โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เรื่องสั้น

คุณหมอคะ ลูกของเราจะคลอดวันนี้

นิยาย Dek-D

อัพเดต 29 ต.ค. 2566 เวลา 10.29 น. • เผยแพร่ 29 ต.ค. 2566 เวลา 10.29 น. • ขนมหวานหวาน
เรื่องราวสุดป่วน วุ่นวาย หวาน และ หวาม ของนายแพทย์เพลย์บอยสุดฮอต กับ เด็กสาววัยมัธยมที่ต้องอุ้มท้องไปโรงเรียน

ข้อมูลเบื้องต้น

นายแพทย์หนุ่มผู้มีฉายาว่าเสือผู้หญิงจะทำยังไง เมื่ออยู่ๆ ชมพูพราว เด็กสาวที่ตนเองเคยเจาะไข่แดงแบบมึนๆเมาๆ ก็ส่งข้อความมาบอกว่า ‘คุณหมอคะ ลูกของเราจะคลอดวันนี้’

==================

นายแพทย์ผู้มากด้วยฝีมืออย่าง กันต์ผา สิทธิกรชโยธิน เบื่อหน่ายชีวิตความหรูหราไฮโซที่กรุงเทพฯ จึงย้ายมาเป็นแพทย์อยู่ในโรงพยาบาลในเมืองติดชายทะเล ที่นั่นชายหนุ่มได้พบกับ เซซู เด็กหญิงวัยสามขวบผู้ไม่ยอมพูดกับใครมานานนับปี ตั้งแต่ถูกผู้เป็นแม่ทิ้งไว้ที่โรงพยาบาลโดยไม่เคยกลับมาอีกเลย

ชมพูพราว ลูกเลี้ยงของมหาเศรษฐีชาวเกาหลี หอบหัวใจที่แตกสลายนานนับสามปีกลับมาเมืองไทย หญิงสาวมาเพื่อต้องการฆ่าตัวตายอย่างสงบที่ชายทะเล แต่ความตายไม่ได้ง่ายเพราะเพราะในโรงพยาบาลมีใครบางคนอยู่ด้วย ซึ่งก็คือนายแพทย์ใจร้ายที่ตนเองเคยหลงรัก

สายใยอันแสนหวานระหว่างนายแพทย์จอมดุ กับ อดีตเด็กสาวในปกครอง กำลังจะถูกเด็กน้อยแปลกหน้าถักทอร้อยเรียงเข้าไว้ด้วยกัน

มีความรัก ที่ถูกซ่อนเอาไว้ในความลับ ทารกน้อยที่คิดว่าตายจากพ่อแม่ไปตั้งแต่ไม่กี่วันที่ลืมตาขึ้นมาดูโลก ความจริงแล้ว ยังมีชีวิตอยู่จนทุกวันนี้

เรื่องราวสุดป่วน วุ่นวาย หวาน และ หวาม ของนายแพทย์เพลย์บอยสุดฮอต กับ เด็กสาววัยมัธยมที่ต้องอุ้มท้องไปโรงเรียน

บันดาลใจ

ตอนที่ 1 หมอเถื่อน

กรุงเทพมหานคร

แสงไฟสวยงามหลากสีสันระยิบระยับอยู่บนต้นคริสต์มาสหลายต่อหลายต้นที่ประดับประดาตามสถานที่ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นหน้าศูนย์การค้า โรงแรม สถานที่ท่องเที่ยว

ผู้คนมากมายออกมาถ่ายรูปเก็บความประทับใจเอาไว้เพื่อโพสต์ลงโซเชียลในโลกเสมือนจริง แต่ก็มีอีกไม่น้อยที่อยู่อย่างเงียบเหงาเดียวดายในคืนคริสต์มาส

ร่างสูงโปร่งของเด็กหนุ่มสิบเก้าปีสวมใส่เสื้อฮู้ดสีดำปกปิดใบหน้า เดินออกมาจากตรอกเล็กๆที่อยู่หลังอาคารพาณิชย์ที่หันหน้าออกสู่ถนนใหญ่

