โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

สรรพสามิต ลุยศึกษาภาษีคาร์บอนจากซีแบมยุโรป หลักการปล่อยมากยิ่งจ่ายภาษีมาก

MATICHON ONLINE

อัพเดต 10 ส.ค. 2566 เวลา 14.28 น. • เผยแพร่ 11 ส.ค. 2566 เวลา 01.45 น.

สรรพสามิต ลุยศึกษาภาษีคาร์บอนจากซีแบมยุโรป หลักการปล่อยมากยิ่งจ่ายภาษีมาก

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ อธิบดีกรมสรรพสามิต กล่าวว่า สำหรับภาษีคาร์บอน (carbon tax) ซึ่งขณะนี้ กรมสรรพสามิตอยู่ระหว่างจัดทำโครงสร้างและประสานงานกับ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) หรือ อบก. รวมทั้งกำลังการตั้งทีม เพื่อไปศึกษา และเจรจากับ ของสหภาพยุโรป เรื่องมาตรการปรับราคาคาร์บอนก่อนข้ามพรมแดน หรือ Carbon Border Adjustment Mechanism (CBAM) เพื่อให้ได้ภาษีคาร์บอนของไทยที่เป็นมาตรฐานสากล

“หลักการสำคัญคือ การจัดเก็บภาษีสรรพสามิตตามปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดร์ออกไซด์ของสินค้าแต่ละชนิด ทั้งภาษีรถยนต์ ภาษีน้ำมัน ว่าสินค้าตัวไหนชนิดไหนปล่อยคาร์บอนมากที่สุด ก็จะจัดเก็บภาษีมาก และถ้าปล่อยน้อยก็จัดเก็บภาษีน้อย ทั้งนี้ก็ต้องมีการศึกษาและพัฒนาร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิกระทรวงพลังงาน กระทรวงอุตสาหกรรม เกี่ยวกับมาตรฐานการปล่อยวัดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ต่อไป”

อย่างไรก็ดี ในอนาคตมาตรการซีแบมนั้น จะมีความเข้มงวดมากขึ้น โดยไม่ได้ดูเพียงตัวสินค้าที่จะนำเข้าว่าการผลิตมีการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดร์ออกไซด์เท่าไหร่ ซึ่งมีด้วยกัน 3 scope คือ 1.พิจารณาจากกระบวนการผลิตของสินค้า 2.พิจารณาไปถึงการใช้ไฟฟ้าหรือพลังงานสะอาดที่ใช้ในโรงงานของสินค้านั้นๆเท่าไหร่ และ 3. ขยายการพิจารณาถึงห่วงโซ่การผลิต (supply chain) ของสินค้า ดังนั้นประเทศไทยจึงต้องเตรียมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้

“ที่ผ่านมาอาจมองว่าเรื่องพวกนี้ไม่เกี่ยวข้องกับสรรพสามิตเลย แต่วันนี้เราต้องสร้างบทบาทเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงมาตรฐานเหล่านี้ ศึกษาในบทบาทของกรมฯเตรียมไว้ก่อน เหมือนกับ กฎหมายการประมง IUU Fishing (Illegal Unreported and Unregulated. Fishing) ที่มีความเข้มงวด ดูว่าสินค้าทะเลที่นำเข้านั้น มาจากเรือที่จับสัตว์น้ำตามฤดูหรือไม่ มีการใช้แรงงานผิดกฎหมายหรือเปล่า ที่จะเข้มงวดมากขึ้นเรื่อยๆ” นายเอกนิติ กล่าว

ปัจจุบัน นอกจากการ กฎหมายซีแบมของสหภาพยุโรปแล้ว ทางทางสหรัฐอเมริกาก็กำลังผลักดัน กฎหมายการเก็บภาษีคาร์บอน (Clean Competition Act: CCA) ซึ่งจะมีการกำหนดกลไกราคาคาร์บอน) สำหรับสินค้าที่ผลิตในประเทศ และมาตรการปรับราคาคาร์บอนสำหรับสินค้านำเข้าก่อนข้ามพรมแดน คล้ายกับ ซีแบมด้วยดังนั้น ต่อไปส่งออกไปยุโรปหรืออเมริกาก็ต้องโดนกฎหมายนี้หมด

สำหรับ โครงสร้างภาษีกรมสรรพสามิต รายได้หลักมาจาก 6 สินค้า 1.ภาษีน้ำมัน 40% 2.ภาษีรถยนต์ 25-30% 3.เบียร์ 4.สุรา 5.ยาสูบ และ 6.เครื่องดื่ม รวมทั้ง 6 สินค้าเป็นรายได้ 95% ของทั้งหมด โดยจะเห็นว่าสินค้าที่กรมจัดเก็บภาษี โดยเฉพาะนำมัน รถยนต์นั้นเกี่ยวข้องกับสิ่งแวดล้อมทั้งหมด ส่วนภาษีแบตเตอรี่ ภาษีไบโอเอทีลีน และภาษีคาร์บอนจะเป็นสินค้าใหม่ ที่จะเป็นทั้งแหล่งรายได้ และส่งเสริมเรื่องเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อมของประเทศในอนาคต

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...