โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

พอดของเล่น เมื่อบุหรี่ไฟฟ้ากำลังตีตลาดเยาวชนด้วยความน่ารัก สรุปเสวนา ‘การตลาดของบุหรี่ไฟฟ้า’

The MATTER

อัพเดต 11 ส.ค. 2566 เวลา 07.32 น. • เผยแพร่ 11 ส.ค. 2566 เวลา 07.29 น. • Brief

ถึงแม้กฎหมายไทยจะห้ามเรื่องบุหรี่ไฟฟ้าอย่างเด็ดขาด แต่ความเป็นจริงช่างต่างราวฟ้ากับเหว เพราะเพียงแค่เสิร์ชคำว่า ‘บุหรี่ไฟฟ้า’ ลงในกูเกิลก็มีร้านบุหรี่ไฟฟ้าให้เลือกมากมาย ยังไม่นับช่องทางอื่นๆ เช่น ทวิตเตอร์, ติ๊กต๊อก, เฟซบุ๊ก, อินสตราแกรม ที่สามารถหาสินค้าเหล่านี้ได้อย่างง่ายดาย

แต่การที่บุหรี่ไฟฟ้าเข้าถึงได้ง่ายเหมือนชงกาแฟสำเร็จรูปเช่นนี้เป็นเรื่องดีต่อสังคมจริงหรือ มันมีผลกระทบอะไรที่น่ากังวลตามมาหรือเปล่านะ

The MATTER ได้มีโอกาสร่วมงานประชุม ‘วิชาการวิทยาศาสตร์การเสพติด’ และวงเสวนาได้มีการหยิบยกประเด็น ‘การตลาดบุหรี่ไฟฟ้า’ ขึ้นมาพูดคุย โดยได้พูดถึงการเติบโตของตลาดบุหรี่ไฟฟ้า, ความเสี่ยงต่อเยาวชน และข้อเสนอเชิงนโยบายถึงรัฐบาล ซึ่งเราสรุปประเด็นน่าสนใจให้อ่านกันด้านล่างนี้

การเติบโตของตลาดบุหรี่ไฟฟ้า

กนิษฐา ไทยกล้า นักวิจัยจากสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สุขภาพ ม.เชียงใหม่ได้เปิดเผยผลการสำรวจ ‘การเฝ้าระวังตลาดบุหรี่ไฟฟ้าบนอินเทอร์เน็ต ปี 2566’ ซึ่งเก็บข้อมูลตั้งแต่ มกราคม - เมษายนของปี 2566 พบว่า ปัจจุบันมีบัญชีขายบุหรี่ไฟฟ้าบนโลกออนไลน์ 480 บัญชี โดยพบมากที่สุดในเฟซบุ๊กและอินสตราแกม (เท่ากันที่ 31%) รองลงมาด้วย ทวิตเตอร์ (23%) และติ๊กต๊อก (4%) โดยบัญชีเหล่านี้ 49% เป็นบัญชีเก่าที่เปิดอยู่แล้ว 47% เพิ่งมาเปิดในปีนี้ ส่วนที่เหลือ 4% เป็นบัญชีเก่าที่ถูกปิดแล้วเปิดใหม่

จากการสำรวจยังพบว่า ตั้งแต่เดือนมกราคม - เมษายนมีการโพสต์ขายบุหรี่ไฟฟ้ารวมทั้งหมด 3,891 ครั้ง โดยมากที่สุดอยู่ในโลกทวิตเตอร์ (36%) ตามมาด้วยเฟซบุ๊ก (26%) และอินสตราแกรม (23%) โดยมีจุดประสงค์หลักในการโพสต์เพื่อสร้างการรับรู้ถึงบุหรี่ไฟฟ้าและให้ข้อมูลประกอบการตัดสินใจซื้อ เช่น รีวิวจากอินฟลูเอนเซอร์ โดยเฉพาะผู้หญิง

กนิษฐากล่าวว่า ผู้ค้าบุหรี่ไฟฟ้าในโลกออนไลน์มักจะเปลี่ยนแพลตฟอร์มไปตามเทรนด์ของโลกโซเชียลมีเดีย แต่ที่น่าสนใจคือ ตัวเลขที่ชี้ว่ารายเก่ายังอยู่ในตลาดถึงครึ่งหนึ่ง และมีรายใหม่เพิ่มขึ้นในระดับใกล้เคียงกันสะท้อนว่ามาตรการทางกฎหมายในไทยยังใช้ไม่ได้ผลนัก