กระเป๋าหนังสีดำรูปกล่องสี่เหลี่ยมถูกสะพายไว้บนไหล่กว้าง มันเป็นเหมือนกระเป๋าใส่เครื่องสำอางแต่แท้จริงแล้วภายในนั้นมีทั้งยาและอุปกรณ์ทางการแพทย์

มือเรียวสวยหิ้วตะกร้าใบเล็กอีกใบมาด้วย ในนั้นมีถุงดำหลายใบเอาไว้ใส่เศษขยะ

กันต์ผา สิทธิกรชโยธิน นักศึกษาแพทย์ปีสามผู้สามารถสอบเข้ามหาวิทยาลัยทางการแพทย์อันดับหนึ่งของประเทศตั้งแต่อายุ 16 ปี ย่ำเท้าที่ถูกห่อหุ้มด้วยรองเท้าผ้าใบราคาแพงออกมาสู่ถนนใหญ่เพื่อไปยังรถของตัวเองที่จอดอยู่หน้าร้านสะดวกซื้อ

เขาเพิ่งกลับมาจากการรักษาคนเร่ร่อนที่อาศัยอยู่ด้วยกันหลายต่อหลายคนในบ้านร้าง คนพวกนี้น่าสงสารเพราะไม่สามารถเข้าถึงสิทธิ์การรักษาขั้นพื้นฐาน หลายคนไม่มีแม้แต่บัตรประชาชนด้วยซ้ำ เวลาป่วยหรือไม่สบายจึงทำได้แค่หาซื้อยามากินเอง

ร่างสูงเดินมาจนถึงหน้าอาคารพาณิชย์ที่แม้จะติดถนนใหญ่แต่ก็ค่อนข้างเงียบเหงา เขาต้องข้ามถนนไปฝั่งตรงข้ามที่ร้านสะดวกซื้อเพราะรถของเขาจอดอยู่ที่นั่น

“นั่นอะไรกันน่ะ” คิ้วคมเข้มขมวดเข้าหากันเมื่อเห็นภาพเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเบื้องหน้าห่างออกไปราว

“แม่ แม่กลับบ้านกันเถอะ อย่าทิ้งหนูไปอีกเลย”

ร่างผอมแห้งของเด็กหญิงวัยสิบขวบใช้มือทั้งสองข้างจับแขนของแม่ผู้ให้กำเนิดเอาไว้พร้อมกับขอร้องอ้อนวอน แม่หายไปนานนับเดือนแล้ว เมื่อวันก่อนมีคนบอกว่าเจอแม่แถวนี้เธอเลยมารอจนในที่สุดก็เจอจริงๆ

“อย่ามายุ่งกับฉันนะ ไปให้พ้นนังเด็กบ้านี่”

กรองดาวผลักลูกสาวตัวเองจนล้มลง มันคือตัวทำลายชีวิตของเธอ แทนที่เธอจะยังเป็นสาวโสดมีชีวิตอย่างสุขสบาย กลับต้องมาลูกติดอย่างมันมาเป็นภาระ

“แม่จะไปไหนอีก”

“เรื่องของฉันไม่เกี่ยวกับแก ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้นะ”

“หนูไม่สบาย ขอเงินไปซื้อยาหน่อยได้ไหม”

“ฉันมีอยู่แค่นี้แหละ” หญิงสาวหยิบเงินสองร้อยบาทโยนใส่ลูกสาวก่อนจะรีบขึ้นรถไปกับชายวัยสี่สิบเศษที่ยอมจ่ายเงินหลายพันซื้อตัว

ชมพูพราวก้มลงเก็บเงินสองร้อยบาทขึ้นมาใส่กระเป๋าเสื้อ เด็กหญิงก้มลงมองดูมือของตัวเองที่เลือดซึมออกมาจากผ้าพันแผลด้วยความกังวลใจ เงินสองร้อยบาทไม่พอแน่กับการไปโรงพยาบาล เธอคงทำได้แค่นำเงินไปซื้อยามาทาแผลให้ตัวเอง ส่วนที่เหลือก็ซื้อบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปเพื่อนำไปต้มกิน

หลายเดือนที่ผ่านมานี้แม่แทบไม่เคยอยู่บ้านเพื่อดูแลเธอเลย มันเหนื่อยและท้อมากที่ต้องรู้สึกเหมือนใช้ชีวิตเพียงลำพังบนโลกแบบนี้

