู่จิตวิญญาณแบบงานคราฟต์ระดับโลก ทำไม ‘เอ็ด ชีแรน’ ถึงเลือกมาสักยันต์ที่เมืองไทย

Thairath Plus - ไทยรัฐพลัส

Gother จับมือ HTS ยักษ์ใหญ่เทคโนโลยีโลก ส่งโซลูชัน “Flight Disruption Care” บุกตลาดไทย

Insight Daily
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...