กนิษฐาอธิบายต่อว่า จากการสำรวจร้านบุหรี่ไฟฟ้าทั้ง 480 แห่ง มี 10 ร้านที่ขายยาเสพติดอื่นร่วมด้วย อาทิ ยาอี, เห็ดเมา, กัญชา, ยารักษาโรคแบบผิดแผน เช่น ทามาดอน หรือยาคลายกล้ามเนื้อที่มักใช้ผสมกับน้ำอัดลมแล้วดื่มเพื่อให้รู้สึกมึนเมา นอกจากนี้ ยังมีการโพสต์แลกเปลี่ยน ‘แป๊ะ’ หรือเฮโรอีนกับบุหรี่ไฟฟ้าในโลกทวิตเตอร์อีกด้วย

ถึงแม้ร้านขายบุหรี่ไฟฟ้าที่ขายยาเสพติดด้วยจะมีจำนวนไม่มากนัก แต่ก็สะท้อนว่าการที่ร้านขายบุหรี่ไฟฟ้าผุดเป็นดอกเห็ดยังทำให้ยาเสพติดหลายประเภทเข้าถึงง่ายขึ้นเช่นกัน

บุหรี่ไฟฟ้าของเล่นกับการตลาดเจาะกลุ่มเยาวชน

ศรีรัช ลาภใหญ่ นักวิชาการอิสระด้านนิเทศศาสตร์ได้เปิดประเด็นที่น่ากังวลอีกเรื่องคือ การตลาดบุหรี่ไฟฟ้ากับกลุ่มเยาวชน โดยเธอได้เริ่มจากอธิบายว่าในปัจจุบันบุหรี่ไฟฟ้าถูกพัฒนาสู่รุ่นที่ 5 แล้ว

รุ่นแรก บุหรี่ไฟฟ้าแบบบุหรี่มวน (ciga-like) รุ่นสอง บุหรี่ไฟฟ้าแบบปากกา (e-cig pen) รุ่นสาม บุหรี่ไฟฟ้าแบบกล่อง (tank mod) รุ่นสี่ พอด (pod) รุ่นห้า พอดของเล่น (toy pod)

บุหรี่ไฟฟ้ารุ่น 5 หรือพอดของเล่นได้มีการเปลี่ยนรุปร่างของสินค้า จากรุ่นก่อนๆ ที่มีรูปร่างคล้ายบุหรี่ ให้กลายเป็น ‘ตัวการ์ตูน’ น่ารักๆ อาทิ เสือ, กล่องนมแมว, หมา รวมถึงคล้ายแก้วน้ำ ซึ่งศรีรัชวิเคราะห์ว่าการตลาดเช่นนี้ ทำให้พอดของเล่นมีภาพลักษณ์ที่สนุกสนาน, ขี้เล่น ที่สำคัญคือทำให้ดูไม่มีพิษภัยไม่ต่างจากของเล่นเด็กทั่วไป

พอดของเล่นยังใช้การตลาดที่เล่นกับประสาทสัมผัสทั้ง 5 ของเรา (sensory marketing) หน้าตาน่ารัก (ดวงตา) รูปร่างนุ่มนิ่ม (สัมผัส) มีรสให้เลือกหลากหลายตั้งแต่ผลไม้จนถึงเครื่องดื่ม เช่น ชาหรือโคคาโคล่า แต่ทุกรสล้วนมีผ่านการแต่งกลิ่นให้หอม (จมูก)

ศรีรัชชี้เพิ่มเติมว่า ในปัจจุบันร้านค้าบุหรี่ไฟฟ้ายังทำให้สินค้าของตนเองเข้าถึงง่าย โดยนอกจากร้านบนโลกออนไลน์ที่มีหลายร้อยเจ้าแล้ว ยังส่งสินค้าอย่างรวดเร็วรับได้ภายใน 1 ชั่วโมง ที่สำคัญ มีการปรับปรุงคุณภาพให้สูบได้มากขึ้นเรื่อยๆ ขณะที่มีราคาถูกลงมากโดยพบถูกที่สุด 97 บาทเท่านั้น

ศรีรัชสรุปว่าการตลาดทั้งหลายเหล่านี้ทำให้บุหรี่ไฟฟ้าเป็นอันตรายต่อสังคมมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มเยาวชนอายุตั้งแต่ 10 - 15 ปีที่อยู่กับโลกอินเตอร์เน็ตตลอดเวลา เพราะนอกจากสินค้าจะมีราคาถูกจนเยาวชนเอื้อมถีงแล้ว ยังมีดีไซน์น่ารักจนผู้ปกครองอาจไม่ทราบว่านี่คือบุหรี่ไฟฟ้า

ข้อเสนอจากวงเสวนา

“ข้อมูลที่ออกมายืนยันว่า การใช้บุหรี่ไฟฟ้าเกี่ยวข้องกับโรคปอดอักเสบเรื้อรังและโรคหอบหืด นอกจากนี้ การใช้บุหรี่ไฟฟ้าควบคู่กับบุหรี่ยังส่งผลต่อโรคหัวใจและหลอดเลือด” ไมเคิล บลาฮา จากมหาวิทยาลัยจอห์น ฮอบกินส์กล่าว “คุณกำลังทำให้ร่างกายตัวเองได้รับสารเคมีที่เรายังไม่รู้จักมันเพียงพอ ซึ่งมันอาจไม่ปลอดภัย”