“ขอดูมือหน่อยซิ”

กันต์ผาเดินเข้ามาหยุดยืนตรงหน้าคนที่ทั้งผอมทั้งมอมแมม มือของเด็กหญิงถูกพันแผลด้วยเศษเสื้อที่ถูกตัดเป็นเส้นยาวๆ มันไม่ใช่การทำแผลที่ถูกวิธีเลยแม้แต่น้อย

ชมพูพราวเงยหน้าขึ้นมองคนตัวสูงที่อยู่ๆก็ก้าวเข้ามาหา ผู้ชายคนนี้เป็นใครกันนะ ทำตัวลึกลับย่าสงสัย ใส่เสื้อฮู้ดปกปิดใบหน้าเอาไว้มองเห็นแค่ดวงตา

ฝากอีบุ๊คด้วยน๊าาาาาา ส่วนในนี้เริ่มทยอยติดเหรียญแล้ว

อย่าต่อว่ากันเลยนะคะ ไรท์มีรายได้จากการเขียนนิยาย ถ้าไม่ติดเหรียญก็จะไม่มีตังค์จ้า

https://www.mebmarket.com/web/index.php?action=BookDetails&data=YToyOntzOjc6InVzZXJfaWQiO3M6NjoiNzM4NDA2IjtzOjc6ImJvb2tfaWQiO3M6NjoiMjYzOTU3Ijt9

ตอนที่ 1 หมอเถื่อน (2)

“บอกว่าขอดูมือหน่อย มันเจ็บอยู่ไม่ใช่เหรอ ถึงได้พันแผลเอาไว้น่ะ”

“อื้อ เศษแล้วบาดเมื่อวาน”

บอกแล้วยื่นมือให้ดูแม้จะไม่รู้จักอีกฝ่าย แต่ท่ามกลางผู้คนแปลกหน้าก็มีเขาคนเดียวที่ใส่ใจถามไถ่ไม่มองเมินเหมือนคนอื่น

“แล้วทำไมไม่ไปหาหมอ”

“ไม่มีเงิน”

“แผลแบบนี้ ถ้าไม่รีบรักษาอีกหน่อยคงติดเชื้อ รู้ไหมว่ามันอันตรายถึงตายเลยนะ”

“แล้วมายุ่งอะไรด้วย เป็นหมอเหรอ”

“ใช่ ฉันเป็นหมอ”

“อยู่โรงพยาบาลไหน ชื่ออะไรล่ะ ดูท่าทางยังเด็กอยู่เลย”

คนตัวเล็กเอียงคอมองอย่างสงสัย แม้เขาจะปิดบังใบหน้าแต่เธอมองออกว่าเขาน่าจะยังเป็นวัยรุ่นอายุไม่ถึงยี่สิบปี แล้วจะมาบอกว่าตัวเองเป็นหมอได้ยังไงล่ะ

“ไม่ต้องถามมาก”กันต์ผาบอกก่อนจะดึงตัวคนมอมแมมมาที่มุมลับตาคน จากนั้นก็ยื่นไฟฉายให้ช่วยถือ

“เธอต้องทำแผล”

“พี่เป็นหมอเถื่อนหรือเปล่า ไม่เอาหรอก” มือบอบบางที่ได้รับบาดเจ็บถูกดึงหนีอย่างไม่ไว้วางใจ

“หมอเถื่อนงั้นเหรอ” คิ้วคมเข้มถูกเลิ่กขึ้นให้กับฉายานั้น

“นั่นสินะ ว่าเรียกว่าเป็นหมอเถื่อนก็คงได้”

เขายังเรียนไม่จบ ไม่มีใบประกอบวิชาชีพแพทย์แต่เที่ยวออกมารักษาคนแบบนี้ก็สมแล้วที่ถูกเรีบกว่า ‘หมอเถื่อน’ อย่างที่เด็กคนนี้ว่า

“เอาล่ะ มาเริ่มกันเลย ทนเจ็บหน่อยก็แล้วกัน” เด็กหนุ่มบอกก่อนจะเปิดประเป๋าเครื่องมือแพทย์ ก่อนจะหยิบอุปกรณ์ออกมาก็ต้องดึงผ้าพันแผลผืนเดิมออกจากมือบอบบางก่อน

แต่ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยเพราะแผนคงถูกพันเอาไว้ตั้งแต่เมื่อวานแล้ว เมื่อเลือดเริ่มแห้งมันทำให้ผ้าติดไปกับแผล การดึงออกจึงทำให้เจ็บ

น้ำเกลือจึงถูกราดลงไปเพื่อให้สามารถดึงผ้าออกได้ง่ายขึ้น

“โอ๊ย เจ็บนะ…”

“เจ็บก็ยังดีกว่าตาย”

แม้น้ำเสียงจะไม่มีความอ่อนโยนเลยแม้แต่น้อย แต่ทุกการกระทำนุ่มนวลเบามือ พอดึงผ้าพันแผลออกเรียบร้อยกันต์ผาก็โยนมันใส่ลงในถุงดำแล้วจัดการล้างแผล และนำสำลีเช็ดคราบเลือดออกจนหมด

ดวงตาคมหวานสีน้ำตาลทองมองดูรอยแยกของแผลที่ถูกเศษแล้วบาดอย่างประเมินอาการ

แผลยาวราวสองนิ้วเป็นแนวขวางไปตามฝ่ามือ จำเป็นต้องเย็บเพื่อให้มันสมานกันเร็วขึ้น

“ต้องเย็บแผล” ถุงมือสีขาวนวลถูกหยิบขึ้นมาสวมใส่

“ไม่…หนูกลัวเข็ม แค่เห็นก็จะเป็นลมแล้ว พันแผลเอาไว้อย่างเดิมก็พอไม่ต้องเย็บนะ”

“แผลแบบนี้ยังไงก็ต้องเย็บ ฉันเป็นคุณหมอที่มือเบามากดังนั้นเธอไม่ต้องกลัว จะใช้เวลาเย็บไม่ถึงสิบนาที แต่เธอต้องคอยส่องไฟฉายมาที่แผลตลอดเวลาเพื่อให้ฉันมองเห็นได้ชัดๆ ”

“แล้ว จะเก็บเงินค่าทำแผลหรือเปล่า”

“ไม่คิดเงิน”

“งั้นเย็บเลย หนูยอมเจ็บ”

พอได้งินว่าไม่ต้องเสียเงินชมพูพราวก็ทำใจดีสู้เสือขึ้นมาทันที

“จะฉีดยาชาให้ก่อน มันเจ็บนิดหน่อย ถ้ากลัวก็ไม่ต้องดู แผลของเธอจะเย็บราวสิบเข็ม”

หัวใจของชมพูพราวแทบหยุดเต้นเมื่อเข็มฉีดยาถูกนำมาจิ้มลงที่อุ้งมือของตัวเอง เด็กสาวหลับตาปี๋โดยหวังว่ามันจะผ่านไปเร็วที่สุด

“เจ็บ…ฮื้อออออ”

เมื่อปลายเข็มแหลมคมถูกจิ้มลงรอบๆบริเวณปากแผล น้ำตาของคนตัวเล็กก็ซึมออกมาแต่ถึงอย่างนั้นก็กัดฟันทน

“ถือไฟฉายดีๆ มืออย่าสั่น ฉันต้องการแสงไฟในการเย็บแผล”

กันต์ผาบอกก่อนจะรอสักครู่เพื่อให้ยาชาออกฤทธิ์จากนั้นก็เริ่มเย็บแผล การเป็นหมอต้องสามารถเป็นได้ทุกที่ไม่ใช่แค่ในโรงพยาบาลเท่านั้น

การกระทำของเขาไม่ใช่สิ่งที่ถูกต้องนักและหากมีคนรู้ก็อาจจะทำให้ต้องเดือดร้อน แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ยังแอบออกมาในตอนกลางคืน คอยดูแลรักษาคนไข้ที่ยากจนทำเท่าที่จะสามารถทำได้