ต้องยอมรับว่าบุหรี่ไฟฟ้าถือเป็นเรื่องใหม่พอสมควรในวงการแพทย์ และงานวิจัยในปัจจุบันยังไม่สามารถชี้ไปถึงผลเสียระยะยาวของมันได้ อย่างไรก็ตาม งานวิจัยหลายชิ้นชี้ตรงกันว่าบุหรี่ไฟฟ้ามีสารที่ส่งผลเสียต่อร่างกาย เช่น นิโคติน, โลหะหนัก, สารหนู, โพรไพลีนไกลคอล รวมถึงตัวสารแต่งกลิ่นและรสเอง และในปี 2020 ข้อมูลจาก CDC สหรัฐฯ ชี้ว่ามีผู้ป่วย 2,807 รายที่เกิดโรคปอดอักเสบรุนแรงจากบุหรี่ไฟฟ้า (EVALI) และมี 68 รายที่เสียชีวิต

ดังนั้น บุหรี่ไฟฟ้าอันตรายน้อยกว่าบุหรี่ปกติจริงไหม คำถามนี้ยังไม่มีใครตอบได้ชัดเจน แต่ที่แน่ๆ มันมีผลเสียต่อร่างกายเช่นเดียวกัน

สำหรับข้อเสนอจากวงเสนาว่าวันนี้มีทั้งหมด 2 ประการ ประการแรก กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมต้องปิดร้านค้าออนไลน์บนแพลตฟอร์มทั้งหมด เพื่อป้องกันไม่ให้เยาวชนเข้าถึงได้โดยง่าย และประการที่สอง ต้องบังคับใช้กฎหมายควบคุมบุหรี่ไฟฟ้าอย่างจริงจัง ห้ามไม่ให้มีการขายโดยเด็ดขาด

“ถ้าคุณสามารถทำให้เขาขายไม่ได้ก่อน เราถึงควรลดเพดานลง การควบคุมคือการลดเพดาน แต่ตอนนี้เพดานสูงสุดแล้วตำรวจยังไม่จับ ศุลกากรยังไม่จับ แล้วบอกให้ลดความเข้มข้นของกฎหมายแล้วเขาจะตามจับไหม” นพ.วิทชช์ เกษมทรัพย์จากศูนย์วิจัยและจัดการความรู้เพื่อการควบคุมยาสูบกล่าวหลังมีคำถามถึง การปลดล็อกบุหรี่ไฟฟ้าให้ถูกกฎหมายเพื่อกำหนดมาตรฐานและมาตรการควบคุม

“ตอนนี้จับแต่นักท่องเที่ยวเพื่อไถเงิน แต่ไม่จับคนขายสักราย ถ้าวันนี้จับคนขายให้เหลือสัก 220 ราย แบบนี้เปิดให้ขายได้เลย แต่ตอนนี้คนขายมันเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ถ้ายิ่งทำให้มาตรการเบาลงน่าจะยิ่งแย่ ตอนนี้ตำรวจยังงอยู่เลยว่าถูกหรือไม่ถูกกฎหมาย” นพ.วิทชช์กล่าวต่อว่า “ดังนั้น มาตรการสูงสุดแล้วยังไม่มีผู้บังคับใช้กฎหมายทำงาน ถ้าลดมาตรการจะทำงานให้เราไหม นี่คือคำถาม”

นพ.วิชช์ทิ้งท้ายว่าในขณะนี้กำลังมีความพยายามผลักดันให้บุหรี่ไฟฟ้าถูกกฎหมาย อย่างไรก็ตาม เขาไม่เห็นด้วยกับแนวคิดดังกล่าวจนกว่าจะมีการแก้ไขระบบราชการให้เข้มแข็งและโปร่งใสมากกว่านี้

อ่านกฎหมายบุหรี่ไฟฟ้าได้ที่: https://thematter.co/quick-bite/electric-cigarette-law/173321

อ้างอิงจาก:

https://www.bangkokhospital.com/content/electric-cigarette

https://www.hopkinsmedicine.org/news/newsroom/news-releases/vaping-increases-odds-of-asthma-and-copd

https://www.hopkinsmedicine.org/health/wellness-and-prevention/5-truths-you-need-to-know-about-vaping

https://www.health.harvard.edu/blog/can-vaping-damage-your-lungs-what-we-do-and-dont-know-2019090417734

https://www.cdc.gov/tobacco/basic_information/e-cigarettes/Quick-Facts-on-the-Risks-of-E-cigarettes-for-Kids-Teens-and-Young-Adults.html

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...