“แผลนี่ห้ามโดนน้ำ ถ้าทำผ้าพันแผลเปื้อนสกปรกก็ต้องทำความสะอาดแผลแล้วใหม่ ฉันจะให้ยาและอุปกรณ์ทำแผลเธอกลับบ้าน ส่วนแผลที่มือนี่มันเป็นไหมละลาย อีกไม่กี่วันก็จะละลายหายไปเอง”

“เข้าใจแล้ว”

“บ้านเธออยู่แถวนี้เหรอ”

“ไม่ใช่ค่ะ หนูมาตามหาแม่ บ้านอยู่แถวคลองเตยโน่น”

“ผู้หญิงคนเมื่อกี้ล่ะสิ แม่ของเธอ”

“อืมห์…”

เด็กหญิงตอบพลางถอนหายใจแล้วเผลอลืมตาขึ้นมามองดูแผลที่กำลังถูกเย็บ นี่เป็นครั้งแรกเลยล่ะที่ถูกเย็บแผล ว่าแต่มันดูเรียบร้อยสวยงามจัง ราวกับคนที่กำลังทำงานศิลปะ

“หิวข้าวเหรอ” กันต์ผาเงยหน้าขึ้นมองจากมือเล็กๆเมื่อได้ยินเสียงท้องอีกฝ่ายร้อง

“แม่เพิ่งให้เงินมาสองร้อยจะเอาไปซื้อบะหมี่มาต้มกิน”

“กินบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปบ่อยๆไม่ดีนะ ซื้อข้าวกินดีกว่า”

“ข้าวมันแพงกว่าบะหมี่ตั้งหลายบาท”

“นั่นสินะ”

เด็กหนุ่มพยักหน้าอย่างเห็นด้วยแล้วจัดการเย็บแผลต่อจนเสร็จ ตามด้วยการทายาป้องกันแผลอักเสบ จากนั้นก็พันด้วยผ้าสะอาดสีขาวอย่างแน่นหนา

“เรียบร้อยแล้ว รอก่อนนะเดี๋ยวจะจัดยาให้”

ถุงมือถูกโยนทิ้งลงในถุงดำใบเดิมที่มีผ้าพันแผลผืนเก่าและสำลีเช็ดเลือดอยู่ในนั้น ขยะพวกนี้เขาจะนำไปทิ้งที่โรงพยาบาลเพราะมันเป็นขนะทางการแพทย์ที่ไม่ใช่ขยะทั่วไป

“นี่เป็นยานะมีทั้งแบบกินก่อนและหลังอาหาร เขียนวิธีกินเอาไว้อย่างละเอียดแล้ว และนี่เป็นผ้าพันแผลกับยาทา”

“ขอบคุณนะพี่”

เด็กหญิงก้มลงมองดูแผลตัวเองด้วยรอยยิ้ม ก่อนจะล้วงเอาสติกเกอร์รูปผีเสื้อมาติดให้ที่กระเป๋าเพื่อเป็นการขอบคุณ

“เธอควรกินข้าวนะ เอาเงินนี่ไปซื้อข้าวกินด้วยล่ะ”

กันต์ผาวางธนบัตรใบละห้าร้อยบาทลงบนเก้าอี้ก่อนจะเก็บกระเป๋าแล้วเดินห่างออกมาเพื่อขับรถกลับบ้าน คืนนี้เพียงพอแล้วสำหรับการทำหน้าที่หมอ เขาอยากกลับบ้านไปนอนพักผ่อนเต็มทีแล้ว

ชมพูพราวลุกขึ้นจากม้านั่ง เด็กสาวหิ้วของในถุงขึ้นมาแล้วมองตามร่างสูงที่เดินข้ามสะพานลอยไปยังฝั่งตรงข้าม เธอเชื่อมั่นว่าเขาจะต้องเป็นหมอที่ดีอย่างแน่นอน

ฝากอีบุ๊คด้วยน๊าาาาาา ส่วนในนี้เริ่มทยอยติดเหรียญแล้ว

อย่าต่อว่ากันเลยนะคะ ไรท์มีรายได้จากการเขียนนิยาย ถ้าไม่ติดเหรียญก็จะไม่มีตังค์จ้า

https://www.mebmarket.com/web/index.php?action=BookDetails&data=YToyOntzOjc6InVzZXJfaWQiO3M6NjoiNzM4NDA2IjtzOjc6ImJvb2tfaWQiO3M6NjoiMjYzOTU3Ijt9

ตอนที่ 2 คุณหมอกินเด็ก

9 ปีต่อมา

ร่างนุ่มนิ่มที่นอนซุกกายอยู่ในอ้อมกอดแข็งแรงของชายหนุ่มหน้าตาหล่อเหลาขยับกายแล้วก้าวลงจากเตียงนอน หลังจากนอนหลับอย่างอ่อนเพลียราวสองสามชั่วโมง

มือบอบบางคว้าเสื้อคลุมมาสวมทับร่างกายเปลือยเปล่าของตัวเอง ความมึนเมาที่ครอบครองสติได้จางหายไปเกือบหมดแล้ว สิ่งที่เข้ามาแทนที่ในห้วงความรู้สึกก็คือความสุขวาบหวามจากเซ็กส์ที่ยังปั่นป่วนอยู่ในร่างกาย

อาห์…เธอต้องบ้าไปแล้วแน่ๆถึงยอมให้ผู้ชายแปลกหน้าที่ไม่รู้แม้แต่ชื่อเจาะไข่แดง เขาช่วยเธอเอาไว้จากผู้ชายสองคนนั้นด้วยการพาขึ้นรถเพื่อจะพาไปส่งบ้าน แต่สุดท้ายมันก็มาจบที่คอนโดของเขา

ความเหงา ความสับสน บวกกับฤทธิ์แอลกอฮอล์และยากระตุ้นอารมณ์ทางเพศที่ถูกผู้ชายวัยรุ่นสองคนนั้นหลอกล่อให้กิน ส่งผลให้เธอกลายเป็นเด็กใจแตกยอมขึ้นเตียงกับเขาอย่างง่ายดาย

เธอไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเขาชื่ออะไร รู้แต่ว่าเขาเป็นหมอจากบทสนทนาสั้นๆ

“คุณหมอ…รู้นะว่าตื่นนานแล้ว” น้ำเสียงหวานใสที่เอ่ยขึ้น ทำให้คนตัวโตที่แกล้งหลับลืมตาขึ้นมาเมื่อถูกจับได้

“นี่เธอยังเวอร์จิ้นเหรอ”กันต์ผาขยับกายขึ้นมานั่งพิงหมอนใบใหญ่ ชายหนุ่มเอ่ยถามออกมาตามตรงโดยไม่อ้อมค้อม

เขาอายุยี่สิบเก้า ผ่านร้อนผ่านหนาวมามากมายและเคยกินเด็กเวอร์จิ้นมาไม่ต่ำกว่าสี่ห้าคน มันไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่อะไรสำหรับเขาที่จะเป็นคนเปิดประสบการณ์หวามให้ยัยเด็กหน้าใสที่อยากรู้อยากลอง

แต่สิ่งที่ทำให้เขาอยากหลับต่อแล้วตื่นขึ้นมาในวันพรุ่งนี้และพบว่าทุกอย่างเป็นเพียงฝันก็คือ ความหน้าอ่อนเยาว์วัยของคนที่เนื้อนมไข่ที่กำลังยืนกอดอกจ้องมองเขาอยู่ในตอนนี้

เขากลัวว่าตัวเองจะพรากผู้เยาว์เข้าซะแล้วล่ะ

“อื้อ หนูยังเวอร์จิ้น”

ดวงหน้าสวยบอกอย่างเอียงอาย และยิ่งอายมากขึ้นไปอีกเมื่อเห็นว่าคนตัวสูงใหญ่ที่นอนอยู่บนเตียงไม่ยอมคว้าอะไรมาห่อหุ้มร่างกายซะที สายตาของเธอเลยปะทะเข้ากับเจ้าไส้กรอกยักษ์ที่นอนสงบนิ่งอยู่ใต้ผ้าห่มผืนบาง

สัดส่วนของเขา มันสวยมากเลยล่ะ สวยจนเธอเผลอชิมราวกับชิมไอศกรีม

อ่านต่อนิยายเรื่องนี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...